มนุษย์กบ

 

….ฝนเอยฝนตก คางคกได้ใจ ร้องเพลงเรื่อยไปเพราะมันชอบใจสายฝน…

 

เพลงเก่ากาลก่อนในอัลบั้มแรกของกลุ่มศิลปินนูโว ที่นึกฮัมขึ้นมาทีไรก็ให้จังหวะอารมณ์คึกคักดีไปซะทุกครั้ง ย้อนไปในช่วงสมัย ม.ปลายขาสั้นทอ ภอ ทวีธา ใครร้องไม่ได้หรือไม่รู้จัก อันนั้นเชยมาก สมัยนั้นเด็กแนว เด็กฮิพ อะไรต่ออะไรยังไม่รู้จัก เพลงป๊อบร้องสนุกของหกหนุ่มนี่แหละ ที่ครื้นเครงได้ใจแล้ว

 

ช่วงนี้เห็นฝนก็เลยนึกถึงเพลงนี้ นึกถึงเพลงนี้ ความคิดก็พาไปหาช่วงเวลาฤดูฝนในแต่ละวันของมัธยมปลาย ทวีธา เมื่อสายฝนพัดกระหน่ำเข้าสู่โรงเรียนเมื่อไหร่ สังเกตทีท่าแล้วไม่มีวี่แววว่าจะหยุด หากไม่นับกิจกรรมปั่นแปะแล้ว อาการเซ็งของหัวใจเริ่มก่อตัวเข้าใส่สมาชิกถั่วงอกกัน สาเหตุเซ็งก็เพราะต้องนั่งหมกตัวอยู่บนตึกดูน้ำฝนหล่นจากฟ้าแทนที่จะโผล่ตัวไปวิ่งเล่นแย่งฟุตบอลกันกลางแจ้งอย่างที่เราๆชอบ

 

โดยมากฤดูกาลฝนตกของประเทศไทย กินเวลานานร่วมหลายเดือน นั่นทำให้เราต้องตั้งคำถามบนความกังวลว่าแล้วเมื่อไหร่หนอ จะได้ฟาดแข้งศึกน้ำเงินเดือดห้อง22อีกที

 

ฝนตกไม่เห็นสนุกเหมือนอย่างเพลงที่นูโวเขาร้องเอาไว้เลย

 

ในขณะที่คนส่วนมากค่อนห้องกำลังเซ็งกับฤดูกาลข้างนอกหน้าต่าง หากแต่มีเพื่อนเราคนหนึ่งที่อาจมีความสุขระริกระรี้ไปกับสายฝนที่ตกลงมาเย็นฉ่ำชื่นหัวใจก็ได้ หากเขาคนนั้นเป็นไปดั่งสมญาที่ห้องถั่วงอกเรียกเขาไว้

 

สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ผิวหนังปุ่มป่ำ ใช้ลิ้นดักจับแมลงเป็นอาหาร ร้องเรียกพวกกันเสียงคำราม ด้วยอารมณ์และอาการดีใจ กับเส้นเสียงใส ใส อ๊บ อ๊บ

 

สุเจตน์………..

 

เพื่อนมนุษย์ห้องถั่วงอกอีกคนหนึ่ง ที่ได้รับฉายาให้เป็นสัตว์สปีชีย์ครึ่งน้ำครึ่งบก สุเจตน์ไม่ได้มีลักษณะทางกายภาพใดหรอกที่เหมือนกบ หากแต่เป็นคางคกหรอกที่เหมือนเขาต่างหาก

 

เขามาด้วยพิกัดอวบอ้วนท้วน หน้าตาธรรมดาสามัญ ส่วนสูงไม่มากไม่น้อย ยามใดเผลอไผลเอามือปัดทรงผมปอยย้อย ดั่งเหมือนมีกะลาน้อยคอยครอบอยู่บนหัว

 

นั่นเป็นที่มาของบางครั้งที่เราอำสุเจตน์ว่า กบอยู่ในกะลา

 

ใช่ครับ และ สุเจตน์ มีดีมากว่าที่เอ่ยมาข้างบน หากใครได้พบเห็นตัวเขาเป็นๆ สุเจตน์จะโดดจะเด่นมากๆก็ตรง……อากัปกิริยาท่าทางของเขา

 

จะเป็นเช่นไรเดี๋ยวจะเล่า

 

สุเจตน์มีที่มาเก่าจากโรงเรียนสวนสุนันทา ก้าวเข้าปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราก็เพราะไม่มีชั้นเรียนให้เรียนต่อในโรงเรียนเดิม แม้ว่าสุเจตน์จะมีลักษณะทางกายภาพคล้ายคางคก แต่พวกเรากลับมิได้เรียกชื่อฉายาสุเจตน์กันว่าคางคกเท่าไหร่ หากจะนึกถึงเพื่อนคนนี้ ห้องถั่วงอกทวีธาจะสนิทปากเรียกเขาว่า ไอ้จิว

 

ไอ้จิว มาจากชื่อตั้งให้ของไอ้วรรณอีกแล้วนั่นแหละ เต็มๆก็คือ จิวแป๊ะทง

 

จิวแป๊ะทง ผู้เฒ่าทารกจากวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมมังกรหยกนั่นแหละ ที่ไอ้วรรณบอกว่าสุเจตน์เรามีคาแรกเตอร์คล้ายแล้วกับคนแก่หัวใจเด็ก คือทำตัวเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่แต่มีบางเสี้ยวคล้ายเด็กยังไม่โต ไอ้วรรณว่างั้น

 

ไอ้จิวหรือสุเจตน์ เป็นคนไฝ่ดีและจะทำตัวเป็นดั่งลักษณะเด็กเรียน ดูมีทีท่าที่ดีในการฟังอาจารย์สอนหนังสือ สังเกตได้จากการที่เขาก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่นั่งหน้าชั้นเรียนของห้องถั่วงอก แม้จะมีฟอร์มที่ดูดีเป็นเด็กเรียน แต่ไอ้จิวเป็นคนปากร้าย ใครหน้าไหนลองเสล่อไปอำหรือต่อล้อต่อเถียงกับมัน ผลที่ได้กลับมา มันผู้นั้นอาจแตกกระเจิงออกมาโดยไม่ทันได้โต้เถียงกลับใดๆ เพราะนอกจากไอ้จิวจะกัดเจ็บแล้วมันยังด่าเสียงดังให้ได้อายอีกต่างหาก เชื่อว่าพวกขากวนหัวกะทิของถั่วงอกทั้งหลายต้องเคยโดนฤทธิ์เดชของไอ้จิวให้สะอึกหน้าชากันไปบ้างหากเล่นมุขอำใส่ไอ้จิวไม่เนียนพอแล้วเปิดโอกาสให้มันได้ตอบโต้กลับ บางครั้งท่าทางหยิ่งผยองเหิมเกริมด่าชาวบ้านทำให้เขาหยุดอึ้งชะงักได้ของมันเนี่ยะ เราเรียกกันว่า คางคกขึ้นวอ

 

แต่อย่างไรซะไม่ว่าพวกเราจะเคยโดนไอ้จิวเล่นงานกลับมาขนาดไหน เราก็ไม่เคยนึกโกรธมันเลยซักนิด เพราะตัวไอ้จิวเองก็ไม่ได้จริงจังอะไร ด่ากันพอฮาๆขำๆ กันไปอย่างนั้น ถึงไอ้จิวจะขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการด่าเจ็บและดูมีฟอร์มกับบุคลิกฝักใฝ่เรียนของเขา แต่ก็มีแหละที่พวกเราทั้งห้องต้องเคยฮาอมยิ้มไปกับพฤติกรรมของมัน  พฤติกรรมภาพลักษณ์ที่ตลกโดดเด่นเป็นพิเศษอย่างที่ตัวไอ้จิวเองอาจจะไม่เคยรู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามันกำลังแสดงออกมาให้พวกเราได้ฮาชอบใจกัน

 

ดังเช่น…กบดำกบแดง

 

เวลาเรามีการถามตอบจากอาจารย์ประจำวิชา หรือการออกไปยืนหน้าชั้นอ่านรายงานยาวๆ แล้วเกิดไอ้จิวเตรียมตัวมาไม่ดีหรือเพราะมันอาจจะมีช่วงเวลาประหม่าเหมือนสัตว์โลกประเภทมนุษย์ที่เขาเป็นกันเวลายืนหน้าชั้นเรียนนานๆต่อหน้าคนเยอะๆ  อาการหน้าดำคร่ำเครียดเพราะไม่รู้จะตอบอะไรอาจารย์ กับสีหน้าแดงๆเพราะอายประหม่านั่นแหละที่ทำให้

 

มือข้างขวาของสุเจตน์จะเคลื่อนไหวโดยการเอื้อมไปจับปลายเนื้อผ้ากางเกงขาสั้นเหนือเข่า แล้วขยำปลายกางเกงมันอยู่อย่างนั้นตลอดช่วงเวลาที่ยืนประหม่ากบดำกบแดงอยู่หน้าห้อง อาการลุกลี้ลุกลนบวกกับการต้องตอบคำถามอาจารย์หรืออ่านรายงานในเวลาที่จำกัดทำให้ปลายขากางเกงของสุเจตน์มักพบเห็นรอยยับอยู่เสมอ

 

อารมณ์คนกำลังทำอะไรไม่ถูก มือไม้พาลจะพันกัน เลยเอาไปขยำกางเกงเล่นมันซะงั้น

 

เชื่อว่านักเรียนห้องสองสองคงจำได้และนึกออกกับภาพมันยืนขยำกางเกงไปมา ท่าทางเอ๋อเหรอ พูดจาเด๋อด๋า กันได้แน่

 

หรือ อี่งไชโย

 

เวลาที่มันหัวเราะชอบใจ เสียงหัวเราะของไอ้จิวจะพิเศษกว่าชาวบ้านใดๆทั่วไป เพราะสุเจตน์สามารถหัวเราะได้ระรื่นร่วนถี่ซอยยิกผิดกับเสียงหัวเราะธรรมดาของสัตว์โลกทั่วไป เสียงนั้นเพื่อนถั่วงอกคงจำกันได้ดี แต่ถ้าใครจำไม่ได้ ลองแหย่ให้มันหัวเราะดู แล้วเราจะรู้ว่า เรื่องตลกเรื่องเดียวกันแท้ๆ สุเจตน์หัวเราะได้มันส์กว่าเราเยอะหลายเท่าตัว

 

ตัวอย่าง อี่งไชโย

(ก๊าก…………… ก๊าก …………… ก๊าก)                                                                             อันนี้ของมนุษย์ทั่วไป

(ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)          อันนี้ของสุเจตน์

 

หรือ อึ่งอ่างพองตัว

 

โดยปกติ ท่าทางการเดินของไอ้จิวนี่ก็ไม่ค่อยจะธรรมดาอยู่แล้ว ท่าเดินที่ดูแล้วไม่ค่อยเหมือนมนุษย์เท่าไหร่ ปลายขาทั้งสองข้างเปิดอ้าออก ปลายเท้าซ้ายชี้ออกไปทางซ้าย ปลายเท้าขวาชี้ออกไปทางขวา ทำให้เวลามันเดินเหมือนคนเดินแปบอลตลอดเวลาซ้ายขวา หรือลองนึกภาพ ชาลี แชปปริ้นดู นั่นแหละท่าเดินของสุเจตน์ ทีนี้..ดูสุเจตน์เดินให้เห็นทุกวันมันก็ตลกจนชินไป แต่ถ้าวันไหน คางคกอยากกระโดดอ๊บ อ๊บ ลงมาเตะบอลกับถั่วงอกบ้างละ

 

แค่เดินก็ฮาแล้ว คราวนี้คางคกเริ่มอยากจะออกวิ่ง ด้วยรูปร่างน้ำหนักบวกกับความต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นกว่าการเดิน เจตนาของสุเจตน์คือเพื่อเพิ่มสปีดในการวิ่งไล่ลูกบอลกับเพื่อนๆ ทำให้มันดูตลกมากกับท่าวิ่งของไอ้จิว นึกภาพมันเดินถ่างขาแปบอลซ้ายทีขวาที ด้วยความเร็วที่เร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งดู  ขาที่วิ่งแปแบบซอยถี่ๆ ทำให้เราได้เห็นคางคกร่าเริงเลยอยู่บนสนามบอล และยิ่งถ้ามันสามารถครองบอลไว้ได้แล้วละก็ การเลี้ยงบอลของสุเจตน์ทำให้เพื่อนทุกคนอารมณ์ดีขึ้นอย่างแน่นอน เสียดายที่บรรยายเป็นภาพได้ลำบากเหลือเกิน

 

แล้ววันนั้นวันที่คางคกกำลังร่าเริงเลยกับการเล่นบอล จังหวะนั้นบอลลอยโด่งมาทางไอ้จิว สัญชาตญาณสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสั่งให้ไอ้จิวจำเป็นต้องระวังภัย ว่าแล้วมันก็พองตัวออกโดยที่มันอาจไม่ทันรู้ตัวว่าเสื้อผ้ามันกำลังคับตึง ในขณะที่ตีนกบข้างหนึ่งของมันกำลังยกขึ้นแหวกอากาศเพื่อไปสัมผัสกับบอลโด่ง ผลที่ได้ออกมาในจังหวะนั้น คางคกเป้าขาด กางเกงของสุเจตน์รับการพองตัวและการอ้าขาเคลื่อนไหวต่อไปไม่ได้อีก เสียงแคว๊ก !! ดังสนั่นสนามบอล สร้างความฮาแตกออกมาเมื่อเห็นคางคกพองตัวจนเป้าแตกตาย

 

เนื่องจากสุเจตน์เป็นสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกอยู่แล้ว เขาจึงไม่มีความสะทกสะท้านหรืออายใดๆกับเหตุการณ์เป้าแตก สุเจตน์พาตัวเองไปที่ร้านตัดเสื้อฝั่งตรงข้ามโรงเรียน แล้วจัดแจงถอดกางเกงมันหน้าร้านนั่นแหละ นักเรียนหญิงพาณิชย์ราชดำเนินจะเดินผ่านไปมาอย่างไร ไม่มีความกระดากอายสำหรับคางคก สุเจตน์ยืนรอคอยช่างปะกางเกงของเขาอยู่หน้าร้านในสภาพล่อนจ้อนแบบนั้น นานเข้าสุเจตน์เกิดอยากเบื่อขึ้นมาเลยขอยืมผ้าขาวม้าของคนในร้านตัดเสื้อมาสวมใส่แล้วเดินกลับมาฝั่งทวีธาอีกเพื่อทำอย่างอื่นที่ดีกว่าการยืนคอย เมื่อทุกคนเห็นสุเจตน์ปรากฏตัวอีกครั้งในสภาพคางคกพม่าก็ได้ฮากับความสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกของมันกัน

 

หรือ กบจำศีล

 

เวลาสุเจตน์ง่วงนอนในตอนบ่าย เวลาที่ผ่านไปหากบทเรียนเริ่มน่าเบื่อสำหรับเขา สุเจตน์จะผันตัวเข้าสู่ภวังค์ รออาการเคลิ้มๆอีกสักพัก เมื่ออุณหภูมิและเวลาพอเหมาะ สุเจตน์ก็จะจำศีล ทีนี้ถ้ามองจากมุมมองด้านหลังจะไม่มีทางรู้หรอกว่า ไอ้จิวจำศีลไปแล้ว เพราะมันจะทำเนียนมาก สองมือวางราบลงกับพื้นโต๊ะสี่เหลี่ยม โดยมี สมุด หนังสือ อุปกรณ์การเรียนต่างๆวางอยู่ในตำแหน่งที่คางคกต้องหวงแหนไว้ ก้มหน้าเล็กน้อยและหรี่ตาลงอย่างช้าๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ร่างกายไม่ไหวติง

 

ครับไม่มีอาการใดๆ บ่งบอกได้เลยว่า สุเจตน์ไม่ได้เรียนหนังสือต่อแล้ว

 

โดยปกติคนนั่งหลับนี่ต้องมีเอนเอียงกันมั่ง อาการอ้าปากหวอ ตัวโย้ ต้องมีหลุดให้เห็น

 

ผมเคยดูสารคดีดิสคอฟวอรี่ สัตว์จำพวก กบ คางคก จะสามารถจำศีลสงบนิ่ง มีชีวิตโดยที่ไม่กินไม่ทำอะไรเลยได้เป็นปีๆ ที่มันสามารถทำอย่างนั้นได้เพราะการหยุดอยู่นิ่งๆไม่ไหวติงใดๆ นั่นแหละที่เป็นการรักษาอุณหภูมิร่างกายสำหรับการประหยัดพลังงานชีวิตเพื่อที่มันจะได้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตกาลฤดูกาลหน้าหนาวไปได้

 

สุเจตน์มีพันธุกรรมแบบนั้นนี่เอง สุเจตน์จึงสามารถหยุดร่างกายให้ไม่ไหวติงชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อประหยัดพลังชีวิตไว้ให้กับบทเรียนที่น่าสนใจกว่า

 

ครับ….ถ้าไม่มีใครสงสัยหรือจับได้ก่อน เราคงไม่มีทางได้เห็นได้ฮากับภาพคางคกจิวกำลังจำศีลที่แม้แต่อาจารย์ผู้สอนหลายๆวิชาเองยังไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามีนักเรียนนั่งหลับต่อหน้าต่อตาหน้าห้อง

 

หรือแม้ว่าสุเจตน์จะรู้ตัวตื่นจากจำศีลเพราะเสียงหัวเราะของเพื่อนๆแล้ว ไม่มีอาการสะดุ้งหรือสะทกสะท้านใดๆสำหรับคางคกจิว สุเจตน์จะออกจากศีลอย่างเงียบๆ นิ่งๆ ไม่ไหวติง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างแนบเนียน โดยที่เพื่อนๆก็หัวเราะไปแต่หารู้ไม่ว่า เขากลับออกมาแล้ว

 

จริงๆแล้วคนนั่งหลับทั่วไปคงไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ไอ้จิวคือข้อยกเว้น ผมละโคตรชอบจริงๆที่ได้เห็นสุเจตน์จำศีล และถ้าโชคดีหน่อยก็จะได้เห็นสุเจตน์ออกจากศีลด้วย

 

ด้วยเพราะความที่มันไม่ค่อยจะสะทกสะท้านอะไรกับธรรมชาติของมนุษย์ นั่นทำให้มีเรื่องหนึ่งที่สุเจตน์ทำเอาโรงเรียนฮาแตกกันได้

 

วันหนึ่งในการสอบปลายภาคเรียน สุเจตน์ปรากฎตัวในสภาพที่คนทั้งโรงเรียนต้องหัวเราะเยาะเขากันทั้งหมด ช่วงเวลานั้นโรงเรียนทวีธาไม่มีการเรียน รด. อีก เพราะฤดูกาลแห่งการเรียนและแต่งชุดรด. ได้จบลงไปเป็นเดือนแล้ว จริงๆแล้วก็ไม่เฉพาะโรงเรียนทวีธาด้วย ไม่ว่าจะโรงเรียนไหนในกรุงเทพ ไม่มีทางที่จะมีนักเรียนแต่งกายชุดนักศึกษาวิชาทหารเดินเพ่นพ่านในช่วงเวลาตอนนั้นแน่ แต่สุเจตน์ในวันนั้นมาเข้าแถวเคารพธงชาติก่อนสอบตอนเช้าด้วย การแต่งกาย เสื้อผ้าทรงทหารสีเขียวขี้ม้าปักชื่อ สกุล และสังกัด รวมทั้งเข็มปีกเกียรติยศโดดหอ เข็มขัดมันวาว รองเท้าหนังคอมแบท หรือที่นักเรียนไทยทุกคนผู้เรียนวิชารด. รู้จักกันดีว่า นี่คือเครื่องแบบรักษาดินแดนไทย เต็มยศ

 

ความมาเฉลยเอาที่ มันบอกว่า ฝนตกบ่อย ชุดนักเรียนทั้งเสื้อทั้งกางเกงไม่แห้ง ชุดพละก็ยังไม่ได้ซัก และวันนั้นก็เป็นวันสอบสำคัญไม่สามารถลาหยุดได้ คิดๆดูแล้ว ชุดรักษาดินแดนไทยปักสังกัดทวีธาเท่านั้นที่เหมาะสมและสามารถจะสวมใส่มาทำการสอบได้

 

ในขณะที่เพื่อนทั้งโรงเรียนยังหัวเราะไปกับความไม่เข้าใจว่าวันนี้มีการเรียน รด. ด้วยหรือ และลองคิดดูสิว่า ระหว่างทางที่สุเจตน์ออกจากบ้านตลอดจนโหนรถเมล์มาถึงโรงเรียนอีกละ ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจสุเจตน์มั้ย แต่นั่นแหละครับไอ้จิวก็คือไอ้จิว รด. สุเจตน์ไม่มีคิดสะทกสะท้านใดๆกับเสียงหัวเราะของใครอยู่แล้ว ว่าแล้วเขาก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อม และยืนร้องเพลงชาติด้วยความองอาจมาดมั่น ผมล่ะเข้าแถวเคารพธงชาติวันนั้นด้วยความฮากับการแก้ปัญหาของไอ้จิว เขาใส่ชุดรด.มาสอบ ช่างคิดเนอะ

 

สงสัยสุเจตน์คงจะตากฝนบ่อย อย่างว่าแหละ นี่ ฤดูกาลของเขาทุกคนคงคิดในใจเหมือนผม

 

หลังจากสิ้นสุดเทอมนั้น เราทุกคนรวมทั้งสุเจตน์ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกัน นักเรียนถั่วงอกทั้งห้องแน่นอนแหละครับ เอนท์ไม่ติดกันอยู่แล้ว และไม่น่าแปลกใจใดๆด้วยถ้าหากว่าเราจะได้รับการบันทึกชื่อว่าเป็นห้องเรียนที่ไม่มีนักเรียนสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐบาลเลยจากฝ่ายแนะแนวทวีธา หากแต่ว่า…..

 

สุเจตน์ หรือ ไอ้จิว หรือ คางคก หรือบางอารมณ์ก็เรียก *จิ้งคก คือ หนึ่งเดียวของห้องสองสอง ทวีธา รุ่น เก้าเจ็ด ที่สามารถทำให้ฝ่ายแนะแนวทวีธาต้องบันทึกไว้ว่า ปีนั้น ห้องเรา มีนักเรียนสอบติดเป็นลูกแม่โดม ท่าพระจันทร์กับเขาด้วย

 

ห้องถั่วงอกมีคนเอนทรานซ์ติดด้วยครับ ซึ่งนั่นแหละที่พอจะทำให้เราเรียกไอ้จิวซะใหม่โทษฐานทำให้ห้องถั่วงอกได้ภาคภูมิใจกันว่า……เจ้าชายกบ

 

ท่าทางเคล็ดลับเรียนดีจะอยู่ที่การจำศีลในเวลาเรียนแน่ๆ

 

ปัจจุบัน หลังจาก สุเจตน์เรียนเกี่ยวกับกฎหมายจบจาก ธรรมศาสตร์ เขาก็ได้ทำงานในสายวิชาที่เขาได้ร่ำได้เรียนมา ครั้งหนึ่งเราเคยจะนัดเพื่อนทั้งห้องเพื่อไปเที่ยวเกาะสมุยด้วยกัน แน่นอนเราชวนสุเจตน์ด้วย และก็เป็นสุเจตน์ที่ตอบกลับมาเป็นคนแรกพร้อมเอื้อนเอ่ยก่อนว่าอยากไปและอยากเจอพวกเรามาก

 

แต่อีกแค่อึดใจหลังจากที่บอกว่าอยากไปอยากเจอ……เขาก็ส่งเสียงตามสายโทรศัพท์มาอีกว่า

 

กูกำลังจะมีแฟน นี่คนแรกของกู แล้วอย่างกูเนี่ยะ จีบใครก็ติดยาก แต่คนนี้กูมีหวัง ช่วงนี้ต้องทำคะแนน อย่าโกรธกูนะ ถ้ากูไม่ไป

 

ตอนนั้น…..สุเจตน์กำลังมีฤดูกาลหาคู่เพื่อสืบพันธุ์

 

ครับ…..ยามนั้น ต้องเข้าใจกัน……..กบกำลังเลือกนาย

 

ซึ่งนั่นก็นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ข่าวคราวสุเจตน์อีกเลย

 

สุเจตน์ สถาพรนานนท์ นักเรียนคนที่ 23 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

21 กรกฎาคม 2549

 

*จิ้งคก เป็นชื่อเรียก สัตว์ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างจิ้งจก กับคางคก เราเห็นว่าบางครั้งสุเจตน์ก็เหมาะสมดีกับการกลายพันธุ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: