อ้วนดำ ขำดี

 

เฮ้ย เฮ้ย มันเป็นอะไรว่ะ ดูมันหน่อยดิ

 

เสียงเรียกตกใจของเพื่อนเราคนหนึ่งที่เห็นอาการผิดปกติของเพื่อนเราอีกคนหนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้นักเรียนหน้าใหม่หน้าเก่าของห้องทวีธา 422 ต้องหันไปตามเสียงเรียกนั้น ภาพเด็กอ้วน ตัวดำ คล้ายอ้วนดำแห่งแฟนฉัน หน้าเปื้อนสิวเขรอะเล็กน้อย กำลังตาเหลือก นั่งสั่น มือไม้หงิกงอ ท่าทางแลดูทุรนทุราย ต้องการความช่วยเหลืออย่าง ด่วน ทำเอาคนอย่างผมที่ไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆบนความเป็นความตายเกิดอาการอกสั่นขวัญแขวน อารามคนขี้ตกใจ

 

ไม่มีอะไรหรอก มันแค่ชัก เดี๋ยวก็หาย เพื่อนใหม่ร่วมห้องคนหนึ่งร้องบอก

 

ผมหันไปตามเสียงนั้น ถึงเห็นเจ้าของเสียง  เป็นเด็กนักเรียนชายหนุ่มคนหนึ่งที่มองเห็นภาพเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติ

 

แล้วสักพัก เด็กอ้วนดำก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คนทั้งห้องจึงคลายความตกใจ ก่อนสังเกตอาการอ้วนดำอีกสักระยะจึงได้วางใจว่า โอเคแล้ว

 

ตอนอยู่ โรงเรียนเก่ามันก็เป็นอย่างนี้แหละ ประจำ

 

เหรอ คนทั้งห้องขานรับคำบอกเล่า ของโก๋เมศร์ เด็กใหม่คนนั้นในวันนั้น

 

วรฉัตร คือเด็กอ้วนดำที่เพิ่งโชว์การชักเป็นครั้งแรกให้พวกเราได้เห็น เขามาจากโรงเรียน ภปร. วิทยาลัย ซึ่งก็เป็นที่เดียวกันกับไอ้เมศร์ โดยเขาทั้งสองกินนอนอยู่ที่หอนอนเดียวกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมไอ้เมศร์ถึงรู้ธรรมชาติของวรฉัตรได้ดี

 

ไปที่ปูมหลังของคนทั้งสองหน่อย ซึ่งถ้าไม่เห็นกับตาตัวเองถึงหลักฐานประวัติการศึกษา ก็ยากเหลือเกินที่จะเชื่อว่าทั้งไอ้เมศร์และวรฉัตรมาจากโรงเรียนที่มีเกียรติเยี่ยงนั้น เพราะสภาพของเขาทั้งสองที่เห็นในครานั้น ไม่เฉียดเลยกับโรงเรียนประจำชายที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

 

กลับมาที่อ้วนดำ อันที่จริงแล้วอาการชักกระตุกของวรฉัตรน่าจะทำให้เพื่อนทั้งห้องรู้สึกเห็นใจ และสงสารในโชคชะตาของเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ต้องเกิดมามีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หากวรฉัตรดันพกเอานิสัยคุยโต ทำตัวเหมือนเก๋า มาสร้างความน่าหมั่นไส้ให้กับเพื่อนร่วมห้อง นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ห้องเรียนถั่วงอกปฏิบัติการแอนตี้ในตัวนายวรฉัตร และรวมหัวกันเรียกปมด้อยของมันเป็นฉายาแทนชื่อวรฉัตรโดยไม่มีข้อแม้ของคำว่าสงสารหรือเห็นใจ

 

อ้วนดำ วรฉัตร จึงถูกถั่วงอกเรียกว่า ไอ้ชัก ที่มาจากโรคประจำตัว หาใช่อากัปกิริยาบัดสี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ความเข้าใจของการทำตัวเก๋าของไอ้ชัก ถูกบอกเล่าผ่านทางนายราเมศร์ เมศร์บอกว่า ไอ้ชักตอนอยู่โรงเรียนเก่ามิใช่เด็กกร่างอย่างที่มันกำลังพรีเซ็นต์กับห้องถั่วงอก แต่มันคือ ลิ่วล้อของบรรดารุ่นพี่โรงเรียนเก่า ที่มักอำ มักแกล้ง หรือแม้แต่วานให้ไอ้ชักทำโน้น ทำนี่ให้ ซึ่งเรียกง่ายๆว่า เบ๊ นั่นเอง

 

ด้วยความเก็บกดจากที่เก่านี้กระมัง ทำให้ไอ้ชักอยากที่จะปลดปล่อยในที่ใหม่ ย้อนกลับไปวันหนึ่งตอนเข้าเรียนที่ห้อง 422 ใหม่ๆ หลังจากที่โรงเรียนเลิก ผมเดินทางกลับบ้านตามปกติ ซึ่งเส้นทางกลับบ้านผมจะต้องลงรถสาย 56 ที่แยกกรุงธนจากนั้นก็ต่อสองแถวเข้าหมู่บ้านสมชาย เวลานั้นสองแถวสีแดงยังไม่เจ๊ง ก่อนเดินถึงท่ารถ บังเอิญสายตาพบเจอกับเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งแลดูโจ๋ๆเฮ้วๆ ทำทีกำลังเหมารถสองแถวทั้งคัน จากนั้นอาการห้อยโหน ส่งเสียงโวยวายเฮฮาดังๆก็ตามมา เป็นเหตุให้ผมต้องสำรวมกิริยา สุภาพเรียบร้อยกว่าที่เคยเป็น เพราะยังไม่รู้ว่าพวกไหน สุ่มสี่สุ่มห้า อาจมีปากแตก ก็เลยกะว่าจะรอคันต่อไป แต่พอลองกล้าสบตาไปที่กลุ่มนักเรียนพวกนั้นดู

 

 อ้าว นั่นมันเด็กวี ห้อง 2 ตอนม.ต้น นี่หว่า ยังงี้ รู้จักกัน พอได้ พอได้

 

สักพักก็ถึงบางอ้อเมื่อผมเห็นต้นตอแห่งการรวมกลุ่มๆนี้ ไอ้ปิ๋ว เก๋าโจ๋ของแท้ยี่ห้อทวีธาของห้องถั่วงอกโผล่หน้าออกมาแล้วทักผม อ้าว พึ่งกลับเหมือนกันเหรอ ถ้ามึงไม่ทำอะไรเย็นนี้ไปเล่นที่บ้านกูได้นะ นั่นคือคำพูดที่ชี้แจงปริศนาการรวมกลุ่มเด็กโจ๋ทวีธาในวันนั้น ไอ้ปิ๋วขนเพื่อนเก่าตอนม.ต้นที่ยังเรียนต่อทวีธามาเพื่อร่วมเล่นสนุกกันที่บ้านของเขาและยังเอ่ยปากชวนผมไปแจม ผมกำลังชั่งใจเพราะเห็นว่าเขาจะรวมห้องเก่ากันทั้งที เราจะเสือกทำไม แต่ปิ๋วบอก มาเหอะ

 

เอ้า…. ไปก็ไป ระหว่างที่ผมร่วมห้อยโหนไปกับเหล่าเพื่อนเก่าของปิ๋ว ฉับพลันสายตาเหลือบไปเห็น รองเท้าหนังสีดำเกือบมันวาว*แบบที่ไม่ใช่นักเรียนทวีธาทั่วไปใส่กัน เจ้าของรองเท้าหนังนั่งปะปนอยู่กับบรรดาเพื่อนๆปิ๋วที่ด้านในสองแถว ผมเห็นแล้วเกิดขมวดคิ้วคุ้นๆ

 

โรงเรียนชายทวีธา หาได้ยากกับการใส่รองเท้าหนัง* เพราะแทบทุกคนมักสวมผ้าใบกันทั้งนั้น ดังนั้นใครสวมหนังเมาวาวมันจึงโดดเด่นซะ ใครนะใคร คุ้นๆเหมือนเคยเห็นในห้อง ไม่ต้องนึกต่อละ มองหน้ามันเลยดีกว่า

 

ครับ …ไอ้ชัก อ้วนดำกับ รองเท้าหนัง* นั่งเจี่ยมเจี้ยมอยู่ตรงที่นั่งสองแถวที่ผมกำลังสงสัย

 

และพอชักเห็นผม เจี่ยมเจี้ยมก็หายไป อาการใหญ่โตปรากฏกายแทนที่ทันที อารมณ์เหมือนตูเจอพวกตูล่ะโว๊ย ผิดกับผมที่เกิดคำถามในใจว่า

 

มึงมากับพวกเขาได้ไง

 

ถึงบ้านปิ๋ว เพื่อนเก่าปิ๋วก็เฮฮาตามความคุ้นเคย นั่นก็รวมถึงผมด้วย เพราะก่อนจะเข้าเรียนที่ห้อง 422 ผมเป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้านเดียวกันกับปิ๋ว ดังนั้นแล้วบ้านปิ๋ว ผมเคยมา จึงไม่มีเด่อด๋า บวกกับที่ผมเป็นเด็กเก่าทวีธา เพื่อนเก่าปิ๋ว ผมจึงพอรู้จักบ้าง

 

ผิดกับไอ้ชัก มันเหมือนก้อนหินที่ไม่มีใครสนใจ ทำอะไรก็ดูผิดที่ผิดทางไปหมด มันจึงพยายามเหลือเกินที่จะสนิทสนมและพูดคุยกับผม  แต่ก็ไม่วายที่ยังติดคุยโต สร้างความน่าเบื่อหน่ายให้กับผมในบทสนทนาของมัน ผมหาทางออกโดยการหนีไอ้ชักไปร่วมเตะบอลเทนนิสบนดาดฟ้าบ้านปิ๋ว ทิ้งมันให้กลับเป็นก้อนหินอย่างเดิม

 

ระหว่างเล่นบอล ผมแอบถามปิ๋วว่า นึกไง ชวนวรฉัตรมาด้วย

 

ปิ๋วแปบอลเทนนิสส่งต่อให้เพื่อนก่อนตอบ ไม่รู้แม่ง กูไม่ได้ชวน แม่งตามกูมาเอง

 

นั่นพอจะสรุปได้ว่า ชักขอตามปิ๋ว ก็เพียงเพราะอยากอยู่กลุ่มก๊วนที่สร้างเสริมภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูเก๋าโดยอาศัยบารมีที่เห็นได้ของไอ้ปิ๋ว ไม่สนใจเลยว่าเขาจะชวนหรือเปล่า และหลังกลับจากการไปเที่ยวบ้านปิ๋วในครั้งนั้น ชักก็เริ่มทำตัวพองโตในห้องถั่วงอกมากขึ้น อารมณ์ว่าตูสนิทกับปิ๋วแล้วนะ ดังนั้นเขาจึงติดตาม ติดตัว กับปิ๋วไปซะทุกทิศทุกที่ที่ปิ๋วไป

 

และไอ้การเดินตามปิ๋วรวมถึงการใช้ชีวิตอยู่กับปิ๋วตลอดในห้อง22นี่แหละ ทำให้วันหนึ่งผมแอบกระซิบถามปิ๋วในวันที่กลับบ้านด้วยกันอีกว่า ดีใจมั้ยที่ได้วรฉัตรเป็นคู่บัดดี้ในห้อง

 

ปิ๋วตอบสั้นๆ รำคาญ

 

ไม่ใช่แค่ปิ๋ว กับเพื่อนในห้องถั่วงอกก็แถบไม่มีใครที่เข้าได้กับไอ้ชัก ก็ไอ้เพราะนิสัยอวดเบ่งของมันนี่แหละที่ทำให้เพื่อนยอมรับยาก จึงเป็นเหตุให้มันมักจะเป็นเป้าหมายแรกของห้องที่เพื่อนมักมีปัญหาด้วย ไอ้โกก็เคยซัดกับมันหลังห้อง ไอ้แก่ก็มีตอนเข้าแถว อีกทั้งใครหลายคนในห้องก็ตั้งเป้าไว้ว่า วันหนึ่งอาจมีมหกรรมกระทืบหมู่ไอ้ชักให้มันได้ชักกระแด่วจากการร่วมใจของพวกเราบ้าง

 

แต่ก็มีครั้งหนึ่งละที่ทำให้ผมลืมความหมั้นไส้และมีเรื่องราวฮาฝังใจกับไอ้ชักคุยโวคนนี้ได้  วันนั้นพวกเราร้องรำทำเพลงกันอยู่ในช่วงเวลาว่างของพักกลางวัน พวกหนึ่งร้อง พวกหนึ่งเคาะโต๊ะ บางพวกตบมือตามจังหวะ และไอ้ชัก อ้วนดำกับอารมณ์เมามันด้วยอาการลีดกีต้าร์ประกอบทำนอง

 

เสียงร้องยิ่งดัง ยิ่งทำเราครื้นเครง จวบจนท่อนสุดท้ายที่พวกเราลงท่อนจบอย่างพร้อมเพรียง หากแต่สำเนียงและลีลาการลีดกีตาร์ของไอ้ชักยังไม่จบ เขายังคงโซ่โล่เดี่ยวอย่างไม่ลดละ สร้างความงงงวยให้กับพวกที่เพลงจบไปแล้ว ว่าไอ้ชักยังจะหลงใหลในความมันส์อะไรขนาดนั้น

 

จนกระทั้งตาเหลือก น้ำลายไหลนั่นแหละ

 

ฉิบหาย มันชักนี่หว่า

 

คิดดู กว่าเพื่อนทั้งหมดจะรู้ตัวว่ามันชัก ก็ครื้นเครงไปซะหนึ่งเพลงเต็ม

 

ใครจะรู้ เสือกชักท่าลีดกีตาร์ ก็นึกว่ามันกำลังสนุกกับเรา

 

ไอ้ห่า ล่อซะลีลา ชัคกี้ กีตาร์เทพด้วย

 

ปัจจุบัน ไอ้ชัก วรฉัตร ไม่รู้ไปอยู่แห่งหนไหน เพราะหลังจากเขาเดินจากห้องเราไปตอนจบม.4 ก็ไม่มีใครในห้องเราใคร่ที่จะสนใจติดต่อกับมันอีก

 

น่าสงสารจับใจจริงๆครับ

 

อ้วนดำ วรฉัตร ขำดี นักเรียนคนที่ 20 ห้อง 422 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

24 เมษา 49

 

* รองเท้าหนังสีดำเกือบมันวาวของไอ้ชัก เป็นสัญลักษณ์เพื่อบ่งบอกดีกรีเก่าภปร. และอีกวัตถุประสงค์นึงก็เพื่อสวมใส่โชว์เก๋าในแบบแตกต่างต่อเพื่อนร่วมห้อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: