รสนิยมบ้าเห่อ

 

วัยรุ่นไทยในสมัยปี 2533 ก็เป็นเหมือนสมัยนี้ ที่ต้องมีอาการก้าวตามโลกแห่งวัตถุที่เป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้นๆ อันไหนอิน อันไหนเอาท์ เราต้องพอจะรู้ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัว รสนิยมการกิน หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวของวัยคะนอง เหล่านี้ต้องมีความใส่ใจไว้บ้าง กันเชย

 

พวกเรานักเรียนถั่วงอกในตอนนั้นก็กำลังแตกเนื้อหนุ่มอยู่พอดี แล้วมีเหรอที่นักเรียนไทยห้อง 22 ทวีธาภิเศก ผู้ไม่เห็นคุณค่าในการหาความรู้เท่าไหร่ จะไม่เคยผ่านช่วงเวลาแห่งการมีรสนิยมในเรื่องแฟชั่น และแหล่งกินดื่มในสมัยนั้น

 

เรามาเรียนหนังสือทุกวันในโรงเรียนที่มีกฎระเบียบให้ทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนคือวันตรวจผมและเครื่องแต่งกายกฎระเบียบทรงผมของทวีธาภิเศก คือ ทรงนักเรียนหัวเหน่งขาวสามด้าน ข้างหน้าไม่เกิน 5 เซนติเมตร เด็กโต ม.ปลาย หยวนหน่อย ให้ขาวแบบแรเงาได้ และข้างหน้าเพิ่มไว้ยาวอีกนิดจาก 5 เซน หรือเรียกรวมๆว่า ลองหวี ด้านเครื่องแต่งกายก็ต้องถูกต้องตามแบบมาตรฐานสากล เสื้อห้ามมีสาบ กางเกงไม่สั้น ยาวลุงถึงหัวเข่า ถุงเท้าดึงตึงไม่ย่นกอง กระเป๋าต้องเป็นกระเป๋านักเรียนเท่านั้น เป้ ย่าม กระเป๋ากีฬา ห้ามหมด เหล่านี้คือแบบอย่างนักเรียนที่ดีที่ ทวีธาภิเศก ต้องการ

 

พวกเรากำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น หน้าตาทางสังคมต้องมี จะให้มาดึงตึง ตัดหัวเหน่ง ถือกระเป๋า นี่ ต้องร้องยี้ ดังนั้นอะไรที่เป็นกฎระเบียบข้างต้น แก็งค์ถั่วงอก พยายามทำตรงข้ามหมด เพราะฉะนั้นการหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายปกครองคือสิ่งที่มนุษย์ถั่วงอกกระทำอยู่เป็นประจำ แต่มันก็มีวันพลาด แต่งกายผิดระเบียบ แอบไว้ผมยาว เหล่านี้โดนจับกันมาหมด เดือนนี้ ไอ้คนนี้โดน เดือนนั้น ไอ้คนนั้นโดน สลับสับเปลี่ยนกันไป ถือเป็นเรื่องปกติของโรงเรียนชาย ม.ปลาย แต่กับการโดนจับได้และเอาคืนกลับตามสไตล์พวกเราก็มีบ้างที่พอนึกออก เล่าซักเรื่องนึงแล้วกัน

 

เย็นวันหนึ่ง หลังเลิกเรียน พวกเราไปเดินเล่นต่อกันที่คลองถม การเดินทางครั้งนั้นไปเพียงเพื่อเดินเที่ยวและตัดกางเกงนักเรียนเวสปอยล์ ถ้าจำร้านตัดกางเกงไม่ผิดรู้สึกจะชื่อไดมอนด์ เรากำลังจะหากางเกงผิดระเบียบใส่กันยกแก็งค์ครับ หลังจากเราวัดตัว จ่ายมัดจำ รับใบนัดเสร็จ เราก็เดินเล่นกันต่อภายในคลองถม สายตาไปสะดุดที่กระเป๋าสะพาย มีฝาพับ คาดตัวหนังสือภาษาอังกฤษ อ่านได้ว่า โซดา ซึ่งเป็นแบบวัยรุ่นเท่ห์ในสมัยนั้น ไม่มีอาการรีรอจากเรา ไปเดินกัน 7 คน ก็ถอยมา 7 ใบ ตามสีที่ตัวเองชื่นชอบกัน แล้วบอกกันว่า พรุ่งนี้สะพายปรากฏตัวกันที่โรงเรียนเลย

 

โดยปกติพวกเราถือหนังสือมาเรียนกัน ไม่ค่อยมีผู้ใดนิยมถือกระเป๋านักเรียนเท่าไหร่เพราะมันดูเหมือนเด็กดีเกินไป ครับ…และกฎระเบียบมีไว้แน่ชัดอยู่แล้วว่า ห้ามกระเป๋าอื่นนอกจากกระเป๋านักเรียนมาตรฐาน ความอยากจะเท่ห์มันบดบังกฎข้อบังคับไว้หมด แล้วคน 7 คนก็นัดแนะเจอกันในตอนเช้าเพื่อเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาโรงเรียนพร้อมกัน ถ้าตัดความเท่ห์ออกไป ก็มีแต่ความโง่ เซ่อ บ้าล้วนๆแหละครับ เพราะมันชวนให้ทุกสายตาของทั้งนักเรียนคนอื่นแถวนั้นหันมามอง ว่ามันทั้งหลายจะเดินพรีเซ้นต์กระเป๋าเข้าไปโรงเรียนในสภาพนั้นได้อย่างไร

 

แล้วก็เป็นความจริง ความเท่ห์ก็มีระยะเวลาสั้นเหลือเกิน แค่ช่วงเวลาก่อนเดินเข้าโรงเรียนเท่านั้น ที่พวกเขาเหล่านั้นดูเป็นผู้นำความบ้าเห่อกว่าใคร เพราะหลังจากที่ฝ่ายปกรองพบเห็น 7 ถั่วงอกกับกระเป๋าโซดาสุดเท่ห์ในจังหวะก้าวขาเข้าโรงเรียนของพวกเขาปุ๊บ เวลาแห่งความเท่ห์ก็จบลงปั๊บ กระเป๋าถูกยึดในตอนนั้นพร้อมกันยกทีมทันที แต่ความเท่ห์ไม่ดูตาม้าตาเรือของพวกเขามิได้ทำให้เขาเหล่านั้นหยุดสำนึก มันกลับเพิ่มความทะเยอทะยานในการหาสิ่งใหม่ๆมาท้าทายฝ่ายปกครอง ยึดได้ก็ยึดไป พวกเขายักไหล่ไม่แยแส แต่ปฏิบัติการกวนตีนตอบแทนต้องมีแน่

 

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับคอนเซบป์ใหม่ที่นัดแนะกับเพื่อนทั้งห้องมาจากเมื่อวาน

 

ถุงกระดาษถือทรงสี่เหลี่ยมจากห้างสรรพสินค้าดังทั่วไปในสมัยนั้น คือกลยุทธ์ใหม่ที่ถูกเอามาใช้กวนตีนท้าทายฝ่ายปกครองโดยเฉพาะ พวกเขาแก็งค์ถั่วงอกทั้งหมดเอาหนังสือเรียนใส่ในถุงของห้างดังต่างๆยืนหิ้วเข้าแถวเรียงรายหน้าสลอนตอนเคารพธงชาติ เป็นการร่วมมือกวนตีนและท้าทายกลับใส่ฝ่ายปกครองจากแก็งค์ถั่วงอกทั้งห้อง กฎระเบียบบอกไว้ชัด ห้ามอย่างอื่นนอกจากกระเป๋านักเรียน แต่เจอเหตุการณ์แบบนี้ฝ่ายปกครองได้แต่ยืนอื้ออึงกับภาพที่เห็น จะเอาผิดกับพวกมันอย่างไรดี เพราะมันก็ไม่ใช่สิ่งผิดระเบียบมากมายอะไร หากแต่มันเป็นเจตนากวนตีนเอาคืนให้เพื่อนกันยกแก็งค์ ครับ…ฝ่ายปกครองทำอะไรเราไม่ได้ เพราะจะมาเอาผิดยึดถุงห้างก็ดูเป็นอะไรที่หยุมหยิมเกินไป ได้แต่ปล่อยพวกเราเผยแพร่แฟชั่นถุงห้างต่อไปจนมันเสื่อมความซ่าไปเอง

 

ภายในโรงเรียนรัฐบาล ถ้าจะตามกระแสนิยมก็ต้องมีการฝ่าฝืนบ้าง ดังนั้นเสื้อผิดระเบียบ แฟชั่นเวลปอยล์ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนถั่วงอก และสู้รบปรบมือกับฝ่ายปกครองมาตลอด แต่กับวันที่ไม่ใช่วันเรียนของพวกเราละ……

 

ครับ…ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า พวกเราเป็นพวกพฤติกรรมเลียนแบบซึ่งกันและกัน เพราะในวันที่ต้องแต่งเครื่องแต่งกายอื่นที่ไม่ใช่ชุดนักเรียน แฟชั่นพิมพ์นิยมจากพวกเรามันแทบจะเป็นแบบฟอร์มจากสยามเซ็นเตอร์ที่เหมือนกันหมดอย่างตั้งใจ หลังจากหมดยุคเสื้อลายดอกและรองเท้าแตะสกอลล์ที่ฮิตในหมู่พวกเราอยู่พักหนึ่ง มันก็เป็น….

 

เสื้อก็ต้อง CHAPS ไว้ก่อน

กางเกงก็ Levi’s ตามสมัยนิยม

เข็มขัด จากร้าน Theatre ทำไมครับ…ทำไม

และรองเท้า Dr. Martin

 

นี่คือสูตรเครื่องแบบมาตรฐานที่ แก็งค์ถั่วงอกส่วนมาก ใช้แต่งกายในวันเสาร์ อาทิตย์ ที่มีการไปเที่ยวด้วยกัน อารมณ์ประมาณเห็นเพื่อนคนนึงเห่อก็เห่อตามกัน แบรนด์เนมที่กล่าวมาอาจพูดได้ว่าเป็นราคาที่สูงสำหรับนักเรียนม.ปลายที่ได้ค่าขนมประมาณวันละ30บาทและยังไม่ได้ทำงานกัน เพราะถ้าใส่ครบฟอร์มทั้งหมดก็หลักหมื่น แต่กับพวกเราที่รู้จักการหารายได้เสริมกับเหรียญสลึงปั่นตอนเวลาเรียน มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาเงินไปตามซื้อแฟชั่นเหล่านั้นในวันที่เราดวงดี

 

ทุกวันศุกร์ตอนเย็นหลังเลิกเรียนจึงมักกลายเป็นเทศกาลชอปปิ้งเดย์ หลังการสรุปยอดรายได้ทั้งสัปดาห์จากการลุ้นเหรียญสลึง

 

และในยุคของเรา วัฒนธรรมการบริโภคฟาร์ตฟู้ดกำลังมา แมคโดนัลด์ เคเอฟซี พิซซ่า หรือสารพัดร้านอาหาร

แบรนด์ดังๆของวัยรุ่นในตอนนั้น แก็งค์ถั่วงอกไปบุกเบิกมาหมด อารมณ์ก็คงเหมือนกับคนบ้าเห่อทั่วๆไปที่ต้องการลองของใหม่ บนความเท่ห์ที่ได้ไปปรากฏตัวในสถานที่อินเทรนด์ของเวลานั้น

 

การกินดื่มตามสถานที่กลางคืนก็เข้ามามีอิทธิพลกับพวกเรา ผับ ดิสโก้เธค แก็งค์ถั่วงอกไปมาทุกที่ที่มันมีแสงสีและกำลังฮิตในสมัยนั้น  จำชื่อไม่ได้แล้วว่ามีที่ใดบ้าง รู้แต่ว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นผมสั้นๆ กับแฟชั่นเหมือนกันหมดจากห้อง 22เห่อไปกับทุกที่ที่เขาเปิดสถานบันเทิงใหม่ๆ ในวัยนั้นไม่ค่อยทันจะคิดหรอกว่าไปแล้วมันส์ตรงไหนรู้แต่ว่าให้ชื่อว่าเคยได้ไปเท่านั้นพอ แอลกอฮอล์ แสงสลัว คนเยอะๆ กับเสียงเพลงดังๆ และควันบุหรี่ เป็นการใช้เงินจำนวนมากแลกกับอะไรที่ดูครื้นเครง และตื้นเต้นของพวกเราในยุควัยรุ่น

 

แล้ววันเวลาก็เปลี่ยนไปจนถึงทุกวันนี้ วันที่แก็งค์ถั่วงอกบางคนที่ยังเจอกันอยู่เปลี่ยนไปแล้วในด้านกายภาพ จิมมี่ไม่มีผมอีก ราเมศร์บอกลาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โก๋เขียวมีเวลาไปเปลี่ยนแผ่นcd ที่สีลมน้อยลง (เกี่ยวกันมั้ย) และแทบทุกคนในกลุ่มมีส่วนหนาด้านกว้างเข้ามาแทนที่ความผอมบางแบบตอนสมัยมัธยม ซึ่งแน่นอนรสนิยมต่างๆก็ต้องเปลี่ยนไปตามวัย

 

บนอายุหลักสามของทุกคน เรานัดเจอกินข้าวกันที่ไหนก็ได้ที่ที่มันสบายๆ ไม่มีเรื่องหน้าตาและราคามาเกี่ยวข้องไม่ต้องวัยรุ่นไม่ต้องอื้ออึง มีเพลงฟังหน่อยก็ดี ไม่ต้องมีการแต่งตัวเป็นแบบฟอร์มอย่างวันนั้นอีก กินไปคุยกันไปในเรื่องราวฮาเฮ เสเพลสนุกคละเคล้าบรรยากาศอิ่มหนำสำราญ

 

แต่ตกดึกพอประมาณประจวบเหมาะกับรับประทานอาหารเสร็จ ทำไมครับ…ทำไม เป็นต้องบ่นอากาศร้อน เหนียวตัวกันทุกครั้งไป

 

ราคาเท่าไหร่ งานดีมั้ย?

 

อันนี้ไม่ใช่รสนิยมบ้าเห่อ แต่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

26 มกรา 49

 

ปล. พลาดอีกแล้วครับ โก๋เขียวท้วงติงว่า พิศาล หายไปไหนในศึกวันน้ำเงินเดือด ใช่ครับ…ผมลืมพิศาลไป แย่จัง

พิศาลเล่นบ้างไม่เล่นบ้างให้ทีมบางกระดี่ในแถวๆกลางสนาม ฝีเท้าอยู่ในระดับติดทีมสีน้ำเงินตอน ม.5 ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: