ยักษ์ใหญ่

 

ห้องเรียน 22 ในวันแรกที่พวกเราเด็กหนุ่มต่างที่มาได้โคจรมาพบเจอกัน จำได้แค่เพียงว่าบรรยากาศในตอนเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้ามันช่างวุ่นวายยุ่งเหยิง ก็อย่างว่าและครับ สภาพแวดล้อมใหม่กับนักเรียนใหม่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นยังดูเด๋อด๋าอยู่ ไม่เหมือนกับผมที่อยู่มาแล้วตั้ง 3 ปี จึงรู้ว่าจะต้องไปยืนอยู่ที่ตรงไหนในตอนเช้าของวันนั้น และพอพวกเด๋อด๋าพวกนั้นเริ่มรับรู้แล้วว่าต้องเข้าแถวกันตรงไหน แถวนักเรียนห้อง 422 จึงก่อเกิดขึ้นได้เป็นครั้งแรก และจากการตั้งแถวของเราในวันนั้นมันได้สร้างความสนใจให้ทุกๆสายตาของนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนในเวลานั้นหันมาสะดุดเอาที่แถวนักเรียนห้อง 422 ของเราอย่างช่วยไม่ได้

 

เปล่า…!! แถวเราไม่ได้มีนักเรียนดารา หรือ ซูเปอร์สตาร์จากวงการใดอยู่รวมกับเราหรอก หากแต่ตรงหัวแถวของเรากลับปรากฏภาพมนุษย์ยักษ์ยืนเด่นเป็นสง่าตระหง่านค้ำฟ้าอยู่ บุรุษผู้ที่สูงโด่เด่ที่สุดในทวีธาภิเศก พศ. 2533

 

นั่นเพียงพอที่จะทำให้เขาเป็นจุดสนใจจากทุกคนทั้งโรงเรียน รวมถึงเพื่อนนักเรียนทั้งหมดของห้อง 22 ซึ่งแน่นอนมันรวมถึงตัวผมด้วยที่กำลังคิดว่า นี่เรากำลังมีเพื่อนอยู่อาศัยร่วมห้องเป็นยักษ์หรือนี่

 

สุวรรณ คือชื่อของมนุษย์ยักษ์หนุ่มผู้นั้น เขามีความสูงอีกไม่กี่เซนติเมตรก็จะครบ 2 เมตร มือไม้อวัยวะทุกส่วนของสุวรรณใหญ่โตไปตามความสูงของเขา โดยมากคนที่สูงมักจะดูมีลักษณะเก้งก้างตามที่เรามักพบเห็นทั่วไป แต่กับสุวรรณไม่ใช่ เขาสูงและเขายังบึกบึนแข็งแรงอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครที่เจอสุวรรณ หากคิดยังอยากรักษาชีวิตอยู่ อย่าทำให้เขาโกรธได้เป็นดี 

 

แต่จริงๆแล้ว สุวรรณไม่ได้มีนิสัยข่มเหงใครหรอก เขาก็เป็นเหมือนคนอื่นทั่วไปที่ใช้ชีวิตสบายๆ  แต่หากสิ่งใดไม่ถูกใจหรือไม่ถูกต้องสุวรรณก็พร้อมจะถลกแขนเสื้อเข้าลุย ด้วยนิสัยรักพวกพ้องของเขา ได้สร้างความอบอุ่นใจให้กับพวกเราอย่างมาก เพราะสุวรรณยินดีจะช่วยเหลือเพื่อนทุกคนในห้องหากเกิดมีเรื่องมีราวกระทบกระทั่งกันทั้งในและนอกโรงเรียน แหม ก็เป็นซะยังงี้ไง ถั่วงอกถึงได้เหิมเกริม กล้าแสดงพฤติกรรมกวนตีนอวดสายตานักเรียนห้องอื่นๆได้อย่างไม่กลัวใครหมั่นไส้  ครับ……ใครจะกล้ากับห้องเรา ในเมื่อมียักษ์ใหญ่คอยดูแลเราอยู่

 

เมื่อสุวรรณมีลักษณะที่น่ายำเกรงเช่นนี้ จึงไม่แปลกเลยที่เขาได้ถูกรับเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องคนแรกของเรา และดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าห้องคนแรกและคนเดียวที่แก็งค์ถั่วงอกให้ความร่วมมือมากที่สุด

 

นอกจากนี้ ไอ้วรรณยังเป็นบุคคลที่สร้างสรรค์ชื่อเล่นใหม่ๆให้กับเพื่อนๆเกือบทุกคนในห้อง ไม่ว่าจะเป็น คางคก จิ้งจก ตุ๊กแก แมงวัน อุรังอุตัง หรือแม้แต่ชื่อ เหม่ง ของสาธิต ชื่อ ยุ่น ของเชาว์วุฒิ ชื่อเขียว ของประเสริฐสิทธิ์ ก็ล้วนมาจากการครีเอทให้ของไอ้วรรณ และก็ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับไอ้วรรณแม้แต่เจ้าตัว เพราะอะไรนะหรือ เพราะสุวรรณตัวโตมั๊ง ทุกวันนี้ บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดเลยได้ใช้ชื่อฉายาเรียกแทนชื่อเล่นจริงมาจนเติบใหญ่มีหน้ามีตาในสังคมปัจจุบัน

 

แต่ภาพลักษณ์ที่ตัวโตแข็งแรง ดูมีอำนาจของไอ้วรรณ ดูเหมือนจะหมดไปในความรู้สึกของผมเวลาพบเห็นสุวรรณเล่นบอลกับพวกเรา

 

เขาดูเหมือนมนุษย์ที่เริ่มหัดเตะบอล ท่าทางการวิ่งเล่นที่บ่งบอกถึงความสนุกหาใช่การห่ำหั่น ซึ่งต่างจากไอ้ต้นหรือไอ้ต๊องที่ใช้ส่วนได้เปรียบทางพละกำลังของตนเองในการแย่งบอลจากเพื่อน แต่กับไอ้วรรณ ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าเขาพยายามใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาเป็นส่วนได้เปรียบในการเล่นกีฬาประเภทฟุตบอลเหนือเพื่อนคนอื่น เขาเป็นเหมือนเพื่อนตัวโตที่วิ่งเล่นเตะบอลสนุกๆกับเพื่อนๆเท่านั้น และเรื่องตลกที่น่าจดจำอย่างมากสำหรับหนุ่ม 2 เมตรอย่างเขาในเรื่องฟุตบอลคือ ครั้งหนึ่งในขณะที่ไอ้วรรณกำลังวิ่งเล่นบอลควบคู่ไปกับแมงวัน ไม่รู้อีท่าไหนแมงวันเกิดไปเตะขาไอ้วรรณแบบไม่ได้ตั้งใจ และการเตะครั้งนั้นก็ไม่ได้ดูรุนแรงใดๆในสายตาพวกเรา เป็นการแย่งบอลกันแบบธรรมดา แต่บังเกิดว่ายักษ์สุวรรณล้มลงนั่งกองอยู่กับพื้นและเล่นต่อไม่ไหว เขาเลิกและกลับบ้าน ก่อนจะโทรแจ้งกับพวกเราในวันรุ่งขึ้นว่า……………..  กูขาหัก !!

 

หา !! พวกเราทั้งหมดเอ๋อแดกกันเป็นแถวเมื่อได้รู้ข่าวว่าไอ้วรรณขาหัก เพราะเมื่อนึกย้อนไปถึงจังหวะนั้น แมงวันกับแข้งเล็กๆดุจดั่งตะเกียบอันนั้นปะทะไปกับซุงท่อนโตๆของไอ้วรรณ ผลกลับปรากฎว่า ซุงหัก

 

พวกเราประหลาดใจกันทั้งวงและตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมไอ้วรรณกันในเย็นวันนั้นกันเลย บ้านไอ้วรรณอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่ เราจึงไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ เมื่อไปถึงก็พานพบนายสุวรรณหยิบชิ้นพิชซ่าที่เขาสามารถกินคนเดียวหมดถาดใหญ่ได้ในหนึ่งมื้อเข้าปากและกล่าวทักทายพวกเราอย่างอารมณ์ดี กลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นเมื่อมันยืนยันว่าจังหวะนั้นแหละที่ทำให้มันขาหัก เราก็ได้แต่ฮากันที่ซุงใหญ่ๆแพ้ขาตะเกียบของแมงวัน เย็นนั้นเราทำไข่เจียวกินข้าวกันที่บ้านสุวรรณอย่างวุ่นวายก่อนเซ็นอวยพรให้หายไวๆที่เฝือกของมันและลากลับ

 

ในความทรงจำของผมยังจำได้อีกว่า ไอ้วรรณเคยมาเที่ยวบ้านผมและนอนค้างคืนตอนช่วงปีใหม่ในขณะที่มันขาหักนั่นแหละ วันนั้นมันมาพร้อมโก๋กวงที่ตอนนั้นยังไม่ใช้รถหากแต่ขึ้นรถเมล์มา ตามด้วยโก๋เหม่งที่ตามมาสมทบทีหลัง เราสี่คนนั่งเล่นไพ่กันจนเช้าก่อนแยกย้ายกันกลับ บ้านใครบ้านมัน และการปรากฏตัวของไอ้วรรณในครั้งนั้นยังสร้างความจดจำและทำให้แม่ของผมถามถึงในบางครั้งของทุกวันนี้ว่า

 

เพื่อนที่ตัวโตกว่าประตูรั้วบ้านเรา ตอนนี้เขาเป็นอย่างไงบ้าง?”

 

นั่นสิ ตอนนี้ไอ้วรรณเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหลังจากที่เขารู้ตัวเองมาตลอดว่าหลงใหลในฟิลของช่างศิลป์ และชอบแนวศิลปะ เขาจึงไม่เหมาะกับการศึกษาสายสามัญดั่งเช่นทวีธาในตอนนั้น สุวรรณจึงอำลาพวกเราจากไปเรียนต่อที่โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์หลังจบม.4 ทำให้ขาดการติดต่อกันและไม่รู้ว่ายักษ์ใหญ่ของห้องถั่วงอกสุขทุกข์อย่างไร

 

แต่โคตรเชื่อเหลือเกินว่า วันใดผมได้มีโอกาสเห็นมนุษย์ยักษ์เดินโด่เด่ปะปนกับมนุษย์โลกธรรมดาทั่วไป จะลองตะโกนโวยวายเรียก ไอ้วรรณ ไอ้วรรณ ดู อาจจะได้เจอเพื่อนเก่าของเรา

 

เพราะมีไม่กี่คนในประเทศไทยนี้หรอกที่จะสูงกว่าประตูรั้วบ้านผม

 

สุวรรณ ตาลสุวรรณ นักเรียนคนที่ 16 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

14 มีนา ปี49

 

ปล. …………..ยักษ์วัดโพธิ์ ตัวโต สูงใหญ่ หน้าตาดุร้าย ถือไม้กระบองโต ยักษ์วัดแจ้ง แข็งแรงโอ้โห ทั้งสองตัวโต ตัวโตพอๆกัน……………………… กูร้องถูกป่าวว่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: