แก็งค์ตัวดี กับ อีแอบ

 

ระเบียบการรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาทวีธาภิเศกระบุคุณสมบัติเอาไว้ว่า

1.     เพศชาย

2.     จบการศึกษาระดับประถมปีที่ 6 หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 3

 

ดังนั้นแล้วแก็งค์ถั่วงอกทุกๆคนที่เข้ามาพบเจอกันในปี พศ. 2533 ต้องผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นกันมาทั้งนั้น และจากข้อ 2 จะสอบคัดเลือกเข้ามาด้วยฝีมือหรือเล่ห์กล อันนั้นเป็นเรื่องลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลจะกระทำกัน ผู้ใดสอบเข้าได้เองก็ภาคภูมิกันไป แต่ถ้าผู้ใดมาจากกำลังภายใน ก็บอกได้ว่ามีความเท่ห์เหลือหลายให้ได้พูดถึงกันในสังคมถั่วงอก

 

นายกสมาคมศิษย์เก่าเลยเหรอ?”

 

อู้หู ชวน หลักภัย แหนะ

 

หา หลวงพี่ที่สุพรรณ

 

ก็แล้วแต่ว่าใครจะหาคนมาแบ็กอัพให้ได้ในเวลานั้นกัน ห้องถั่วงอกจึงไม่ได้มีเฉพาะนักเรียนเรียนจบป.6 ม.3 แล้วมาสมัครสอบเข้าได้ตามระเบียบเท่าไรนักหรอก

 

อันนั้นเป็นเรื่องปูมหลังการพาตัวเองเข้ามากัน ซึ่งก็แน่นอนแหละว่ายังไงจะสอบเข้าหรือจะฝากฝังกันเข้ามา มันก็ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตร ป.6 ม.3 กันมาแล้วในเบื้องต้น ทีนี้ขอย้อนกลับไปที่คุณสมบัติผู้สมัครสอบข้อ.1 

 

กฎข้อหนึ่งระบุไว้แล้วต้องเป็นเพศชาย ทวีธาภิเศกต้องการนักเรียนมาใส่กางเกงไม่ใช่กระโปรง ดังนั้นทุกคนที่มาเรียนหนังสือแล้วปักตัวอักษร ทอ ภอ อยู่เหนือชื่อตัวเองควรต้องเป็นเพศผู้ทั้งหมด จริงมั้ย

 

ครับ..แต่ดังที่เขาว่าไว้……….แอบมีอยู่ทุกที่

 

ทวีธาภิเศกมีทั้งเปิดเผย ทั้งแอบซ่อนอยู่ภายในโรงเรียนเต็มไปหมด พวกเปิดเผยก็มีทั้งชนิดโตเป็นสาวแล้วหรือชนิดกำลังแย้มบาน ซึ่งเป็นที่น่าปลื้มใจกันอย่างมากเมื่อโรงเรียนที่ต้องการบุรุษชายล้วนแท้อย่างทวีธากลับมีผู้แอบและไม่แอบซ่อนเร้นผลุบโผล่ให้เห็นกันอย่างดาษดื่นในกำลังอัตราส่วน เดินมา 20 จะมีอีแอบอยู่ 1

 

จนครั้งหนึ่งทวีธาภิเศกเคยได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่มีอีแอบมากที่สุดของฝั่งธนบุรี

 

ยังไงดี….ภูมิใจกันดีมั้ย

 

เมื่อแอบมีอยู่ทุกที่….ห้องถั่วงอกก็ไม่เว้นครับ

 

พวกเราส่วนมากของห้องต้องใช่คำว่าทโมนกัน ดังนั้นแล้วถ้าใครมันเรียบร้อยเลยเถิดไปถึงขั้นตุ้งติ้งแล้วละก็ มันจะโด่ผุดผ่องขึ้นมาเลยครับ วันแรกในการรวมเป็นห้องเรียน 422 เราทั้งหมดก็ได้เห็นเลยว่าในห้องเรานะมีแน่ๆแล้ว 1 คน แต่ตอนนี้ยังไม่พูดถึงดาวประจำห้องเราดวงนั้น ขอข้ามไปก่อนเพื่ออุทิศเวลานี้ให้กับดาวอีกหนึ่งดวงของห้องสองสอง ที่ส่องประกายเจิดจรัสท่ามกลางบุรุษเดือนถั่วงอกทั้งหลายภายหลังจากการโคจรซ่อนแอบอยู่ระยะหนึ่ง

 

ดาวอีแอบแบะ

 

อีแบะ ถูกพวกเรารุมเรียกอย่างนั้น หลังจากการที่เธอปิดบังความสาวไว้ไม่มิด เพราะก่อนหน้าที่เราจะใช้สรรพนามคำว่าอีให้กับหล่อน อีแบะก็เป็นดังนักเรียนถูกระเบียบมีแววเรียนดีทั่วไป เธอถือกระเป๋านักเรียนมาตรฐานมาโรงเรียน ตัดหัวเหน่งทุกต้นเดือน เรียบร้อย และยังสดอยู่

 

แต่หลังจากการสนิทสนมกันกับ อีอ้อม ดาวดวงแรกที่ไม่แอบใดๆของห้อง อีแบะก็เริ่มหลุดออกมาทีละน้อย ความสาวสะพรั่งคอยเข้าครอบงำ ขาเริ่มชิดติดกันเวลานั่ง มือไม้ชักอ่อนช้อย นิ้วก้อยคอยกระดก วาจาเริ่มมีจริต งามพิศในทุกกริยา มองหน้าก็ชวนค้อน ออดอ้อนแต่เรื่องสวยงาม แต่ยังตัดหัวเหน่งเหมือนเดิม !!!

 

ปัดโธ่….แม่เอ๊ย ธรรมดาและธรรมชาติของตุ๊ดตู่นี่ต้องมีความรักสวยรักงามแสดงออกมาให้เห็น มันต้องมีการดูแลเรือนร่าง หน้าตา อย่างที่เราพอพอเห็นกันสำหรับตุ๊ดตู่ทั้งหลายทั้งหมด ยิ่งเฉพาะทรงผม ตุ๊ดตู่คือเผ่าพันธุ์หนึ่งที่แทบรบราฆ่าฟันอยู่กับฝ่ายปกครองทุกๆต้นเดือน เรียกได้ว่าความยาวของเส้นผมเป็นดุจดั่งอธิปไตยที่ต้องหวงแหนไว้ กับการดูแลความงาม บางครั้งเราจะเห็นว่าพวกหล่อนๆนั่นจะมีการแต่งองค์ที่พิเศษกว่ามนุษย์ตัวผู้ทั้งหลาย กระจก แป้ง หวี หรืออุปกรณ์ใดๆที่ประทินผิวหรือส่งเสริมความงามต้องพอมี หรือแม้กระทั่งการแต่งตัว ถึงมันจะเป็นเครื่องแบบนักเรียน แต่ก็มีข้อแตกแยกระหว่างตุ๊ดตู่กับบุรุษนักเรียนชาย เสื้อเนี๊ยบเรียบตึงใส่ในกางเกง เข็มขัดก็ต้องรัดเอวให้กิ่วแน่นจนมีส่วนโค้งพอให้เห็น ถุงเท้ามีแอบใส่แบบน่ารัก รองเท้าก็ต้องสะอาดเรียบร้อย

 

แต่กับอีแบะ นอกจากจะตัดหัวเหน่งทุกต้นเดือน เพราะอารามขี้ขึ้นสมองกลัวผิดกฎระเบียบโรงเรียนแล้ว เธอมิได้มีส่วนไหนมองแล้วชวนให้รู้สึกจรรโลงใจ หรือจะแอบพกอุปกรณ์เสริมสวยเพื่อแต่งเติมสีสันของร่างกายอันนั้นก็ไม่เคยมีให้เห็น ด้วยรูปร่างอวบนุ่มนิ่มจนถึงอ้วนจึงไม่สามารถรัดเข็มขัดให้มีเอวขอดกิ่วกับเขาได้ ตาก็ตี่หยี ขาเล็กไร้เรี่ยวแรงแถมเวลาเดินก็เดินปลายเท้าเข้าชนกันเหมือนเป็ดอีก นี่ถ้าผิวดำอีกละก็ หมดกันสถาบันตุ๊ด สรุปว่าอีแบะแลดูเป็นตุ๊ดตู่ที่ไม่เรียกสายตาให้ชวนสนใจเท่าไหร่

 

อ้อ!!……ที่สำคัญก็คือ ปากของเธอจะอ้าย้อยแบะอยู่ตลอด นั่นจึงเป็นที่มาของการรวมคำระหว่าง อี= อีตุ๊ด กับ แบะ= ปากย้อยแบะ

 

ทั้งหมด= อีแบะ

 

แต่อย่างไรซะ สิ่งหนึ่งที่อีแบะขาดไปจากคุณสมบัติของตุ๊ดตู่ทั้งหลายแล้วกลายเป็นดีในความคิดของผม อีแบะไม่มีอาการของพวกวี๊ดว๊าย กะตู้ฮู้ หรือทำตัวสะดีดสะดิ้ง น่าถีบ เธออยู่อย่างสงบ เรียบร้อย เรียนหนังสือเท่าที่จะทำได้ในห้องถั่วงอก หรืออาจพูดได้ว่า อีแบะยังไม่ได้แตกเนื้อสาวบรรลุการเป็นตุ๊ดอย่างเต็มที่ เพราะบางมุมของเขาหากไม่มีอีอ้อมเข้ามาสนทนาหรือชักจูงไป อีแบะก็คล้ายกับเด็กเรียนทั่วไป นิ่งเงียบ เรียบร้อย ไม่เป็นข่าว

 

คืออาจเรียกได้ว่า อีแบะยังคงมีคราบไคลความเป็นอีแอบอยู่

 

และด้วยความเรียบร้อยต้องการเรียนหนังสือนี่เองที่มีเหรอจะไม่ขัดแข้งขัดขากับกลุ่มเสี๊ยวมหาประลัยถั่วงอก

 

เต็มๆครับ

 

ทุกๆครั้งที่ห้องเรียนต้องการความเงียบให้เกิดสมาธิในการเรียน แต่หากว่า กลุ่มถั่วงอกหัวรุนแรงยังมีสมาธิกับการเล่นอยู่ละก็ อย่าได้หวังว่ามันจะเงียบจนเรียนหนังสือได้

 

เสียงเฮ เสียงหัวเราะ มุขอำกันเองหรือจะป่วนประสาทอาจารย์ผู้สอนต้องมีให้เห็นทุกคาบไป จึงไม่แปลกใดๆเลยที่หัวโจกตัวกวนห้องสองสองทั้งหลายจะพบเห็นสายตาตี่ๆที่มองลอดแว่นกลับมากับหน้าตาเอือมระอาของอีแบะบนลำคอทีหมุนหันมาจากลำตัวอวบๆในตำแหน่งด้านหน้าชั้นเรียนอยู่บ่อยๆ ครับ..มันเป็นสายตาและท่าทางที่แฝงบ่งบอกถึงอาการไม่พอใจใดๆ

 

แต่แน่นอน…ไม่มีความเห็นใจเกิดขึ้นสำหรับแก็งค์ถั่วงอก

 

ดังนั้น อีแบะมีภาระหน้าที่อย่างเดียวในห้อง คือ จำทน

 

แล้วความจำทนของอีแบะก็ถึงคราวปลดปล่อย เมื่อเทอมสองของ ม.5 ไม่รู้ชะตาชีวิตอะไรลิขิตให้อาจารย์ที่ปรึกษาห้องเรา ยกอำนาจการถือสมุดเช็คชื่อเวลาเรียนไปตกอยู่กับมืออีแบะ

 

นี่กระมัง ที่เป็นชะตาฟ้าอันเดียวที่ส่งให้อีแบะมีอำนาจต่อรองเหนือแก็งค์ถั่วงอก เพราะก่อนหน้านี้แทบทุกครั้งที่ใครก็ได้ถือสมุดเช็คเวลาเรียนเล่มนี้ มีแต่การรอมชอมและยอมไปกับการเข้าเรียนสายของแก็งค์ถั่วงอกกัน

 

มาโรงเรียนสาย เข้าเรียนคาบแรกช้าไป 30 นาที สมุดเช็คชื่อจะเช็คว่ามาเรียนทัน

 

แวะกินน้ำเต้าหู้กันทั้งแก็งค์ประมาณ 10 คน ในช่วงเดินเปลี่ยนคาบเรียนจนเลยเถิดถึงขั้นโดดเรียนไปเลย สมุดเช็คชื่อจะเช็คว่ามาเรียนกันครบ

 

วันนี้นายสุรินทร์ ไม่มาโรงเรียน สมุดเช็คชื่อจะเช็คว่า วันนี้นายสุรินทร์เข้าเรียน

 

แต่เมื่ออีแบะได้สมุดนี้ไปครอบครอง การทำหน้าที่ของหล่อน ชวนให้เกิดความขัดแย้งกับคนส่วนใหญ่ของห้องเสมอ

 

มาโรงเรียนสาย เข้าเรียนคาบแรกช้าไป 5 นาที หล่อนเขียนลงในสมุดเช็คชื่อว่า ขาดเรียน

 

แวะกินน้ำเต้าหู้กันทั้งแก็งค์ประมาณ 9 คน ในช่วงเดินเปลี่ยนคาบเรียนจนเลยเถิดถึงขั้นโดดเรียนไปเลย หล่อนเขียนลงในสมุดเช็คชื่อว่าขาดเรียน 10 คน

 

– วันนี้นายสุรินทร์ ไม่มาโรงเรียน หล่อนเขียนลงในสมุดเช็คชื่อว่า นายสุรินทร์ ขาดเรียน 2 วัน

 

หรือ พูดง่ายๆว่าไม่มีการผ่อนปรนจนถึงบ้าบอลงความผิดเกินความเป็นจริง หรือคิดช่วยเหลือเพื่อนๆเหมือนคนถือสมุดเซ็นคนก่อนๆ ทั้งๆที่บางคนหากขาดเรียนอีกอาจหมดสิทธิ์สอบ หรืออาจถูกฝ่ายปกครองเชิญพบตัว เพราะไอ้สมุดเซ็นเช็คชื่อนี่ทุกเย็นจะต้องถูกนำส่งไปให้กับฝ่ายปกครองตรวจสอบ แล้วห้องถั่วงอกสองสองเนี่ยะ เป็นห้องที่อาจารย์ฝ่ายปกครองทุกคนเพ่งเล็งกันเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่สำหรับอีแบะ หน้าที่คือเกินหน้าที่ สรุปได้ว่าเทอมนั้น.. อีแบะนำความหายนะมาให้พวกเราโดยแท้

 

พวกเราทุกคนจึงต่อต้านและมีปากเสียงกับอีแบะอยู่บ่อย

 

ครั้งหนึ่งผมแอบไปกินก๋วยเตี๋ยวระหว่างเดินเปลี่ยนคาบเรียนทำให้ขึ้นห้องเรียนช้าไป 10 นาที มารู้ทีหลังว่าผมโดนเช็คขาดเรียนในคาบนั้น ฉุนสิครับ กฎบอกว่านักเรียนที่เข้าสาย 15 นาทีสามารถเช็คขาดเรียนได้ แต่การแอบไปกินก๋วยเตี๋ยวในเวลาเรียนเพียง 10 นาที กำลังจะทำให้ผมอาจไปข้องแวะกับฝ่ายปกครองในเย็นนั้นได้

 

ว่าแล้วผมก็โวยวายหาความยุติธรรม โดยเรียกอีแบะมาชี้แจงและบังคับให้หล่อนแก้ผ้า เอ๊ย!!แก้ไข

 

เธอเดินมายังที่นั่งของผมพร้อมเอ่ยเรียกชื่อ และ ชี้แจง

 

นี่ *เอกกะฝิ… เอกกะฝิมาเข้าห้องเรียนในเวลา 11.00 เลยเวลาไปแล้ว15 นาที ทำให้ต้องเช็คว่าขาดคาบนี้หล่อนเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆแบะๆของเธอ

 

ยังไม่ถึงซักหน่อย ลงไปแค่สิบนาทีเอง ผมเถียงกลับไป

 

ในขณะที่การโต้เถียงกำลังดำเนินไป ช่วงเวลาหนึ่งที่อีแบะก้มลงตรงหน้าโต๊ะของผมด้วยตั้งใจจะเปิดสมุดเช็คชื่อให้ผมดูหลักฐานอะไรของหล่อนก็ไม่รู้ บังเอิญว่า คอเสื้อของอีแบะในขณะที่ก้มลงกำลังจะเปิดกว้างแล้วดูเหมือนเจ้าตัวก็รู้ว่าอาจมีการนมหก หล่อนจึงเอามือยกขึ้นมาปิดคอเสื้อไว้ในขณะก้มลงต่อหน้าผม

 

พระเจ้าช่วย….ผมโคตรจะอยากดูนมอีแบะมากเลย!!!

 

เวลานั้นกับอารมณ์บ่จอย บวกภาพการป้องกันนมหกของตุ๊ดอวบ ตุ๊ดที่ไม่มีส่วนไหนให้น่าพิศมัย แต่เสือกกระแดะยกมือปิดบังของสงวนของตัวเอง ทำเอาผมอยากอ๊วกแตกหรือหนีหายไปจากเหตุการณ์เบื้องหน้าโดยเร็ว ว่าแล้วก็บอก เอาเหอะ.. มึงจะเอาไงก็เอา กูไม่สนแล้วว่ากูจะขาดเรียนหรือเปล่า กูอยากถีบตุ๊ดแล้วตอนนี้ ผมตัดสินใจรีบลุกออกไปแทนที่จะอยู่แล้วเกิดอดใจไม่ไหว เผลอใจเกิดอารมณ์หน้ามืดกระทำชำเราล่วงเกินทางเพศกับตุ๊ดร่วมห้องขึ้นมา เพราะรับไม่ได้กับความรักนวลสงวนตัวแต่ไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองของอีแบะ

 

ครับ..และก็ไม่ใช่มีแค่ผมหรอกที่ต้องมีเรื่องราวกับอีแบะและสมุดเช็คเวลาเรียน เพราะเพื่อนส่วนใหญ่แก็งค์ถั่วงอกก็มีปัญหาให้โต้เถียงกับอีแบะกันทั้งนั้น ทำให้อีแบะต้องจำทนอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ทุกวันหล่อนต้องอยู่ในสภาพการถูกรุมโทรม เอ๊ย!! รุมโห่จากแก็งค์ถั่วงอก แล้วทำไมเธอถึงยังฝืนทนความกล้ำกลืนนั้นได้ อาจเป็นไปได้ว่าในกลุ่มแก็งค์ถั่วงอกยังมีชายอันเป็นคนพิเศษสุดของอีแบะคนนั้น

 

โทนี่ โนว์

 

ไอ้โนเป็นดั่งเหมือนคนที่อีแบะแอบปลื้มอยู่ในห้องเรา โนว์เวลายิ้มแล้วน่ารัก อีแบะว่างั้น ไอ้โนจึงเป็นคนเดียวที่อีแบะมักแสดงออกถึงอาการพึงพอใจและไม่ค่อยมีปัญหาโต้แย้งใดๆกันกับหล่อน ซึ่งเรื่องที่ตอกย้ำและแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าอีแบะยอมให้โนคนเดียวก็มีอยู่ว่า

 

เมื่ออีแบะทำให้เรามักเจอปัญหากับฝ่ายปกครองแล้ว มันจึงไม่เหลือทางเลือกใดมากนักให้กับพวกเราที่จะกระทำกับอีแบะ งานนี้แกล้งได้ต้องแกล้งครับ

 

การแกล้งของเราคือการพิสูจน์ว่าตกลงแล้ว อีแบะมาโรงเรียนทุกวันด้วยการซ่อนไอ้จู๋ไว้ให้มิดชิดภายในกางเกงนักเรียนหรือไม่ หรือพูดง่ายๆว่าหนีบเอาไว้เหมือนอีอ้อมหรือเปล่า

 

ต้องพิสูจน์ครับ แล้วมือพิสูจน์ของเราก็ได้แก่ ไอ้เชษฐ์ ไอ้เชษฐ์เดินเข้าไปดุ่ยๆที่ตัวของอีแบะจากนั้นก็เอามือเอื้อมสัมผัสเข้าไปตรงเป้ากางเกงอีแบะในลักษณะหงายมือแล้วทำการกระดิกนิ้วมือทั้งมือขึ้นลง การเดาะไอ้จู๋ของอีแบะในครั้งนั้นของไอ้เชษฐ์ทำให้เราทั้งห้องได้รู้ว่า อีแบะมาโรงเรียนด้วยการปล่อยให้มันโตงเตงอย่างนั้นแหละ  ไม่ได้มีการแอบมิดชิดเหมือนตุ๊ดทั่วไป

 

ซึ่งแน่นอนครับ อีแบะหันกลับมาด่ามองค้อนด้วยมาด เหล่ตาตี่ๆ พูดจาแบะๆ ใส่ไอ้เชษฐ์ ในขณะที่เหล่าถั่วงอกชอบใจกันที่เห็นไอ้เชษฐ์ไปยกกระชับอีแบะมาได้

 

เมื่อรู้ว่าการยกกระชับมันสนุกและฮาดีจึงเป็นที่มาของการแกล้งอีแบะเวลาหล่อนเผลอ จนถึงเอามาคุยกันว่ากูเคยเดาะจู๋หรือยกกระชับอีแบะกันมาแล้ว

 

กับคนอื่นอีแบะโกรธอยู่แล้ว แต่กับโทนี่….

 

ผมเคยเห็นอีแบะทำท่าพึงใจและเอียงอายในขณะที่โทนี่ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์กวนตีนเมื่อมือของมันกำลังยกกระชับไอ้จู๋ของอีแบะอยู่

 

อุบาทว์ปนฮาฉิบหาย!!!

 

จะจับตูดจับนมอะไร อีแบะยิ้มให้โนเสมอ

 

และเมื่อเวลาเทอมนั้นผ่านไป แก็งค์ตัวแสบตัวดีทั้งหลายไม่มีวันเลิกราหรือทำตัวเป็นคนดีเรียนหนังสือได้ นั่นทำให้ความอดทนของอีแอบอย่างอีแบะหมดลง แม้ต้องทำใจจากชายที่แอบรักอย่างโทนี่ แต่อีแบะขอตัดใจและเลือกเป็นฝ่ายที่ถอยไปเอง

 

หลังจากจบมัธยม. 5 กัน ในวันขึ้นชั้นเรียนใหม่ ม.6 เราก็ไม่มีเพื่อนที่เป็นอีแอบอีกแล้ว อีแบะย้ายที่เรียนหนังสือไปยังโรงเรียนใหม่ ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่า ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับแก็งค์ถั่วงอกได้

 

ครับ.. ผู้ที่เหมาะสมเท่านั้นถึงมีสิทธิ์อยู่รอดได้ในห้องสองสอง

 

นั่นทำให้เรื่องราวของแก็งค์ถั่วงอก กับอีแบะ จบลงไว้แค่นั้น

 

…เอวัง

 

ประเสริฐ จันทร์กระจ่างเลิศ นักเรียนคนที่ 24 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

28 กรกฎาคม 2549

 

*การพูดจาภาษาแบะๆ คือการพูดเหมือนไม่ชัด ลิ้นคับปาก ทำให้การออกเสียงเรียกชื่อผม มักกลายเป็น….. เอกกะฝิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: