5 หนุ่มเจ้าสำราญ กับ คืนวันอัศจรรย์ของเขา

ทุกครั้งหลังเรียนจบในแต่ละปี พวกเราแก็งค์ถั่วงอก จะรวมตัวไปกินเลี้ยงกันในวันสุดท้ายของการสอบ โดยมากมักไปแบบยกห้อง เพราะฉะนั้นจะเป็นกลุ่มเฮฮาขนาดใหญ่ป่วนทุกที่ที่เราไป อยู่ที่ว่าร้านอาหารไหนจะได้รับเกียรติความป่วนจากพวกเรา และก็เกือบทุกปีอีกเช่นกันเราจะนัดไปเที่ยวต่างจังหวัดกันตอนปิดเทอม ไปกันให้มากสุดเท่าที่จะไปกันได้ และแทบไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกันว่า ตลอดสามปีเราไปมันอยู่ที่เดียว อาจเป็นเพราะใกล้เส้นทางจากกรุงเทพ เดินทางไม่ไกล คุ้นเคยเป็นอย่างดี มีธรรมชาติบวกแสงสี หรือเพราะอะไรก็ช่าง เรามักจะเลือกไป พัทยากัน

 

เราอาศัยรถตู้จากบ้านโก๋กวง เดินทางตลอดในทุกปีที่ไป และด้วยจำนวนคนที่ไปในปีสุดท้ายมีมาก อาจพูดได้ว่าทั้งห้อง จึงต้องขับรถตามกันไปอีกสองคัน ทำให้การไปเที่ยวทริปนั้นกลายเป็นกองคาราวานกองใหญ่ที่เสียงดังเอิกเกริกอย่างมากในทุกที่ที่เราแวะผ่าน ความสนุกในครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่เราเฮฮาด้วยกลุ่มใหญ่ๆพร้อมกัน จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปเรียนในระดับอุดมศึกษา ตามทางของแต่ละคน

 

และเมื่อช่วงเวลาจากลา ห่างถึงระยะที่เหมาะสมแล้ว เราก็คิดรวมตัวกันอีกครั้งในอารมณ์อยากเจอเพื่อนเหลือเกิน ดังนั้นงานนี้เป็นโปรเจ็กท์ยักษ์ที่คงไม่ไปแค่พัทยาแล้ว กลุ่มตัวตั้งตัวตีซึ่งได้แก่ โก๋เมศร์, โก๋อุย, โก๋เขียว, โก๋แก่ และผม ลงความเห็นกันแล้วว่า เราจะไปเที่ยวเกาะสมุยกัน หลังจากร่วมวางแผนกันคร่าวๆ กำหนดวัน เวลาและกิจกรรมที่ต้องทำ โดยมากในแผนงานที่ผมแอบเห็น ในแต่ละวันจะเน้นกินดื่มเป็นหลัก  เอ…….จะดีเหรอ……..เอ้า..!!….ยังไงก็ได้ครับ ขอได้ไปกับเพื่อน ถึงไหนก็ถึงกัน

 

เราเปิดหนังสือรุ่น ดูที่อยู่ของแต่ละคนแล้วส่งจดหมายบอกรายละเอียดแห่งความสนุกของทริปนี้ไปยังเพื่อนทุกคนในห้องแทนการโทรศัพท์ เพราะมันได้อารมณ์มากกว่ากัน ในใจความจดหมาย ขอให้เพื่อนทุกคนที่สนใจ ตอบกลับโดยการโทรหาโก๋เขียวหลัง 4ทุ่มของทุกวัน แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปใกล้ถึงวันออกเดินทาง โทรศัพท์บ้านของโก๋เขียวยังเงียบฉี่ นั่นรวมถึงโทรศัพท์ทุกเบอร์ของกลุ่มตัวตั้งตัวตีด้วย ไร้การติดต่อจากชาวแก็งค์ถั่วงอกที่เหลือ มีเพียงสุเจตน์ที่โทรมาบอกว่า กูอยากไป แต่ช่วงนี้กูกำลังมีความรัก ไปตั้ง4-5วัน กูอยู่ในช่วงทำคะแนน และนี่รักแรกของกูด้วย เข้าใจกูนะ เราทั้งหมดพอจะเข้าใจว่านี่เป็นช่วงฤดูหาคู่ของคางคก เราจึงต้องจำยอมปล่อยสุเจตน์ไป และจนถึงวันจะออกเดินทาง มีเพียงไม่กี่สายที่โทรมาบอกว่าไม่ว่าง ไปไม่ได้

 

เมื่อวันนั้นมาถึง ตอนหัวค่ำ กลุ่มตัวตั้งตัวตี 5 คนนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวัดระฆังด้วยความเงียบเหงา ไม่มีใครร่วมด้วยกับเรา แล้วเอาอย่างไรดี

ไม่ล้ม โก๋อุยยืนยัน

ใช่ ยังไงต้องไป ไม่งั้นอายพวกแม่งตายห่า โก๋เมศร์เออออ ไม่อยากล้มแผน เดี๋ยวเสียฟอร์ม และกลัวไอ้พวกไม่ไปหัวเราะทีหลัง

เอ้า…เอาก็เอา ที่เหลือสนับสนุน

แต่เอาไงดีโก๋กวงก็ไม่อยู่ รถตู้ก็ไม่มี

แล้วโก๋อุยก็เสนอ ถ้ารถนะ กูมี จอดอยู่บ้านอี๊ตรงนี้เอง แต่คงไปไม่ถึงสมุย เพราะอะไรไปไม่ถึงสมุยเป็นสิ่งที่เรามองข้าม เพราะถ้าเรามีกันอยู่แค่นี้ ก็รู้สึกว่าไม่ต้องไปถึงสมุยหรอก

เอางี้ ไปนี่ไหม ประหยัดงบลงมา เอาที่เหลือเที่ยวให้ปลิ้นไปเลย ใครบางคนเสนอ

จากนั้นที่เหลือก็ตอบตกลง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

 

เราไปเอารถที่บ้านอี๊โก๋อุย แล้วกลับไปตั้งหลักที่บ้านของผม เพราะเพียงโก๋อุยอยากเดินทางในตอนเช้าตรู่มากกว่าเวลาที่เหมาะสมอย่างตอนนี้ เขาต้องการให้เราไม่นอนคืนนี้แล้วไปเข้านอนทันทีที่ถึงที่พักในตอนเช้า ผิดวิสัยมนุษย์มนามาก แต่เราก็ยอมตามเขา

 

เราเฮอารอเวลาไปเที่ยวในตอนดึกที่บ้านของผม เวลาผ่านไปถึงตี4 โก๋อุยบอกได้เวลาเหมาะสมแก่การเดินทางแล้ว เราทั้งหมดเดินออกจากบ้านขึ้นรถ โดยโก๋อุยจะรับผิดชอบหน้าที่ขับรถทั้งไปและกลับ รถโก๋อุยเป็นรถยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น Civic สีน้ำเงินคราม ที่ดูภายนอกก็เหมือนรถยนต์ Civic ทั่วไปที่เห็นตามท้องถนน แต่เมื่อเปิดเข้าไปมองที่ภายในห้องโดยสาร เกิดความเข้าใจเลยว่าทำไมโก๋อุยบอก อย่าไปเลยสมุย เพราะภาพที่เห็นมันคือห้องโดยสารรถยนต์ที่ถูกปรับแต่งให้เข้ากับการขับขี่ของผู้ใช้ คอนโซลหน้าทั้งอันถูกรื้อยกชุด และถูกปรับเปลี่ยนเป็นแบบสปอร์ตตี้ คือไม่มีอะไรเลย อุยคงต้องการให้ตัวถังเบาที่สุดเพื่อการขับขี่ที่คล่องตัว เครื่องเสียงติดรถถูกแกะออกไป อะไรๆตรงแผงคอนโซลที่น่าจะมีอะไรติดตั้งมาก่อนหน้านั้น แต่บัดนี้มีเพียงช่องว่างรูโหว่ ตรงเกจ์วัดรอบไมล์ของเดิมรถจากโรงงานจะเป็นตัวเลขอารบิกไล่โค้งเป็นครึ่งวงกลม 20 40 60ไปยัน 220 แต่หลังการโมดิฟลายด์ของช่างอุย ปรากฏตัวเลขไทย ไล่เรียงกันไป ๒๐ ๔๐…..จนถึง ๒๒๐ และตรงเกจ์วัดความร้อน มุมซ้ายของเกจ์เขียนว่า เย็นเจี๊ยบ หันมาที่ด้านขวา เขียน ร้อนแล้วจ้า ด้วยลายมือเจ้าของรถ และนั่นยังรวมไปถึงเกจ์วัดน้ำมันที่ปรากฏอักษรด้านซ้ายว่า หมดแล้วจ้า ในขณะที่ด้านขวาของเกจ์เขียนว่า เต็มถัง ทั้งตัวเลขและตัวหนังสือทั้งหมดเขียนด้วยปากกาเรืองแสงสีเหลืองบนแผ่นกระดาษสีขาวแปะลงไปในคอนโซลหลังพวงมาลัย ทุกตำแหน่งในรถมีร่องรอยแห่งการถูกรื้อ และเตรียมใส่อุปกรณ์เสริมที่คาดเดาไม่ออกว่าจะเป็นอะไรลงไปใหม่ โก๋อุยบอกปกติไม่เอาไปไหนเพราะยังไม่เสร็จ นี่เห็นจะไปเที่ยวกัน เลยเอาออกมาใช้ก่อน พวกเรามองหน้ากันและรู้สึกดีกับน้ำใจโก๋อุย และเราก็รู้สึกดีมากขึ้นอีกเมื่อพบว่ายังมีแอร์ปรับอากาศกับเบาะนั่งโดยสารอยู่

 

เราแวะเอาวิทยุและ cd แบบพกพาที่หอโก๋แก่ก่อนเพื่อใช้ฟังในรถซูเปอร์คาร์ที่ไม่มีวิทยุของโก๋อุย เสียงเพลงอู้อี้ที่ได้ยินมาจากเครื่องเล่นวิทยุลำโพงคู่ที่อยู่บนตักของโก๋แก่บวกกับเสียงอะไรบางอย่างที่ดังมาตามรอยโหว่จากการประกอบสิ่งประดิษฐ์ยังไม่เสร็จของรถโก๋อุยในช่วงเวลาที่เราห้าคนควรจะหลับนอนก่อนก็ได้ มันช่างปลุกอารมณ์คึกคักในการเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างวิเศษโดยแท้           แต่เอ……ผมยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าเราจะไปที่ใด

ใช่ครับ ที่เดิมที่เราคุ้นเคยมาตลอด…………………….ชายหาด พัทยาครับ

 

เราถึงพัทยาตอนเช้าตรู่ 6 โมงในสภาพอยากนอนกันเต็มที หลังจากหาที่พักได้ เราทั้งหมดนอนหลับพักผ่อนโดยไม่รีรอจนถึงเวลา 3โมงเย็น เราตื่นขึ้นและหาอาหารรองท้อง โดยความตั้งใจแรกเรากะตัดกิจกรรมฟุ่มเฟือยออกเพื่อการกินดื่มที่เต็มๆ ดังนั้นเมื่ออิ่มท้องเราเดินไปหาร้านแอลกอฮอล์ก่อนเป็นที่แรก เมื่อได้ของที่ต้องการ เราตกลงปูเสื่อที่ชายทะเลหาดจอมเทียนในเวลาเย็น เพื่อล้อมวงเฮอา เล่นกีตาร์ผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วร้องเพลงกันอย่างสนุก ใครเดินผ่านบริเวณเราเป็นต้องโดนแซว ด้วยสายตาห้าคู่ที่จ้องมองพร้อมกับบทเพลงประสานเสียงส่งจนพวกเขาลับตา

 

ถ้ามาคนเดียวก็…………………… เดินเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมาย ไม่มีใคร เข้ามาข้องเกี่ยว……….ของคุณใหม่ เจริญปุระ

ถ้าเดินผ่านมาสองคน ก็……………… มีเพียงหาดทราย ทะเลสายลม กับสองเรา………..ของพี่เบิร์ด

และถ้ามาสาม……………………ฉันคนหนึ่ง เธอคนหนึ่ง เขาคนหนึ่ง เราสามคน………..ของอิทธิ

แต่ถ้ามาเป็นกลุ่มวัยรุ่นเยอะๆเลยละ เรามักหลีกเลี่ยงเพราะอาจโดนตบปากแตก อดกินเหล้าต่อได้   

 

เพราะฉะนั้นใครที่เดินผ่านพวกเรา หนึ่ง สอง หรือ สาม จะต้องได้เป็นพระนางในมิวสิคให้เราแน่นอน และยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงคนเดียวคนเดิมที่เดินย้อนกลับมา จะต้องได้ฟังเดินเรื่อยเปื่อย ของคุณใหม่ ดังๆอีกรอบแน่

 

พอตกดึก แอลกอฮอล์ก็หมด เพลงจะร้องก็หมด แต่ความคึกไม่ยอมหมดแถมมันยังมีแนวโน้มมากขึ้นด้วย จะทำอย่างไร โก๋เขียวที่วันนั้นดูซ่า คึกคักเป็นพิเศษบอกให้เราไปหาแสงสีต่อ เราทุกคนเออออ เพราะมันหยุดไม่ได้แล้ว ทั้งหมดเคลียร์ของลงทะเล เก็บโต๊ะชายหาดที่ไม่ใช่ของเราขึ้นรถ และบึ่งไปด้วยความคะนองโดยจุดหมายของคืนนั้นอยู่ที่  พาราเดี๊ยม ดิสโก้เธคที่รู้จักกันดีที่พัทยา

 

เปิดขวดเลย มิกซ์เซอร์สาดเข้ามา แก็งค์ถั่วงอกทั้งห้าไม่คิดอะไรอีกแล้วในคืนนี้ สุดเหวี่ยงให้ที่สุด แล้วโก๋เขียวก็จอดเป็นคนแรกหลังจากที่คึกสุดเป็นคนแรกเช่นกัน หลังจากเราเต็มคราบ และฝากเหล้าไว้ เผื่อพรุ่งนี้อาจมาใหม่เราก็บึ่งรถกันด้วยความคะนองอีกรอบกลับบ้านและเข้านอนหลับใหล เมื่อได้ฟื้นคืนสติในวันรุ่งขึ้น เราไปกินข้าวเสร็จก็ตอนใกล้เย็น หลังจากนั้นจึงถามกันว่าเอาไงต่อ ผลปรากฏว่าจะทำอะไรต่อต้องสำรวจงบประมาณก่อน และเหมือนทุกครั้งที่เราไปเที่ยวกัน เงินของทุกคนจะต้องรวมไว้ที่กองกลางกองคลัง โดยมากโก๋เขียวจะทำหน้าที่นี้ เมื่อโก๋เขียวกระทรวงการคลังโชว์งบที่เหลือ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดอีกแล้ว เหลือเงินรวมทั้งห้าคน 500กับเศษอีกนิดๆบาท กับชีวิตความเป็นอยู่อีก 2 คืน 

 

เงินหายไปไหนหมดว่ะ โก๋อุยกล่าวอย่างหงุดหงิด

เออ เก็บตั้งคนละพัน หมดได้ไง โก๋แก่สมทบ

ไอ้เหี้ย ห้าคนก็ ห้าพัน ค่าน้ำมัน สี่ร้อย ค่าเหล้าเมื่อวานตอนเย็น 2ขวด โซดา น้ำแข็ง พันกว่า ค่าแดก ค่าบุหรี่ ค่าสแน็กแจ็คไอ้อุย รวมแล้ว ห้าร้อยกว่า และที่พาราเดี๊ยม สองพันห้า โก๋เขียวแจง

เราทั้งหมดเลิกสงสัย เพราะรู้แล้วว่า เงินไปตกหล่นที่พาราเดี๊ยมนั่นเอง

 

แล้วเอาไงกับชีวิตดี ทุกคนตั้งคำถาม

เอาละ ทุกคนมอบตัว เหลือเงินซ่อนไว้อีกคนเท่าไหร่เอาออกมาให้หมด จะได้พอจ่ายค่าที่พัก โก๋เมศร์ออกคำสั่ง เราทั้งหมดทุ่มกันสุดกำลัง ได้เงินแค่ค่าจ่ายที่พักสองคืน และเหลืออีกประมาณ เกือบๆห้าร้อย เงินจำนวนแค่นั้นไม่มีทางให้คิดเป็นอย่างอื่น มันเท่ากับว่าพรุ่งนี้เที่ยงต้องเก็บของขึ้นรถกลับบ้าน สร้างความเซ็งอย่างมากให้กับชายหนุ่มทั้งห้า

 

ไปเอาเหล้าที่ฝากแล้วเอาเงินที่เหลือซื้อ โซดา น้ำแข็ง แดกเสร็จ นอน พรุ่งนี้กลับบ้าน โก๋อุยสรุปขณะแกะห่อขนมสแน็กแจ็คกิน

 

ทุกคนไม่มีทางให้เลือก คืนนั้นเราดื่มกันโดยบรรยากาศต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง เหงาหงอย ซึมเซา อาจเป็นเพราะยังค้างจากเมื่อคืน และอีกใจคือ ต้องกลับบ้านเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

 

เราหยุดดื่มกันตอนตอนตีหนึ่งนิดๆ และแวะกินข้าวก่อนเข้านอน ทุกคนสั่งอาหารตามสั่งในแบบที่ทุกคนต้องการ ซึ่งก็หนีไม่พ้นพวก ข้าวผัดกระเพรา ข้าวผัดกระเทียมพริกไทย โดยปกติชายหนุ่มวัยรุ่นอย่างเราต้องรับประทานข้าวอย่างน้อย สองจานต่อหนึ่งมื้อ แต่คราวนี้ก่อนที่ทุกคนจะได้รับอาหารจานแรกที่สั่งกันไป โก๋เขียวชิงพูดให้ทุกคนได้รู้ตัว เฮ้ย ห้ามเบิ้ลนะโว้ย เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนที่เหลือแทบจะพร้อมเพรียงหันหน้าไปทางพ่อครัว พร้อมส่งเสียงแย่งกันไข่ดาว ด้วยครับ” “ไข่เจียวด้วยครับ

 

เฮ้ย เฮ้ย!! ไข่ก็ไม่ได้ โก๋เขียวปรามอีกครั้ง

ไอ้เหี้ย เหลืออยู่ร้อยกว่าบาท มึงยังจะใส่ไข่อีก โก๋เขียวเอ๋ยขึ้นมา

 

ระหว่างที่กินข้าวกัน พวกเราหลายคนพยายามให้โก๋อุยจำนำสร้อยคอ ของมีค่าเพียงสิ่งเดียวที่พวกเราห้าคนมี เพื่อที่เราจะได้อยู่เที่ยวต่ออีกซักสองคืน

 

เดี๋ยววันหลังเราก็กลับมาเอาคืน จะได้มาเที่ยวใหม่ด้วยไง โก๋เมศร์พูดพร้อมยืนยันว่าจะมาเป็นเพื่อนตอนไถ่ทองคืน และเพื่อนที่เหลือก็บอกยินดีมาด้วย แต่โก๋อุยไม่ตกหลุมพรางนี้

 

ทั้งหมดกลับที่พักในสภาพกินไม่เต็มอิ่ม คนห้าคนมีเงินติดตัวทั้งสิ้นหกสิบกว่าบาท ซึ่งเก็บไว้เป็นค่าทางด่วนตอนกลับกรุงเทพ

 

เราทั้งหมดล้มตัวลงนอนยอมรับสภาพว่าไม่เหลืออะไรแล้ว ตกดึกจัด หลังการเล่าประสบการณ์เรื่องผีของแต่ละคนผ่านไป หลายคนเริ่มหลับไปเพราะความอ่อนล้าและเพื่อดับหิว เหลือเพียงผมกับโก๋เมศร์ เรากำลังคิดกันว่ามันเซ็งมากๆเลยที่ต้องกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ โดยไม่เคยคิดโทษสิ่งฟุ่มเฟือยที่ได้ทำผ่านมา

 

เฮ้ย หิวมั้ยว่ะ ผมถาม

หิวเด่ะ ไอ้เหี้ย ห้ามเบิ้ล ห้ามไข่ ใครมันจะอิ่ม โก๋เมศร์ตอบกลับ บุหรี่หมด กูอยากดูดบุหรี่ด้วย โก๋เมศร์เสริมต่อ

 

มีเพียงเสียงกรนของไอ้แก่และเสียงถอนหายใจของเราสองคนที่ดังขึ้นในตอนนี้

 

และแล้วโก๋เมศร์ก็ฉุกคิดขึ้นได้

 

ไอ้เอก มึงเห็นเงินหกสิบกว่าบาทค่าทางด่วนที่ไอ้เขียววางไว้ที่โต๊ะนั่นมั๊ย

แล้วไงต่อ ผมถาม

 

กูจะเอาเงินลงไปซื้อบุหรี่ แล้วที่เหลือเราเอาไปซื้อข้าวร้านป้าที่ยังเปิดอยู่ข้างล่างแล้วแบ่งกันกินสองคน เผลอๆ เหลือซื้อกาแฟได้อีก

 

ผมอึ้งไปเลยกับความคิดทอดทิ้งเพื่อนแล้วไปอิ่มกันแค่สองคนของมัน ผมมองหน้ามันแล้วหันไปมองเพื่อนผู้หิวโหยที่นอนหลับไม่รับรู้เรื่องทั้งสาม พลางคิดในใจว่า มึงคิดได้ไง แล้วหันกลับไปหาไอ้เมศร์อีกที แล้วเอ่ย

 

ไปแบบเงียบๆ อย่าให้พวกมันตื่น

 

ระหว่างที่กำลังย่องเงียบในความมืดไปที่ประตูกันสองคน เรากำลังจะเอื้อมมือบิดลูกบิดประตู ปรากฏเสียงหนึ่งดังสวนขึ้นมาจากข้างนอกประตู เป็นเสียงผู้หญิงเรียกชื่อคน ในเวลาตีสามกว่าๆ บวกกับเรื่องผีที่ได้เล่ากันฟังเมื่อตะกี้ ทำให้ไม่มีประเด็นอื่นให้คิดถึง ผมกับไอ้เมศร์ถอยหลังกระเจิงเหวอแดกปลุกพวกมันตื่นขึ้นมา มึงได้ยินกันมั้ยเสียงที่ประตู

 

พวกเราทั้งห้าเงียบและเงี่ยหูฟัง

 

เป็นเสียงผู้หญิง เคาะที่ประตูเบาๆ แล้วเรียก วุฒิ วุฒิ

ไอ้อุย เขาเรียกมึง พวกเราถีบส่งไอ้อุยไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง

 

ไอ้อุยรวบรวมความกล้าแล้วเงี่ยหูฟังติดที่ประตู เมื่อยังได้ยินเสียงอีก จึงกลั้นใจเปิดประตู

 

ไม่ใช่ผีครับ แต่เป็นสิ่งที่ภายหลังพวกเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า นางฟ้ามาโปรดครับ

 

เจ๊วรรณ พี่สาวคนสวยของไอ้อุย มาเที่ยวพัทยาเหมือนกันกับแฟนเขาแต่หาที่พักในคืนนั้นไม่ได้  บังเอิญเห็นรถไอ้อุยจอดอยู่ ทีแรกที่เห็นไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า แต่หลังจากการลงมาประเมินและสำรวจภายในตัวถังรถแล้ว ทำให้แน่ใจว่าใช่รถประดิษฐ์คันเดียวในโลกของน้องชายตัวเองแน่ๆ หลังจากถามคนดูแลข้างล่างว่าเจ้าของรถคันนี้พักห้องไหน เจ๊วรรณก็ปรากฏกายอย่างที่เราเห็น

 

พวกเราค่อนข้างสนิทกับเจ๊วรรณ ดังนั้นเจ๊วรรณจึงบอกโชคดีอย่างมากที่เจอพวกเรากับไอ้อุย เจ๊แกเลยขอนอนค้างด้วยเลยคืนนี้  ครับคืนนี้เจ๊วรรณโชคดีมีที่นอนแล้วไม่ต้องหาที่พักอีก แต่เจ๊วรรณกำลังจะโชคร้ายแน่นอนในวันพรุ่งนี้ พวกเราคิดอย่างนั้น

 

เช้าวันใหม่ เจ๊วรรณติดต่อคอนโดมิเนียมสุดหรูสำหรับโควตาพนักงานมาพักของเจ๊วรรณได้ และแกยังเปิดอีกห้องชวนพวกเราไปอยู่ต่อด้วยอีกคืน แล้วมีเหรอที่มนุษย์ตกอับทั้งห้าที่ยังไม่อยากกลับบ้านจะปฏิเสธ เราย้ายไปอยู่คอนโดหรูริมหาดจอมเทียน พร้อมยื่นความโชคร้ายให้เจ๊วรรณในเช้านี้เลย

 

เมื่อเจ๊วรรณได้รับรู้ถึงความโชคร้ายของตน แกก็ยอมรับแต่โดยดี และรีบแยกตัวจากพวกเราเร็วที่สุดทันทีที่เห็นเพื่อนแกตามมาสมทบอย่างที่นัดหมายกันไว้

 

แล้วเงิน 4000 บาทจากเจ๊วรรณ ก็เปลี่ยนชีวิตยาจกทั้งห้า กลับขึ้นมาเป็นราชาแห่งความผยองอีกครั้ง

 

อยู่หรูแถมไม่ต้องเสียค่าที่พักอีก เมื่อวานห้ามเบิ้ล ห้ามไข่ใช่มั้ย วันนี้มุ่งสู่โลตัส เพื่อตรงดิ่งไปยัง บุฟเฟ่ห์ ไดโดม่อน กินเท่าที่ความสามารถของมนุษย์จะรับได้ ใครอยากสั่งอะไรเพิ่มเติม เชิญ ไม่มีขัดข้อง

 

หลังอิ่มหมีพลีมัน ก็ไม่ลืมซื้อขนมนมเนยชุดใหญ่ และสก็อตวิสกี้ อีกขวดสำหรับคืนนี้ เมื่อตกเย็นได้ที่ ตรงชายหาดหน้าคอนโด เด็กหนุ่มวัยคะนองทั้งห้าเล่นบานาน่า โบ๊ต กันอย่างสำราญสุดเหวี่ยง ตามด้วยการเล่นน้ำทะเล และต่อด้วยฟุตบอลกับกลุ่มเด็กผู้ชายที่มาพักที่คอนโดแห่งนี้เหมือนกัน ก่อนเลิกเราบอกคืนนี้มากินกับพี่ได้นะที่ชายหาดข้างล่าง เวลาผ่านไป หลังเราดินเนอร์อย่างหนำใจกันเสร็จ เราตั้งวงที่ชายหาดหน้าคอนโดด้วยเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวมากมายนานาชนิด แล้วน้องเหล่านั้นก็มาจริงๆเพราะได้ยินเสียงร้องเพลงโวยวายที่ดังไปถึงห้องน้องข้างบนคอนโด เห็นแล้วรู้สึกสนุกเลยขอร่วมแจมด้วย เราเลยเลี้ยงน้องเขาอย่างเต็มที่ สมฐานะและสมเกียรติของเรา แล้วคืนนั้นก็ผ่านไปด้วยความครื้นเครงอีกครั้ง มีเงิน มีความสุขไปหมดครับ

 

วันใหม่ ในห้องคอนโดหรู เครื่องปรับอากาศพ่นอุณหภูมิเย็นฉ่ำสบายให้ชายหนุ่มทั้งห้าได้นอนหลับเรียงรายตามที่ที่คนสามารถจะนอนได้ เขายังนอนหลับใหลไม่ได้สติ อันสืบเนื่องมาจากการกิน การเที่ยวเล่น ที่ผ่านมาเมื่อวานทั้งกลางวันและกลางคืน รอบๆห้องของพวกเขาเต็มไปด้วยกระเป๋าเป้กับเสื้อผ้าต่างๆวางเรียงราย กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ห้องน้ำที่เฉอะแฉะกับผ้าเช็ดตัวที่แขวนบ้างไม่แขวนบ้างและไฟที่เปิดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน โดยมีเม็ดทรายบางส่วนจากชายหาดกองอยู่บนพื้นทั้งในห้องน้ำและบริเวณรอบห้องอันเกิดจากการติดตัวมาตอนเล่นน้ำเมื่อวานนี้ รวมถึงเศษขนมขบเคี้ยวนานาชนิดร่วงหล่นประปรายอยู่ทั่วไปตามพื้นพรมในห้องและรอบระเบียง ห่อขนมหลายยี่ห้อทั้งที่เปิดกินหมดแล้วและเกือบกินหมด ถูกทิ้งเกลื่อนกล่านไว้บนโต๊ะรับแขกกลางห้องร่วมกับกุญแจรถและน้ำอัดลมขวดใหญ่สีเขียวที่เปิดฝาทิ้งไว้ ที่ด้านนอกหลังผ้าม่านผืนใหญ่ เสื้อและกางเกงเปียกน้ำหลายตัวพาดแขวนเกะกะอยู่เต็มราวขอบระเบียง แสงแดดตอนกลางวันส่องให้เห็นเศษขี้บุหรี่บางส่วนจากพื้นระเบียงปลิวไสวไปมายามต้องลม โดยมีส่วนของก้นกรองหลายอันวางกระจุกรวมกันในขวดเปล่าน้ำอัดลม2.5ลิตรยี่ห้อหนึ่งที่มุมระเบียง จากด้านนอกถัดกลับเข้ามาภายในห้อง เหนือหมอนหนุนนอนของโก๋อุย มีขนมถุงสแน็กแจ็คถุงใหม่ที่ยังไม่ได้แกะสองถุง พร้อมบิลใบเสร็จลงวันเวลาจากร้านสะดวกซื้อบอกว่านั่นคือสิ่งสุดท้ายในทริปนี้ที่ใครซักคนในกลุ่มซื้อมาเมื่อคืน และเมื่อข้ามมาอีกฝั่ง บนโต๊ะวางของเหนือหัวโก๋เขียวปรากฏแบงค์ธนบัตรสีเขียวอ่อนหนึ่งใบ อ่านตรงมุมได้ว่ายี่สิบบาท กับกองเหรียญบาท3-4เหรียญวางทับอยู่

 

มันคือเงินทอนจากขนมถุงสแน็กแจ็ค และมันก็ยังเป็นเงินไว้ใช้ชำระค่าทางด่วนกลับกรุงเทพของพวกเขาอีกด้วย

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

20 ธันวา 48

 

ปล. หลังจากที่เราตัดสินใจไม่ใช้ทางด่วนกลับเข้ากรุงเทพ โก๋อุยเรียกพวกเราให้มองมาที่เกจ์ระดับน้ำมันในขณะที่มือของเขาหยิบขนมสแน็กแจ็คชิ้นใหม่ในถุงที่สองเข้าไปเคี้ยวในปาก เข็มเกจ์น้ำมันชี้ไปทางฝั่งซ้ายมือบนตัวอักษรภาษาไทยเรืองแสงสีเหลืองว่า ……หมดแล้วจ้า…..

One Response to 5 หนุ่มเจ้าสำราญ กับ คืนวันอัศจรรย์ของเขา

  1. withoon says:

    ความจำมึงดีมากไอ้เอกนี่ถ้ามารุมๆกันเขียนคงมั่วหลายทริปมารวมกันแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: