ต๊อง…มุขฝืด

 

 

ห้องเรียนของพวกเรา ในทุกๆวันที่มาร่ำเรียนหนังสือ มักอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเสียงหัวเราะเพราะความสนุกสนานที่สร้างกันขึ้น มุขการแสดงตลกของชาวคณะถั่วงอกแต่ละคนเรียกเสียงเฮได้ทุกครั้งจากคนทั้งห้องไม่ว่าจะในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียน  แม้ในยามสถานการณ์ตึงเครียดหรือช่วงเวลาบรรยากาศมาคุปกคลุมเพราะอาจารย์ที่หัวเสียกับพวกเรากำลังอบรมตักเตือนชาวแก็งค์ถั่วงอก ก็ยังไม่วายที่ใครบางคนในกลุ่มจะสร้างความทะเล้นออกมาเรียกเสียงฮาได้อีก อาจพูดได้ว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกับความสลดหดหู่ จนกลายเป็นบ่อยครั้งที่ฝ่ายอาจารย์เองต้องเอือมระอาและยอมๆปล่อยพวกเราไปตามวิถีบันเทิงต่อไป

 

แต่มุขตลกของห้องเราก็ใช่ว่าจะสร้างความขบขันได้ทั้งหมดเสมอไป บางครั้งมันก็แป็กและฝืดเกินกว่าจะเฮได้   พวกเราจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติในการรองรับมุขฝืดของใครบางคนที่ปล่อยออกมาแล้วไม่โดนและไม่ตรงจังหวะด้วยการโห่ฮาพร้อมกันทั้งห้องใส่มันผู้นั้น โดยมีต้นเสียงเป็นใครก็ได้ที่รู้สึกถึงความฝืดก่อน เอ่ยนำ

 

เออะ เออะ เออะ     (แล้วทั้งห้องก็พร้อมกันด้วยเสียงต่ำๆ) ฮู……………………………………..ฮู ความหนักเบาขึ้นอยู่กับความฝืดของมุขนั้น

 

เป็นประเพณีที่แถบจะโดนกันโดยถ้วนหน้าหากใครมันกล้าเสล่อปล่อยมุขไม่ดูตาม้าตาเรือ หรือแม้กระทั่งอาจารย์บางท่านก็เคยโดนโห่ฮาจากพวกเราหากท่านนั้นพูดจาไม่โดนใจ แต่การโห่ฮาของพวกเราที่กระทำลงไปในแต่ละครั้ง ผมเชื่อและกล้าบอกได้เลยว่ามันไม่ได้เป็นการดูถูก เหยียดหยาม หรือไร้วัฒนธรรมต่อเจ้าของมุขแป็ก หากแต่มันสามัคคีกันทำเพียงเพื่อความกวนตีนล้วนๆ เสียงฮู………ฮู ที่ร่วมใจกันเปล่งออกมาเพราะความต้องการเอาแค่ฮาและตั้งใจจะป่วนทำลายความมั่นใจของคนๆนั้นเท่านั้น หาใช่การแสดงความต่ำของจิตใจ

 

ไอ้เสียงโห่ฮานี่แหละเป็นตัวบ่งชี้ ความฮาและความฝืดของคนในห้องเรา เสียงหัวเราะชอบใจคือการตอบแทนของมุขฮา ในขณะที่เสียงโห่คือตัวแทนของความฝืด ใครไม่ค่อยโดนโห่นั่นแสดงว่าคนๆนั้นพอจะมีมุขและไม่ค่อยที่จะเสล่อพูด แต่กับคนไหนที่มันโดนรุมโห่อยู่เป็นประจำแสดงว่า ไอ้นั่นนอกจากจะมุขฝืดแล้ว มันยังไม่รู้ตัวเสล่อพูดแจกมุขเรี่ยราดกับเพื่อนบ่อยๆอีก

 

ไอ้ความฝืดและเสล่อนี่แหละทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนนี้คนเดียวเลยครับ

 

ไอ้ต๊อง

 

ไอ้ต๊องเป็นเด็กชาย ส่วนผสมไทย จีน เรียนทวีธาตั้งแต่ม.1 มีความบ้าถึกติดตัวมาแบบเงียบๆไม่มีใครรู้ ได้ชื่อไอ้ต๊องด้วยพฤติกรรมมุขฝืดของเขาแทนชื่อเล่นจริงว่ายุทธ เพราะมันกล้าที่จะพูดตลกเสียงดังๆ แต่หารู้ไม่ว่ามันสุดฝืด และก็แป็กในทุกครั้ง ที่สำคัญมันไม่ค่อยได้ดูจังหวะและโอกาสในการยิงมุข บ่อยครั้งเข้าพวกเราเลยคิดว่ามันคงต๊องแน่ๆที่ยังยิงมุขฮาเงียบกริบแบบนั้นอยู่ตลอด

 

นอกจากไอ้ต๊องจะเป็นคนโดนรุมโห่มากที่สุดแล้ว เขายังเป็นบุคคลขี้โม้โอเวอร์อยู่บ่อย ไอ้โม้ธรรมดาเนี๊ยะเชื่อว่าหลายคนคงจะมีบ้างเพื่ออรรถรสในการสนทนา แต่ไอ้ต๊องว่าไปนู้นเลย เรื่องที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง แต่ต๊องกล้าโม้ได้

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่าฝีมือการเล่นสนุกเกอร์ของเขาสุดยอดขนาดกวาดหมดโต๊ะได้ด้วยการแทงเพียงไม้เดียว โดยเบรกสูงสุดในครั้งนั้นของเขาคือ 80แต้ม บนโต๊ะสนุกเกอร์ภายใต้กติกาลูกแดง 6ลูก

 

พวกเราลองข่มใจเชื่อไปก่อนว่ามันแทงไม้เดียวหมด และเริ่มลองนับนิ้วกันโดยให้มันแทงเบรก 6แดง 6ดำ และต่อด้วยไล่สีตั้งแต่เหลืองถึงดำซึ่งปรากฏคะแนนสูงสุดเพียงแค่ 75คะแนน แล้วไอ้ต๊องเอามาจากไหนอีก 5 แต้มครับ ต๊องหน้าแหกไป

 

อีกครั้งครับที่ต๊องโม้ว่าพ่อเขาทำประกันให้ตัวเขาถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป ครอบครัวเขาจะได้รับเงินจำนวนพันล้านบาท

 

ครับ….ถึงแม้ว่าต๊องจะมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะดี ดูได้จากการที่ต๊องคือบุคคลแรกของห้องที่ขับรถมาเรียนเนื่องจากบ้านของเขาอยู่ไกลถึงชานเมืองแถวบางกระดี่ ซึ่งในสมัยปี 2533 นักเรียนคนใดมันมีพาหนะให้ขับขี่ต้องถือว่าเขามีอันจะกินในระดับหนึ่ง แต่กับเงินประกันเป็นพันล้านเนี๊ยะมันชวนให้เราขมวดคิ้วคิดนิดนึงว่าเป็นไปได้แน่หรือ จนได้ยินโก๋โนพูดออกมาว่า กูเป็นพ่อมัน กูแอบฆ่ามันเอาเงินมาใช้แล้ว แม่งต๊อง แม่งโม้

พวกเราเลยหยุดความสงสัยไว้แค่นั้น

 

จากการที่โก๋ต๊องทำให้เพื่อนๆต้องเบื่อไปกับความฝืด ความโม้ของเขา ทำให้ไม่ค่อยมีใครใส่ใจกับเขามากนัก และนี่เองอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องระบายออกเวลาเราเล่นฟุตบอลกัน ไอ้ต๊องจะวิ่งเข้าใส่ทุกลูกแบบดุเดือด แข็งๆทื่อๆ และถึงลูกถึงคนโดยไม่คำนึงถึงจังหวะและโอกาสซึ่งคล้ายกับการปล่อยมุขของเขา มันไม่ยอมหมดแรงตายง่ายๆ และตราบใดที่สายตาของเขายังมองเห็นลูกบอลวิ่งผ่านมาข้างหน้า เขาก็พร้อมจะพุ่งเข้าไปใส่แบบบ้าดีเดือด พอๆกับการแสดงออกในการเป็นสาวกผู้ภักดีที่มีต่อทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล เมื่อใดก็ตามที่มีการพาดพิงถึงทีมรักของเขาในแง่ไม่ดีไม่ว่ากรณีใดๆจากใครในกลุ่มถั่วงอก ไอ้ต๊องก็พร้อมจะปกป้องหงส์แดงทีมด้วยเสียงดังฝืดๆของเขาอย่างไม่รอช้า

 

เมื่อต๊องรักและทุ่มเทให้กับการเป็นผู้เล่นและแฟนฟุตบอลตัวยงขนาดนี้ จึงไม่แปลกที่โก๋ต๊องจะเสียใจอย่างมากที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลสีน้ำเงินในงานกีฬาสีตอนม.5 เขาพลาดเพราะเพียงพวกเราละเลยเรื่องการส่งรายชื่อนักฟุตบอลที่มีสิทธิ์จะแข่ง หน้าที่นี้เลยตกเป็นของหัวหน้าห้องในตอนนั้นและบังเอิญว่า ผู้เป็นหัวหน้าห้องของเราก็ใส่ชื่อไปตามสมควรที่จะเป็น แต่ไม่มีชื่อไอ้ต๊อง

 

แล้วฟุตบอลกีฬาสีในปีนั้น เราก็พลาดการได้เหรียญทอง และ นั่นก็เท่ากับว่าความหวังสูงสุดของห้องถั่วงอกได้จบลงพร้อมกับความเสียใจของพวกเรา แต่กับโก๋ต๊อง เขาคงเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสช่วยพวกเราเล่นมากกว่า

 

ในวันแข่งขันกีฬาสีอย่างเป็นทางการ พวกเราแก็งค์ถั่วงอกทั้งหมดช่วยกันส่งแรงเชียร์แมงวันให้เป็นจ้าวลมกรด ในการวิ่ง100 เมตร และด้วยความที่แมงวันถูกยกย่องในเชิงความเร็วที่พอจะเห็นได้ในตอนเล่นบอล จึงทำให้แมงวันเป็นตัวเต็งในการคว้าเหรียญให้ห้อง 22 เพราะนอกจากเหรียญทองในกีฬาฟุตบอลแล้ว ห้อง22ก็ไม่สนใจที่จะเล่นกีฬาอื่นซักเท่าไหร่ จนเมื่อการแข่งขันวิ่งแข่งระยะสั้นเสร็จสิ้นลง ก็ปรากฏว่า แมงวันสามารถคว้า……….คว้า………คว้าน้ำเหลวมาให้พวกเราได้เชยชม แมงวันแพ้แบบหมดรูป สร้างความเสียดายให้กับพวกเรากองเชียร์เป็นอย่างยิ่ง

 

ในขณะที่วันเดียวกันแต่เวลาห่างกันเล็กน้อย อีกด้านกับการแข่งขันวิ่งมาราธอน ไอ้หนุ่มเด็กชายขี้โม้และมุขฝืดออกสตาร์ตวิ่งระยะยาวโดยการตัดสินใจส่งตัวเองเข้าแข่งขันเป็นตัวแทนให้กับสีน้ำเงินและห้อง 22 โดยเวลาแต่ละรอบที่ผ่านไป สิ่งที่เขาทุ่มเทอยู่ตรงนั้นน้อยคนนักจากห้อง 22ที่จะรู้ว่าเขาทำการแข่งขันนี้ด้วย

 

กับวันนี้ ความบ้าดีเดือดของไอ้ต๊อง อาจทำให้ความทรงจำของเพื่อนหลายคนในแก็งค์ถั่วงอกนึกถึงเพื่อนคนนี้ในแบบ ตลกฝืดและสุดยอดขี้โม้ของห้อง แต่อีกอย่างหนึ่ง ที่พวกเราน่าจะจดจำไว้สำหรับโก๋ต๊อง

 

เขาคือ เหรียญทอง หนึ่งเดียวของห้อง 22 จากการแข่งในครั้งนั้น

 

โก๋ต๊องจากพวกเราไปหลังจากจบม.5 โดยไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ โดยผมเชื่อแน่นอนเหลือเกินว่าเขาจะไม่พลาดการไปปรากฏตัวที่แอนฟิลด์เพื่อชมสิ่งที่เขารักในช่วงเวลาที่เขาไปเรียนที่นั้น พอๆกับการพูดภาษาอังกฤษแบบฝืดๆ ให้กับเพื่อนใหม่เขาฟัง

 

หลังจากนั้นหลายปี ก็ได้ข่าวว่าโก๋ต๊องกลับมา ได้ภรรยาเป็นชาวอินโดนีเซียพร้อมกับมีต๊องจูเนียร์ โดยพักอาศัยอยู่แถวถนนปิ่นเกล้านครชัยศรี แล้ววันหนึ่งแก็งค์ถั่วงอกก็มีโอกาสได้เจอและพูดคุยกับเขาอีกครั้ง เขาได้เล่าให้ฟังว่า ชีวิตที่อังกฤษของเขาที่โน้น พ่อส่งเงินให้เขาใช้เดือนเป็นล้าน ผ่านสาวๆมาแล้วกว่า 15 ประเทศ และอะไรๆมากมายสารพัดเรื่องที่ดูเกินจริงอีกแล้ว ทำไงดีครับ……

 

เอ้า…ผมขึ้นให้ก็ได้    เออะ      เออะ     เออะ

……………………………………………………………..

ตามสมควรกันนะครับ

 

ไอ้ต๊อง ศิริยุทธ์  ศิริยุทธพงศ์ นักเรียนเลขที่ 8ของห้อง22 รุ่นที่ 97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

26 ธันวา 2548

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: