ศึกวันน้ำเงินเดือด

 

เสียงออดพักกลางวันดังขึ้น เป็นสัญญาณของการเลิกเรียนในคาบเช้าและนั่นยังหมายรวมถึงการได้พักรับประทานอาหารเที่ยงของนักเรียน นักเรียนม.ปลายอย่างแก็งค์ถั่วงอกไม่จำเป็นต้องกระตือรือร้นเพื่อรีบไปแย่งชิงอาหารกับนักเรียนจำนวนมากทั้งโรงเรียน เนื่องด้วย โรงเรียนทวีธาจะแบ่งให้นักเรียนม.ต้นซึ่งมีจำนวนมากกว่าได้พักก่อน 1 คาบ ดังนั้นเมื่อสัญญาณออดพักกลางวันดังขึ้นเป็นครั้งที่ 2 จึงเป็นคิวของพวกเรานักเรียน ม. ปลาย

 

บรรยากาศของโรงอาหารที่ผ่านการใช้มาแล้ว เสียงการเก็บล้างรอบแรกของเหล่าคนขายอาหาร รวมไปถึงการเตรียมอาหารต้อนรับนักเรียนกลุ่มต่อไปที่กำลังจะเดินลงมา คือสิ่งที่แสนจะคุ้นเคยในเวลาพักกลางวันของพวกเรา หลังจากเติมอาหารคาวหวานเข้าท้องกันจนอิ่มหนำสำราญบานตะไทแล้ว กิจกรรมประจำที่แก็งค์ถั่วงอกต้องทำต่อไปอยู่ข้างนอกโรงอาหาร สนามทรายล้วนขนาดใหญ่และลูกฟุตบอลหนังเบอร์ 5 ยี่ห้อ เปเล่ ราคา 160 บาท ได้เตรียมพร้อมรอเราไว้แล้ว

 

หากจะบอกว่าการเล่นฟุตบอลเป็นกิจวัตรประจำวันที่ แก็งค์ถั่วงอกให้ความเอาใจใส่เหนือการเรียนหนังสือแล้วละก็ ขอบอกว่าตรงเผง นอกจากวันเรียนร.ด.แล้วไม่มีวันไหนที่เราจะมาเรียนหนังสือแล้วปราศจากลูกฟุตบอลเปเล่ เราเล่นกันโดยไม่เคยสนใจว่าเสียงออดหมดเวลาพักเพื่อเตรียมเรียนคาบบ่ายจะดังขึ้นนานเท่าไหร่แล้ว หากการตัดสินในเชิงลูกหนังยังไม่เป็นที่พอใจของพวกเรา เราพร้อมจะเล่นกันต่อ หลายครั้งที่เราขึ้นไปเรียนชั่วโมงแรกของคาบบ่ายด้วยเวลาที่สายมากในความคิดของอาจารย์ แต่นั่นมันเวลาปกติของเราครับ กีฬาเป็นยาวิเศษไม่ใช่หรือ

 

ฟุตบอลในช่วงเวลาพักกลางวัน หากไม่นับเทอมแรกในรั้วทวีธาตอนม.4 ก็มักเป็นการเล่นแข่งกับเพื่อนต่างห้อง เพราะเนื่องจากประชากรในภายหลังของห้องแก็งค์ถั่วงอกเหลือน้อยจนทำให้บางครั้งไม่สามารถแบ่งข้างเล่นกันเองได้ บวกกับความต้องการอยากเล่นด้วยของเพื่อนห้องอื่น แก็งค์ถั่วงอกเป็นแก็งค์เอื้ออาทร เราจึงรวมกันและเล่นร่วมกันกับเพื่อนห้องอื่นทุกพักกลางวัน และบังเอิญเหลือเกินว่าไอ้ห้องที่มันมาเล่นกับเราประจำด้วยเนี๊ยะ เป็นห้องที่ไม่ถูกกับห้องเราเป็นที่สุดและค่อนข้างจะเกลียดขี้หน้ากันเอาซะด้วย

 

ทุกพักกลางวัน จึงเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีล้วนๆ

 

แต่ถ้าจะถามถึงความสนุกที่สุดของการเล่นฟุตบอลในรั้วโรงเรียนทวีธาละก็ ขอย้อนกลับไปตอนที่พวกเราเรียนอยู่ที่เทอมแรกของมัธยม 5 ปัจจัยหลายอย่างเอื้อเฟื้อให้เกิดเกมหยุดโลกทุก 2วันต่อหนึ่งอาทิตย์ พวกเรามีคาบเรียนคาบสุดท้ายว่างในทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี เนื่องจากวิชาที่จะเรียนคาบสุดท้ายในเทอมนั้นงด และยกไปเรียนในเทอม 2 เทอมต่อไป ดังนั้นเมื่อคาบสุดท้ายว่าง นั้นหมายถึงเราได้เลิกเรียนก่อนใคร และยังหมายความถึงสนามฟุตบอลยังไม่มีสิ่งมีชีวิตตัวไหนวิ่งเล่นอีกด้วย เพราะโดยปกติสนามบอลทวีธาทุกกลางวันหรือตอนเย็น เราจะเห็นอย่างน้อย 10 ทีมอยู่ในสนามเดียวกัน ลูกบอล10 ลูกสลับกันลอยโด่งเต็มพื้นที่สนาม ผู้เล่นอีกร่วมร้อยคนวิ่งไล่เตะบอลกันท่ามกลางฝุ่นทรายที่พวกเขาก่อขึ้นในพื้นที่ที่น่าจะเหมาะแค่สองทีม  เพราะฉะนั้นใครที่จะเล่นในสนามแห่งนี้ต้องมีทักษะอย่างสูงประกอบรวมกับความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเล่นบอล มันจึงเป็นการยากมากที่จะมีเวลาได้เล่นโดยปราศจากผู้คน ณ.สนามแห่งนี้

 

และเมื่อฟ้าเปิดทางให้ คาบสุดท้ายในทุกวันอังคาร และพฤหัส จึงเป็นเวลาที่นำไปสู่สังเวียนแข้งที่พร้อมไว้สำหรับการฟาดแข้งที่โลกไม่เคยลืมของ แก็งค์ถั่วงอก และมันยังได้เป็นที่มาของ …………. ศึกน้ำเงินเดือด ดาร์บี้แมตท์ แห่งห้อง 22

 

เรายึดตลาดพรานนกเป็นจุดศุนย์กลางแบ่งเขต ใครที่พักอาศัย ตั้งแต่ตลาดพรานนกขึ้นไปยัง บางขุนศรี บางขุนนนท์ พาต้า สี่แยกกรุงธน จนสุดบางพลัด จัดว่าพวกเขาคือพลพรรคทีม บางพลัด

 

และตั้งแต่พรานนก สายใต้เก่า ท่าพระ บางแค บางปะแก้ว บางมด  เคหะฯ จนสุด บางกระดี่ เขาคือ บางกระดี่ทีม

 

ภายหลังมีการเล่นพรรคเล่นพวก  โยกย้ายสลับไปมา เป็นเหตุให้ผู้เล่นบางคนที่มีภูมิลำเนาตามที่แบ่งกันไม่ยอมเล่นให้กับทีมต้นสังกัดของตัวเอง    พวกนี้ อยากจะประนาม แต่ตอนนี้ ของดเอ่ยนามไว้ก่อน

 

หลังจากทุกอย่างลงตัว  นักเรียนห้อง 522 ก็ใช้เวลาคาบสุดท้ายที่ไม่ต้องเรียน ทำศึก ดาร์บี้แมตท์ แห่งห้อง 22

โดยทีม บางพลัด และ บางกระดี่   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

เกมแห่งความมันส์ สนุกหยุดโลก   เกิดขึ้นนำมาโดยพวกเขา ทีมบางพลัด ที่มาในระบบ 5-3-2 ขึ้นหมดลงไม่เคยหมด โดยมีรายชื่อของสุดยอดผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งตามนี้

 

ผู้รักษาประตู…..ได้แก่จอมหนึบหมายเลขหนึ่งของห้อง โนบิ คือ  ผู้รักษาประตูที่ไว้ใจได้ที่สุดของทีมบางพลัด เนื่องจากไม่มีใครเล่นตำแหน่งนี้ ทำให้โนบิไม่มีทางเลือก

 

สวีปเปอร์………….โก๋เงียบ ปราการหลังจอมนิ่ง เพราะไม่พูดกับใคร แต่ชั้นเชิงเข้าขั้นระดับโลก ฟรังโก บาเรซี่ ยังไงยังงั้น

 

เซนเตอร์ คู่กลาง……………โก๋แก่ กับท่าไม้ตายที่พร้อมจะสยบลูกโด่งทุกลูกด้วยท่ากระโดดขึ้นเหนือพื้นดิน กางแขน และชันเข่าขึ้นข้างใดข้างหนึ่งเข้าปะทะลูกบอลที่ลอยโด่งมาพร้อมเสียงร้องกลางอากาศ อ๊า……  และ โก๋ทินคู่เซนเตอร์ของโก๋แก่ ที่มีไว้คอยเล่นลูกภาคพื้นดินยามที่โก๋แก่เหินหาวแล้วไม่ได้บอล และโดยมากมักเป็นอย่างนั้น ในบางครั้งตำแหน่งนี้ก็เป็นของไอ้โป่ง มนุษย์ผู้นิยมการหวดทั้งลูกบอลและก้านคอเพื่อนในเวลาเดียวกัน สุดแต่ว่าใครจะอยู่ใกล้โป่ง

 

แบ็กขวา…………….ดอกเตอร์ ก่อศักดิ์ มนุษย์คลาสลิก รับบทแบ็กจอมบุก ที่ตัวเขาเองมีต้นแบบในการเล่นฟุตบอลคือ โธมัส เฮสเลอร์ ยอดคนแสนคมจากทีมอินทรีเหล็ก เขาชอบตรงเวิลด์คลาส และดอกเตอร์เองก็เหมือนเขามากตรงความสูง

 

แบ็กซ้าย……………….โก๋ตุ๊ก แบ็กผู้ชอบวิ่งเป็นเพื่อนกับปีกฝ่ายตรงข้าม และโก๋ตุ๊กก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเบียดคู่ต่อสู้หรือคิดแหย่ขาสกัดบอลเลยแม้แต่น้อย

 

กองกลาง ด้านซ้าย………………เดชา บุคคลผู้ไม่หวงบอลหรือคิดเก็บบอลไว้กับตัว ถ้าบอลลอยมาทางเขา เขาจะบึ้ม ไปไหนก็ไม่รู้ แล้ววิ่งตามลูกบอลไปเพื่อบึ้มต่อไปเรื่อยๆ

 

กองกลาง ด้านขวา……………….ไอ้เชษฐ์ จอมแทคติกทุกรูปแบบทั้งสะอาดและสกปรก โดยมากมักเป็นอย่างหลังบางครั้งไอ้แคปจะใช้ปากเล่นบอลมากกว่าเท้า อย่างไรก็ดีการประสานงานกับ ดอกเตอร์ เพื่อนคู่ซี้ คือความเจ้าเล่ห์เฮอาที่น่ากลัวทางกราบขวาของทีมบางพลัด

 

กองกลาง ตัวทำเกม……………… แมงวัน ยอดเพลย์เมกเกอร์ตัวเอ้ของทีม ผู้มีลีลาคลึงบอล พริ้วไหว ดั่งนกน้อย การ์รินช่า ของแซมบ้า บราซิล เขาเป็นหัวใจของทีมและเป็นสีสันของสนาม

 

กองหน้า………………….คู่ทูท็อปของทีมบางพลัดนำโดย โก๋เขียว นักฟุตบอลผู้มีความฮึดเป็นช่วงๆ เขาจะเด่น มีบทบาทและวิ่งอย่างมากมายในช่วง 5 นาทีแรก หลังจากนั้นพบดาวซัลโวคนนี้ได้ที่ร้านขายน้ำ และตามร่มไม้ และ ตำแหน่งที่เหลืออีกที่หนึ่งคือ ผม บุรุษผู้มีวิญญาณนักล่าประตูและมีซ้ายฟ้าสั่งเป็นอาวุธเอกอุ เขาเปรียบประดุจ บาจโจ้แห่งบางพลัด

 

ความสนุกขนาดโลกต้องหยุดหมุนให้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีคู่ปรับตลอดกาลสำหรับทีมบางพลัด คู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดของฟุตบอลชายห้อง 522       ทีมบางกระดี่ ทีมที่มีรูปแบบการเล่นไม่ทรงตัว เนื่องจากพวกเขาระดมไปด้วยแข้งระดับโลก ที่พร้อมจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเล่นได้หลายตำแหน่ง      เราควรเริ่มต้นกันที่

 

ผู้รักษาประตู…….หลังจากไม่มีสุวรรณ ในตำแหน่งนี้ไม่มีใครเป็นตายตัว เริ่มแรกที่โก๋เหม่ง ผู้เล่นที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าการถูกบอลลอดหว่างขาเป็นเรื่องชาชิน ภายหลังเขาเชื่อว่าเท้าซ้ายเขาใช้การได้ดี จึงผันตัวไปเป็นแบ็กซ้าย และยังต่อด้วยปีกซ้ายหลังจากที่เขาคิดว่าตัวเองลากเลื้อยได้คล่องแคล่ว ก่อนจะจบที่ตำแหน่งกองหน้าด้านซ้ายเพราะเขายังเชื่อว่าเขาทำประตูได้ดีอีกด้วย

บางครั้งบางกระดี่ก็ใช้ โทนี่ โน เป็นโกล์ และยังรวมไปถึงพี่เท่ห์ก็เคยเล่นตำแหน่งนี้ เอาเป็นว่าผมคิดว่า ผู้รักษาประตูของทีมบางกระดี่คือพี่เท่ห์ละกัน ยืนเสยผมแล้วจับลูก เตะบอลไปไม่ค่อยไกลเท่าไหร่อย่างเท่ห์ๆ

 

แบ็กขวา……….ศิริยุทธ์ แบ็กต๊องบ้า ที่พร้อมจะวิ่งไปทุกพื้นที่ของสนามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กัดไม่ปล่อย ถอยไม่มี คือไอ้ต๊อง และ วินนี่ โจนส์ น่าจะเป็นแรงบัลดาลใจในการเล่นบอลของเขา โดยรวมไอ้ต๊องคือฝันร้ายที่แท้จริงของผู้เล่นแนวรุกของทีมบางพลัด

 

แบ็กซ้าย……………….ผมว่าทุกคนน่าจะจดจำโก๋เหม่งในบทบาทการเล่นตำแหน่งนี้มากกว่าตำแหน่งอื่น เพราะเขาคือเจ้าของฉายา อันเดรส เบรเหม่ง ลีลาการเล่นแบ็กซ้ายของเขายังตราตรึงจนเป็นที่ยอมรับของทั้งสองทีมจวบจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นเบรเหม่งยังมีสถิติที่น่าจดจำจากการทำแฮนด์บอลในเขตโทษตัวเองและทำเข้าประตูตัวเองมากที่สุดอีกด้วย เขาคือตัวนำโชค โดยแท้จริง พวกเราชาวบางพลัดยกย่องเขามาก

 

เซนเตอร์ คู่กลาง……………การจับคู่ระหว่างโก๋กวง กับไอ้ซิงค์ อาจเรียกได้ว่าภูพาหินดีๆนี่เองเพราะทั้งสองมีลูกหนักและทางบอลที่พร้อมจะหยุดคู่หูกองหน้าของทีมบางพลัดได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้โก๋กวงยังสอดขึ้นมาโหม่งประตูจากลูกเตะมุมได้บ่อยครั้งอีกด้วย

 

กองกลาง ด้านซ้าย………………โทนี่ โน จริงๆ แล้วโทนี่ คือผู้เล่นที่มีถิ่นฐานอยู่ที่บางพลัดแท้ๆ แต่ โทนี่ไม่เคยเลยที่จะเล่นให้กับ ทีมบางพลัด ซักครั้ง และเมื่อโทนี่รับผิดชอบตำแหน่งนี้ให้ทีมบางกระดี่ การประสานงานกับ เบรเหม่ง ทำให้พื้นที่ฝั่งซ้ายของบางกระดี่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และโทนี่ ก็ยังเป็นเจ้าของลูกยิงสวยสุดตลอดกาล ของ ดาร์บี้แมตท์ แห่งห้อง 22 ด้วย

 

กองกลาง ตัวกลาง……………..โก๋อุย อีกหนึ่งบุคคลที่น่าจะมีชื่อในทีมบางพลัด แต่เขาขอเลือกเล่นให้บางกระดี่ เขาคือคู่ปรับคนสำคัญของแมงวัน หากแมงวันมีลูกคลึงอันลือลั่นแล้วละก็ จิมมี่ก็มีลูกล็อกไปล็อกมาไม่ไปไหนซักทีที่ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน จิมมี่คือศิลปินลูกหนัง เล่นบอลตามอารมณ์ วันไหนจิมมี่โดนตอด โดนเตะเยอะ หน่อย จิมมี่ก็พร้อมจะ ขี้แย และงอแงได้

 

กองกลาง ด้านขวา………………ไอ้ตี๋ ปีกตัวกลั่นของบางกระดี่ คือผู้เล่นที่วิ่งเป็นเพื่อนกันกับโก๋ตุ๊กมากที่สุด หากแต่ไอ้ตี๋จะเป็นฝ่ายมีบอลเลี้ยงตรงทื่อๆขึ้นไปข้างหน้า ในขณะที่โก๋ตุ๊กรักที่จะวิ่งขนานกับไอ้ตี๋ไปอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไร บ่อยครั้งที่เห็นคู่นี้วิ่งไปด้วยกันด้วยความเร็วจนบอลเลยออกเส้นหลังโดยไม่ได้อะไร เป็นเหตุให้เพื่อนคิดว่าเขาคงจะชอบวิ่งเล่นแบบทางตรงกันแค่สองคน

 

กองหน้าด้านซ้าย …………….. ธนา คือผู้เล่นที่ทำให้กราบซ้ายของบางกระดี่ ครบ สามกษัตรีย์ แจ็ค มุ้ย คิงส์ โก๋นายังเป็นผู้เล่นกองหน้าที่มีผู้จดจำเขาใน ลูกโหม่งอะไรน่ะ อีกด้วย

 

กองหน้าตัวเป้า………………..โก๋เมศร์           บนความคลั่งไคล้ในตัว เอียนรัช เขาคือเพชฌฆาตตัวความหวังของชาวบางกระดี่ ดังเช่นฮีโร่จากทีมหงส์แดงของเขา สัญชาตญาณศูนย์หน้าที่อัดแน่นและพร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลาในกรอบ 6 หลาคือความอันตรายต่อทีมบางพลัด นอกเหนือจากถูกสั่งขี้มูกและพ่นน้ำลายใส่ในขณะแย่งบอล

 

กองหน้าด้านขวา…………ไอ้รินทร์        จอมพเนจร ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่าง บางกระดี่ บางพลัด แต่เขาปักหลักอยู่บางกระดี่มากกว่า จึงขอจัดเขาไว้อยู่ในทำเนียบทีมบางกระดี่ เขาเป็นนักเตะร่างเล็กผู้มีความเร็วเป็นเลิศ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับแนวรับของทีมบางพลัดทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน

 

นอกจากนี้ บางกระดี่ยังมีตัวสำรองชั้นดีที่เปรียบประดุจดั่งอาวุธเสริมยามที่ทีมต้องการ อาทิ สุเจตน์ สุดยอดมิดฟิลด์อัจฉริยะที่พร้อมจะลงมาเปลี่ยนผลการแข่งขันจากที่ดีอยู่แล้วเป็นเลวร้ายได้ตลอดเวลา, ชาตรี เด็กเรียน กำลังเสริมอย่างดีที่บางกระดี่นึกถึงเวลาคนไม่พอ รวมไปถึงไชยวัฒน์ หัวหน้าห้อง ก็เคยลงมาเล่นเป็นครั้งคราวกับพวกเขาบางกระดี่

 

ความสนุกของศึก ดาร์บี้แมตท์ แห่งห้อง 22 เกิดขึ้นตลอดเทอมหนึ่งของ ม.5 บางครั้งทีมหนึ่งแพ้ในวันอังคาร แต่กลับเอาชนะได้ในวันพฤหัส ทำให้สัปดาห์นั้นรอดพ้นจากการถูกเยาะเย้ยถากถางจนกว่าจะถึงวันอังคารต่อไปได้ ครั้งหนึ่งจำได้แม่นเลย บางพลัดแพ้หมดรูปในวันอังคาร 4-0 ผมกับแมงวันนั่งคิดบนรถเมล์สาย56ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ถ้าวันพฤหัสนี้เราไม่สามารถเอาคืนได้ ต้องอับอายกันข้ามอาทิตย์ และผลการแข่งขันของวันพฤหัสก็ปรากฏว่าบางพลัดสามารถแก้แค้นคืนด้วยสกอร์ ไม่น่าเชื่อ 5-0 ครับ และลูกที่5ที่ทำได้ยังเป็นโก๋เหม่งที่ท็อปฟอร์มทำเข้าประตูตัวเองอีกด้วย ทำให้บางพลัดรอดพ้นจากความอับอายแถมเกทับคืนด้วยประตูของโก๋เหม่ง มันเป็นเหตุการณ์คลาสลิกแห่งการชวนจดจำของชาวบางพลัดจริงๆ

 

แม้ว่าจะมีเรื่องของศักดิ์ศรีเล็กน้อยไว้คุยข่มกันสนุกๆในวันรุ่งขึ้นถ้าทีมไหนทำได้ดีกว่า จนบางครั้งมีการเขียนหนังสือพิมพ์แสดงผลการแข่งขันตัวใหญ่ๆและบทวิเคราะห์ วิจารณ์ แจกจ่ายให้ได้อ่านเพื่อความบันเทิงของผู้ชนะและอีกหนึ่งจุดประสงค์แอบแฝงคือ แดกดัน ตอกย้ำแค้น และทับถมทีมฝ่ายตรงข้าม      แต่สำหรับผมแล้วความสนุกที่แท้จริงมันกลับอยู่ที่การได้ร่วมเล่นบอลเคียงข้างไปด้วยเพื่อนแก็งค์ถั่วงอกต่างหาก    และถ้าเพื่อนทุกคนพอจะนึกภาพเหล่านี้ได้  

 

โก๋เหม่งยืนเอียงคอยิ้มทำตาหวานขณะที่มือก็เสยผมแก้เขินหลังจากพบว่าทำบอลเข้าประตูตัวเองอีกแล้ว,  ช่วงเวลาร่าเริงของไอ้แก่ยามเหินหาวเป็นจ้าวเวหากับเสียงอ๊าของเขา, โก๋ตุ๊กสปีดวิ่งตามบอลเคียงข้างไปกับเฮียหลิวด้วยความเข้าใจแค่ว่าวิ่งตามอย่างเดียว, การทำประตูของโก๋นาเพียงเพราะหันไปขานรับเสียงเรียกชื่อ, โทนี่วิ่งผลักโก๋เหม่งเพื่อหวังทำประตูเองในขณะที่หลุดเดี่ยวไปด้วยกันทั้งคู่,  ไอ้ต๊องกับลูกบ้าดีเดือด, สเต็บการเลี้ยงบอลสุดพริ้วของสุเจตน์, ไอ้แคปกับเสียงโวยวายไว้ก่อน, ความคึกคักของโก๋เขียวช่วงเริ่มเขี่ยบอล, มาดนักเตะผู้ดีของดอกเตอร์ ฯลฯ

 

แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอให้รู้สึกถึงอารมณ์แห่งรอยยิ้มของ ศึกน้ำเงินเดือด ห้องแก็งค์ถั่วงอกได้

 

แล้วก็มาถึงศึกสุดท้ายของพวกเรา ดาร์บี้แมตท์ แห่งห้อง 22 มันจบลงในวันสุดท้ายของการสอบตอนม.6 นั่นหมายถึงเราจัดให้มันมีขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เราจะเรียนจบชั้นม.ปลาย ซึ่งแปลว่าเราจะไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลร่วมกันอีก วันนั้น สุรินทร์ ซึ่งย้ายมาอยู่กับบางพลัด ซัด 2 ลูกให้บางพลัดนำบางกระดี่ในครึ่งแรก ก่อนที่ชาตรี เด็กเรียนจะตีไข่แตกในเวลาต่อมาของครึ่งหลัง และก่อนที่จะหมดเวลา บางกระดี่ได้จุดโทษที่น่ากังขา แล้วสถานการณ์ก็สร้างวีรบุรุษจริงๆ อันเดรส เบรเหม่ง อาสารับภารกิจใหญ่หลวงนี้ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของผู้เล่นบางกระดี่หลายคน แต่โก๋เหม่งยืนยัน เขามั่นใจ และแล้วเขาก็ได้แก้ตัวในความผิดพลาดที่แล้วมาในอดีต ยิงประตูสุดท้ายของศึกสีน้ำเงินพร้อมกับช่วยให้บางกระดี่ตีเสมอบางพลัดในวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนทวีธา เราจบลงด้วยผลเสมอและภาพถ่ายประทับใจครั้งสุดท้ายร่วมกัน และนั้นก็เป็นฟุตบอลครั้งสุดท้ายของแก็งค์ถั่วงอก

 

มันเป็นความรู้สึกเสียดายมากกว่าที่จะไม่มีโอกาสได้ร่วมเล่นฟุตบอลสนุกสนานกับเพื่อนๆอีก และอาจดูคล้ายว่ามันคือความทรงจำประทับใจที่ผ่านไปแล้วไม่สามารถย้อนคืนมาใหม่ ใช่..ไม่สามารถย้อนกลับมาใหม่ แต่มันสามารถระลึกถึงได้นี่ และกับทุกวันนี้ ทุกครั้งที่คิดถึงมัน เป็นเหมือนกันมั๊ย ว่ามันคือการเริ่มต้นความสุขแห่งความทรงจำอีกครั้ง

 

สนามทรายที่คุ้นเคยแห่งหนึ่ง เด็กชายผมสั้นในชุดนักเรียนขาสั้นปล่อยชายเสื้อสองคนยืนอยู่กลางสนามท่ามกลางเด็กนักเรียนคนอื่นๆ เด็กชายตัวดำคนแรกยืนเท้าเอว เหยียบลูกบอลยี่ห้อเปเล่ด้วยขาข้างซ้าย สายตาจ้องมองข้ามเส้นแบ่งแดนไปยังกลุ่มนักเรียนฝ่ายตรงข้ามที่เรียกตัวเองว่า สามทหารเสือ และสามกษัตรีย์ รวมถึงเด็กชายฝั่งตรงข้ามคนอื่นก็กำลังยืนประจันหน้ากับพวกเขา ในขณะที่สายลมพัดโปรยฝุ่นทรายกลุ่มเล็กๆพร้อมเสียงของลมผ่านเท้าเด็กชายตัวดำไป เขาสูดลมหายใจขึ้นแล้วหันไปหาเด็กชายหัวหยอย ที่อยู่ข้างๆ  โดยมีเด็กชายชาวสุพรรณที่อยู่ถัดไปไกลๆเตรียมพร้อมจะควบวิ่ง

 

พร้อมยัง เด็กชายตัวดำเอ่ย

 

เด็กหัวหยอย ตอบกลับด้วยสำเนียงทองแดง ที่แสนคุ้นเคย

 

เหยียบบางกระดี่ให้ขี้แตกไปเลย

 

แล้วรอยยิ้มก็เปื้อนบนใบหน้าของผมอีกครั้ง

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

17 มกรา ปีหมา 49 ก่อนวันแดงเดือด 4 วัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: