เก๋าแท้….ต้องโก๋ตุ๊ก

   

เป็นธรรมดาของห้องเด็กเฮ้ว เก๋าโจ๋เล็กน้อยพอน่ารัก ต้องมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับฝ่ายปกครองของโรงเรียนมากกว่าบุคคลธรรมดาที่เขามาเรียนหนังสือแบบปกติสุข สิ่งที่แก็งค์ถั่วงอกออกจะเกรงทุกครั้งหลังการโชว์พฤติกรรมกวนตีนอวดสายตาชาวโลกคือการข้องแวะกับอาจารย์ทุกคนในฝ่ายปกครอง เรามีหลักเกณฑ์ง่ายๆคือเลี่ยงได้ให้เลี่ยง เพราะฉะนั้นให้ป่วนโรงเรียนขนาดไหนก็ต้องคำนึงไว้บ้าง แต่………………………

 

มีครับ มีเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาเป็นสเปเชี่ยลวันเพียงหนึ่งเดียวที่กล้าท้าทายอำนาจฝ่ายปกครองโรงเรียนทวีธา ทุกย่างก้าวของเขาที่เดินผ่านฝ่ายปกครองของโรงเรียนเต็มเปี่ยมไปด้วยความผยองแฝงปะปนไปด้วยความผึ่งผาย มั่นใจและเด็ดเดี่ยวว่า เขาไม่เคยคิดเกรงกลัวใครในรั้วทวีธา เปล่าเขาไม่ได้เป็นแบบเก๋าโจ๋อย่างสุวรรณ หรือ อำมหิตไม่เงียบอย่างปิ๋ว เขาเป็นเขา เด็กชายหน้าผากยาว รูปร่างล่ำ สันทัด ตัดหัวเหน่งทุกต้นเดือน แต่งกายถูกระเบียบ และมาโรงเรียนทวีธาด้วยสมุดเพียงเล่มเดียว  

 

ครับ……เขามีชื่อว่า เจษฎา

 

โก๋ตุ๊ก คือชื่อที่เพื่อนๆสนิทปากที่จะเรียกกันทุกคน ชื่อเต็มๆคือ ตุ๊กแก ทุกคนจะไม่สงสัยในชื่อเต็มของเขาเลยหากมองลงไปที่ขาของเจษฎา โก๋ตุ๊กมีขาที่มีลายเยอะมากอันเนื่องมาจากน้ำเหลืองเขาคงไม่ดี แต่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญของความเก๋าแบบฉบับโก๋ตุ๊ก หากใครได้รู้จักกับโก๋ตุ๊กแล้ว เชื่อได้เลยว่า คนคนนั้นจะเกิดการสับสนในกระบวนความคิดว่า ตกลงแล้วโก๋ตุ๊ก เก๋า กล้า หรือว่า บ้ากันแน่

 

ตุ๊กเป็นเด็กเก่ามาก่อนแล้วของทวีธา ดังนั้นเพื่อความเก๋า ที่นั่งประจำของโก๋ตุ๊กคือหลังห้อง เขาชอบมองออกนอกหน้าต่างมากกว่ากระดานเรียน โดยสมุดเล่มเดียวของเขาคือที่รวบรวมสรรพวิชา ทุกๆศาสตร์ในเทอมการศึกษาอยู่ในนั้นหมด ด้านการเรียนโก๋ตุ๊กไม่เคยให้ความสำคัญกับมัน เขาเคยมาถึงโรงเรียนในวันสอบเป็นคนสุดท้ายหลังจากเพื่อนเข้าห้องสอบไปแล้วกว่า 20 นาที หลังจากได้ข้อสอบ ตุ๊กใช้เวลานั่งนิ่งๆ 5นาทีเพื่อเซ็นชื่อว่ามาสอบ เสร็จแล้วเดินไปคืนข้อสอบโดยกระดาษคำตอบยังว่างเปล่าเหมือนเดิมที่มืออาจารย์คุมสอบพร้อมออกไปยืนรอพวกเราที่หน้าห้องสอบเป็นคนแรก………อย่างเก๋าครับ

โดยปกติโก๋ตุ๊กจะมีบทบาทในฝ่ายสนับสนุน ไม่ใช่ต้นเสียงในการก่อกวนของห้อง แต่จะคอยยิ้ม หัวเราะเติมเต็มทุกครั้งที่เราเฮ  เขาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย สบาย เรียบง่าย ยังไงก็ได้ และยังเป็นธุระให้เพื่อน…ก็ได้อีก

 

ทุกครั้งที่เราจำเป็นต้องซื้อของนอกโรงเรียน และวันนั้นความต้องการอย่างสูงเลยคือลูกฟุตบอลลูกใหม่ที่จะต้องเล่นกันให้ได้ในตอนพักกลางวัน โดยมากมักไม่มีใครออกตัวอยากจะไปซื้อให้เพราะถ้าจะออกไปซื้อลูกบอลที่ร้านนอกโรงเรียนจะต้องขออนุญาติ คุณยาม รักษาความปลอดภัยขี้หงุดหงิด แกจะไม่ยอมปล่อยให้นักเรียนผ่านออกนอกโรงเรียนในทุกกรณีช่วงพักกลางวัน และที่สำคัญต้องเดินผ่านห้องฝ่ายปกครองก่อนก้าวออกนอกโรงเรียนด้วย ดังนั้นจึงไม่มีพวกถั่วงอกคนไหนอยากทำเช่นนั้นแน่

 

ครับ……….แต่เรามีโก๋ตุ๊ก

 

เฮ้ย ตุ๊กซื้อบอลให้หน่อยเด่ะ พูดพลางพร้อมยื่นเงิน

 

โก๋ตุ๊กรับเงินพร้อมเดินอาดๆไปที่หน้าโรงเรียนโดยผ่านคุณรปภ.ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกำลังจะออกนอกเขตโรงเรียนอยู่แล้ว ครับถ้ายามไม่ทัก เขาก็พร้อมจะไม่หยุด

เดี๋ยว  เดี๋ยว !! นั่นจะไปไหน

โก๋ตุ๊ก หันมาทำหน้าและเสียงอย่างเข้มๆ ไปซื้อบอล เดี๋ยวมาว่าแล้วก็หันหน้ากลับและเดินต่อ ความสะทกสะท้านไม่มี ทำให้พี่ยามเอ๋อแดกไปพักหนึ่งก่อนที่จะตั้งสติ แล้วพยายามเรียกเป็นครั้งที่สอง แต่โก๋ตุ๊กก็อยู่ไกลเกินกว่าที่รปภ.ผู้นั้นจะไขว่ขว้าแล้ว

 

อีกครั้งหนึ่งกับความเก๋าของโก๋ตุ๊ก ผมเองโดนฝ่ายปกครองยึดหนังสือเรียนทั้งหมดไว้ในขณะที่รีบวิ่งเข้าโรงเรียนเพื่อให้ทันกับการร้องเพลงชาติตอนแปดโมง การมาสายมากคือการยึดหนังสือไว้ก่อนแล้วปล่อยนักเรียนมาสายไปเข้าแถวจากนั้นก็ดูชื่อจากหนังสือเรียนแล้วเรียกมันผู้นั้นมาอบรมอาจเลยเถิดถึงขั้นเรียนเชิญผู้ปกครอง

 

หลังจากเข้าแถวเสร็จ ระหว่างที่เตรียมตัวจะขึ้นเรียนคาบแรก ผมกังวลใจมากเพราะรู้ตัวว่าสถิติผมใกล้เคียงกับการถูกเชิญผู้ปกครองแล้ว ทำอย่างไรดี เพื่อนฝูงหลายคนไม่มีใครช่วยอะไรผมได้ หายนะกำลังมาเยือนผมแล้ว

 

ครับ……….แต่เรามีโก๋ตุ๊ก

 

เฮ้ย ตุ๊ก มึงช่วยไปเอาหนังสือให้กูทีเด่ะ และเหมือนทุกครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับ และก็หมายถึงไม่มีคำปฏิเสธจากโก๋ตุ๊ก

 

เขาเดินอาดๆมุ่งหน้าไปยังห้องฝ่ายปกครอง ซึ่งขณะนั้น ดรีมทีมฝ่ายปกครองทุกคนอยู่รวมตัวกันล้อมวงที่โซฟาในห้องฝ่ายปกครอง โดยมีหนังสือของพวกมาสายวางกองอยู่ตรงกลางบนโต๊ะรับแขก โดยฝ่ายปกครองทุกคนกำลังหารืออะไรบางอย่างอยู่ ฉับพลันเสียงประตูห้องเปิดออก

 

โก๋ตุ๊กเดินตรงมุ่งเข้าไปที่โต๊ะรับแขกที่มีกองหนังสือวางกองอยู่ แล้วลงมือขุดคุ้ย เลือกหนังสือหน้าปกชื่อของผม ท่ามกลางความตะลึงหงันขอดรีมทีมฝ่ายปกครอง กว่าที่คนใดคนหนึ่งในฝ่ายปกครองจะอ้าปากเอ่ยอะไรออกมา โก๋ตุ๊กก็เจอหนังสือผมแล้วเปิดประตูห้องเดินออกไปอย่างเงียบๆ นิ่มๆ ทิ้งให้บรรดาฝ่ายปกครองหันหน้าเข้าหากันแล้วขบคิดว่าเมื่อกี้คืออะไรเหรอ

 

โก๋ตุ๊กมักจะมีน้ำใจอย่างสูงเมื่อเพื่อนเอื้อนเอ่ยอยากได้อะไร วันหนึ่งหลังจากพวกเราบางคนต้องการจะเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อนักเรียนมาตรฐานทั่วไปเป็นเสื้อสีขาวผ้าดิบๆที่ซื้อมาเอง โดยหวังว่ามันคือความเท่ห์ ดังนั้นชื่อ นามสกุล รวมถึงชื่อย่อโรงเรียน ต้องปักใหม่หมด และต้องเป็นแบบผิดระเบียบเล็กๆด้วยถึงจะดูจ๊าบ เมื่อโก๋ตุ๊กได้ยินความต้องการของเพื่อน โก๋ตุ๊กอาสา

 

โก๋ตุ๊กบอก เขามีร้านฝีมือดี เข้าใจหัวอกวัยรุ่นเฮ้วอย่างพวกเรา ด้วยความวางใจ พวกเราให้โก๋ตุ๊กเอาเสื้อกลับไปปักตัวอักษรให้ พร้อมตั้งความหวังว่าอีกอาทิตย์ถัดไปก็ได้เท่ห์ตามที่โก๋ตุ๊กลั่นวาจา

 

อนิจจา…………. 1เทอม ผ่านไป ไร้วี่แววของความเท่ห์ แต่โก๋ตุ๊กยังยืนยันว่างานยังเดินอยู่ ให้พวกเราอดทนรอหน่อย แต่นานเข้าเพื่อนเจ้าของเสื้อไม่รอแล้วบอกให้ไอ้ตุ๊กเอาเสื้อมาคืน ไอ้ตุ๊กบอกกลับมาสั้นๆ พรุ่งนี้เสร็จ

 

เช้าวันใหม่ โก๋ตุ๊กมาพร้อมเสื้อนักเรียนของเพื่อนผม เมื่อเห็นดังนั้นเพื่อนผมดีไจอย่างมากที่การพลัดพรากได้สิ้นสุดลงและหวังไว้จะได้เท่ห์อย่างเต็มที่ในวันนี้และวันต่อไป หลังจากเสียเวลาไป 1 เทอม

 

โอ้….อนิจจาอีกครั้ง หลังจากคลี่ดูเสื้อที่ปักตัวอักษรบนหน้าอกที่เสร็จสิ้น ปรากฏภาพตัวปักที่ผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือเอก ตัวอักษรที่ใช้เวลาอ่านเป็นนาที กว่าจะรู้ว่าอ๋อนี่ชื่อกู มันดูคล้ายตัวหนังสือไทยเดิมบนหลักศิลาจารึก ที่ต้องใช้เวลาแกะจึงจะรู้ว่าคืออักษรตัวใด และลายเส้นของการเดินด้าย ดูปุ๊บก็รู้ปั๊บต้องผู้ชำนาญเฉพาะทางเท่านั้นที่ทำยังงี้ได้ โดยเฉพาะตรงตัวอักษรย่อของโรงเรียน ทภ. เหนือชื่อของเพื่อนผม ช่างคล้ายตัวหนอนที่โตเต็มวัยจัดรูปเป็นตัวอักษรทอ ทหาร และ พอ สำเภา

 

ไอ้ตุ๊ก!! มึงทำกูได้ เพื่อนผมพูดพร้อมยืนปลื้มกับเสื้อที่โก๋ตุ๊กนำมามอบให้

 

ผมล่ะเสียดายเหลือเกินที่ไม่ได้มีโอกาสได้เท่ห์อย่างเพื่อนผมที่ได้ใส่เสื้อหัตถกรรมของช่างตุ๊ก

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมนึกถึงเพื่อนคนนี้ เขาคือหัวเรี่ยวหัวแรงในการเป็นธุระเกี่ยวกับการเล่นดนตรี โก๋ตุ๊กคือมือโซโล่กีตาร์หนึ่งเดียวในห้อง 22ขณะนั้น เขาเป็นผู้ผลักดันให้พวกเรามีวงดนตรีประจำห้องกันขึ้น นัดซ้อม จองห้อง หรือกระทั่งแกะรายละเอียดของเพลงที่จะเล่นให้กับพวกเรา แม้โดยธรรมชาติของโก๋ตุ๊ก เขาคือ เฮฟวี่เมทัล สปีดร็อกขนานแท้ ผู้นิยมเฉพาะเพลงทะลวงโสตประสาท ถ้าเมืองนอกต้อง เมทัลลิก้า ในขณะที่ของไทยต้อง ดิ โอฬาร หูเหล็ก เพราะฉะนั้น เพลงอย่าง คนขี้เหงา ของนีโน่ หรือ ฝากเลี้ยง ของ เจ เจตริน ไม่ใช่สิ่งที่โก๋ตุ๊กเคลิบเคลิ้มในสมัยนั้น แต่โก๋ตุ๊กยอมลดสปีดเพลงของเขา มาร่วมเล่นกับเราได้ในเพลงแพ้ตลอด อัลบั้มแรกของพี่มอสได้อย่างไม่เคอะเขินหรือคิดว่ามันเป็นการหลงแนว เพราะโก๋ตุ๊กรักการเล่นดนตรีและขอเพียงมีวงดนตรีเล่นกับเพื่อนๆพอ

 

และด้วยอิทธิพลของ Gun n Rose ที่โก๋ตุ๊กหลงไหล ทำให้โก๋ตุ๊กตั้งชื่อวงหนึ่งเดียวในห้อง 22 ว่า Black Rose และมีเพลง Don’t Cry เป็นเพลงเอกให้พวกเราชอบซ้อมเล่นกันอยู่เป็นประจำ ทำให้เมื่อใดที่มีโอกาสได้ยินเพลงนี้จากสถานที่ใดก็ตาม หัวใจพาสมองให้นึกถึง วงดนตรีวัยรุ่นชายวงหนึ่ง มีโก๋กวง เป็นมือกลองผู้ดุดัน โก๋เมศร์ กับลายเบสที่หนักแน่น และผม กีตาร์ริทึ่ม เล่นเป็นเพียงแค่สนับสนุนอย่างเดียว และอีกคนที่แน่นอน ร้องนำ เต็มพลังโหยหวน กีตาร์โซโล่บาดอารมณ์ และ หัวหน้าวงของเราครับ

 

ผู้ไม่แคร์กับคะแนนสอบเพราะมันไม่ใช่ตัวเลขที่น่าสนใจในชีวิตเขา

ผู้ที่ไม่เคยคิดว่าการไปซื้อลูกบอล หรือซื้ออะไรต่างๆให้เพื่อนคือการถูกใช้ หากแต่มันคือความกล้าต่างหาก

ผู้ที่เผชิญหน้ากับฝ่ายปกครองอย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะนั่นคือการโชว์เก๋าล้วนๆ

ผู้ที่ประดิษฐ์ศิลปะบนอกเสื้อนักเรียนให้กับเพื่อนๆร่วมวงด้วยความรักใคร่

และผู้บูชาฮาร์ดคอร์ มิวสิค กับเส้นเสียงที่กรีดกรายจากกีตาร์มหาประลัย

 

โก๋ตุ๊ก  Black Rose

 

เจษฏา กู้ประเสริฐ นักเรียนเลขที่ 6 ห้อง 22 ทวีธา’ 97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

 

ปล. เขียนถึงบรรทัดนี้ พร้อมฟังเพลง อย่าหยุดยั้งของ ดิ โอฬาร ที่ดังมาไกลๆจากวิทยุ โคตรได้อารมณ์เลยว่ะเพื่อน ไม่รู้ทำไม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: