คนขี้อาย

 

ย้อนกลับไปแว๊บแรกที่เข้ามาเหยียบห้องถั่วงอก กับสัมผัสแรกที่รับรู้ถึงที่มาของเพื่อนร่วมห้องจากการเปิดตัวแนะนำตัวเองของพวกเขาหน้าชั้นเรียนวิชาภาษาไทยของอาจารย์เหลิมพุง เราเรียกว่าเหลิมพุง แทนการเรียก เฉลิมพงศ์ เพราะอาจารย์แกมีพุงย้อยๆใหญ่นิดๆให้พวกเราได้เห็นสมควรในการเรียกแกอย่างนั้น ที่หน้าชั้นเรียนหลังจากผ่านการแนะนำตัวไปเกือบครึ่งห้อง ความคิดแบ่งคลาสชนชั้นปนอารมณ์เด็กเก่าที่ต้องทำตนเป็นคนเก๋าเจ้าถิ่นเกิดขึ้น ก็เนื่องมาจากความรู้สึกแปลกที่มีต่อมนุษย์บ้านนอกที่ทยอยปรากฏตัวบนหน้าชั้นเรียนที่เริ่มมากขึ้น และมากขึ้น

 

ไอ้รินทร์ ไอ้รภ อย่างนี้, เด็กใต้แมงวัน ก็ใช่, ยังมีไอ้เขียวจาก สุพรรณ, ไอ้แก่ เมืองกาญจน์, นครฐมก็โก๋เงียบ ดูแล้วเด็กเทพอย่างผมจำต้องครุ่นคิดอยู่ว่า จะร่วมห้องกับพวกบ้านทุ่งพัฒนาพวกนี้ได้อย่างไร ใจเสียเลยตอนนั้น ทำใจยังไม่ได้ แต่หารู้ไม่ครับว่า หลังจากที่เปิดใจให้กว้างกว่าเก่า เรากลับค้นพบเจอว่า ที่จริงแล้วเพื่อนแท้ร่วมอุดมการณ์ฮาไม่จำเป็นต้องมาจากเมืองหลวงซะทั้งหมดหรอก ต่างที่มาแต่มีอารมณ์ฮานี่แหละ สร้างความสนิทใจได้เยอะดี

 

เรื่องราวตอนนี้ เป็นเรื่องของเพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่งของเราที่ได้แนะนำตัวเองในวันนั้น ซึ่งทำให้ผมต้องจัดเขาอยู่ในหมวดทีมงานบ้านทุ่งพัฒนาอีกคน เขามาด้วยบุคลิกขี้อาย พูดจาน้อย ยิ่งเมื่อถูกแซวถึงสำเนียงถิ่นก็มักแสดงอาการหน้าแดง หูแดง เอียงอายให้เห็นเป็นทุกครั้งไป และนั่นคือที่มาของชื่อที่ถั่วงอกชอบเรียกอำเขา

 

ไอ้โป่ง ไอ้โป่ง

 

ถ้าทำเสียงเหน่อประกอบการอ่านจะยิ่งทำให้เห็นภาพไอ้โป่งยืนอายหน้าแดงชัดขึ้น

 

โป่งเป็นคนที่ทำให้ผมมีเพื่อนต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจังหวัด โป่งหรืออาณัติ ถูกพวกเราเรียกว่าไอ้โป่งก็เนื่องมาจากที่มาของเขา อาณัติมาจากอำเภอบ้านโป่ง เมืองโอ่ง ราชบุรี แต่โป่งแลดูไม่เหมือนคนต่างจังหวัดเท่าไหร่ถ้ามองจากภาพลักษณ์ภายนอก เพราะเขาดูคล้ายคนจีนอาแป๊ะตัวขาวๆทั่วไปที่พบเห็น หากแต่ตาไม่ตี่เหมือนอาตี๋ เพราะถูกแทนที่ด้วยดวงตากลมโต จะมีก็เพียงน้ำเสียงเหน่อนี่แหละที่ทำให้เรารับรู้ว่า เหน่ออย่างนี้ค้นพบได้ที่แถวๆภาคกลางเรานี่แหละ และด้วยเพราะสำเนียงเหน่อราดลีนี่แหละ ทำให้โป่งมักถูกล้อจากถั่วงอกอยู่ประจำ แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาจะโต้ตอบ เป็นเพียงแค่ยืนยิ้มอาย ให้พวกเราได้ครื้นเครงกัน แต่โป่งจะรู้มั้ย ยิ่งแสดงท่าทีอาย ความชอบใจจะเกิดขึ้นกับมนุษย์แก็งค์ถั่วงอก  เผ่าพันธุ์ที่มีความสุขเหลือเกินหากได้ย่ำยีปมด้อยของคน

 

ก็ด้วยความอายของโป่งนั่นแหละที่มันยิ่งส่งเสริมให้พวกเราอำโป่งเพิ่มขึ้น

 

ซึ่งบุคลิกยิ้มง่าย ขี้อายนี้เองที่ทำให้โป่งมักถูกสายตาของถั่วงอกจับจ้องในทุกครั้งที่โป่งต้องยืนส่งเสียงเพียงคนเดียวในยามที่เรียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นยืนอ่านรายงานหน้าห้อง หรือถูกอาจารย์เรียกถาม-ตอบ ชาวถั่วงอกมักมีความตั้งใจที่จะสนใจในตัวโป่งเป็นพิเศษ โดยที่ห้องทั้งห้องจะเงียบเชียบผิดวิสัยที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุผลอยากสร้างแรงกดดันเพื่อเพิ่มความไม่มั่นใจให้กับตัวไอ้โป่ง เพราะเวลาที่มันกำลังพยายามทำสมาธิตอบคำถามหรือยืนอ่านรายงานหน้าชั้นเรียนประกอบอาการประหม่าหน้าแดงจนเกิดความรู้สึกเริ่มไม่มั่นใจในการพูดต่อที่สาธารณะ มันชวนให้พวกกวนตีนแห่งแก็งค์ถั่วงอกอารมณ์ดีที่เห็นเพื่อนกำลังแย่กับการกดดันเพื่อนของพวกเขาได้

 

ด้วยเหตุมักถูกอำเป็นประจำนี้กระมังที่โป่งมักไประบายออกเอาตอนที่เล่นบอลกัน โป่งมักจะหวดโครม หวดโครม ไม่สนใจหรอกว่าใครจะอยู่ใกล้รัศมีความเสี่ยง ถ้าบอลบังเอิญอยู่ในระยะทำการของโป่ง โป่งซัดดะทันที และยิ่งลูกลอยโด่งมาในระดับก้านคอเพื่อนด้วยแล้ว จะเป็นใครก็ตาม ถ้ามันผู้นั้นไม่คิดรักตัวเอง แล้วพยายามขึ้นเล่นบอลในจังหวะที่เกินห้ามใจของโป่ง

 

โป่ง ลูกโด่ง และก้านคอเพื่อน สามอย่างจะมาพร้อมกันที่จุดๆเดียวทันที

 

ภายใต้ชายคาทวีธาสามปีที่อยู่ร่วมห้องกับโป่ง นอกจากจะได้เห็นบุคลิกขี้อายของโป่งเป็นประจำแล้ว โป่งยังอยู่ในแก็งค์ถั่วงอกสาย 56 ด้วยกันอีก เพราะทางกลับบ้านของโป่งกับพวกเราอีกหลายคนจะไปในทิศทางเดียวกัน เราจะเลิกเล่นบอลกันในตอนเย็น และเดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ก่อนที่จะแวะร้านขายยาหน้าหมู่บ้านศิวาลัย เพื่อกินเก็กฮวย กระเจี๊ยบ แก้วละ 2 บาท ก่อนยืนรอรถสาย 56 แล้วแยกทางกับแก็งค์ถั่วงอก สายบางกระดี่ รถเมล์สาย 56 จึงเป็นเสมือนเส้นทางประจำวันที่ผมจะกลับพร้อมกับโป่งรวมถึงเพื่อนถั่วงอกอีกหลายคน

 

โก๋เงียบลงที่สามแยกไฟฉาย โก๋เขียวกับบางขุนศรี โก๋อ้วนบางขุนนนท์ แล้วก็เป็นโป่งที่ป้ายก่อนถึงแยกพาต้า จากนั้นก็จะเหลือสามหนุ่มแยกกรุงธน โก๋โน แมงวัน และผม

 

นึกย้อนกลับไป วันที่นั่งขำๆกันบนรถสาย 56 ก่อนโบกมือบ๊ายบายเพื่อนทีละคนลงตามป้าย ทำให้รู้สึกว่า เส้นทาง 56 กับเพื่อนที่เอ่ยมา จะมีเพียงโป่งคนเดียวที่ดูเหมือนว่าทุกวันนี้จะห่างออกไปจากเรามากที่สุด เพราะเงียบ เขียว อ้วน โน ยังพอให้ได้เจอ แม้แมงวันจะไปอยู่ซะไกล ก็ยังส่งข่าวถึงกันอยู่ แล้วโป่งละ ไปอยู่ไหน…..

 

หลังเรียนจบกันไป จำได้ว่าเจอโป่งครั้งสุดท้าย ที่ร้านข้าวต้มพี่ชัยหน้าบ้านผมเอง มากับเพื่อนๆ แลดูไฮโซ มาดดีกันทั้งกลุ่ม สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันนิดหน่อย ก่อนรู้ว่าเขามีการงานที่ดีและกำลังจะไปไดรฟ์กอล์ฟกับก๊วนของเขา ครับวันนั้น โป่งไม่บ้านทุ่งพัฒนาอีกแล้ว เขากลายเป็นคนเมืองหลวงโก้หรู ดั่งที่ถั่วงอกคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า เมื่อใดที่ใครมาจากภูมิลำเนาอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพ หากแต่มันผู้นั้นอาศัยกรุงเทพอยู่มาถึง 10 ปี ให้ถือว่ามันผู้นั้นเป็นเด็กเทพได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์

 

โป่ง เป็นเด็กเทพไฮโซไปแล้ว ผมแซวไอ้โป่งกลับไป

 

โป่งยิ้มหูแดง ม้วนอาย เก้อเขิน ก่อนตอบมาด้วยสำเนียงที่ยังมีติดเหน่ออยู่ว่า ไม่ใช่ๆ

 

นั่นอาจจะเป็นเพียงแว๊บเดียวที่ผมได้เห็นอาการอย่างนั้น เพราะก่อนหน้าที่ผมจะทักทายกับโป่ง ผมมีเวลาแอบเห็นเขาอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่ในแบบมาดมั่น เป็นการเป็นงานในแบบผู้ใหญ่ๆ แปลกตาไปจากที่เคยเห็นโป่งเมื่อครั้งทวีธา

 

จนถึงการหยอกเล็กน้อยของผมนั่นแหละ ที่ทำให้ผมได้เห็น เพื่อนทวีธา จากจังหวัดราชบุรีคนนั้นอีกครั้ง

 

ซึ่งนั่นแหละคือตัวตนที่ผมจำและชอบในตัวเขาที่สุด

 

ไอ้โป่ง (ใส่เสียงเหน่อด้วย)

 

อาณัติ ว่องอมรนิธิ  นักเรียนคนที่ 19 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

 

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

15 เมษา 49

 

ปล. …..คนขี้อาย ต๊ายตายเท่ห์จัง คนขี้อาย ที่ฉันไฝ่ฝัน คนขี้อายช่างน่ารักจัง ฉันจึงอยาก อยากจะกอดเธอนั้นเป็นที่สุด……สำหรับโป่งต้องเพลงนี้ของ TK

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: