กับหัวหน้าฝ่ายปกครองตอนสอง(2): คราวที่แล้วสี่ คราวนี้เจ็ด

 

หลังจากการถูกอัญเชิญผู้ปกครองกันของถั่วงอกทั้งสี่ในตอนที่แล้ว ภายหลังจะด้วยฝ่ายอาจารย์ทองปานจะแอบล่วงรู้ว่าถูกแหกตาเอาผู้ปกครองตัวปลอมมาฟังการอบรมหรืออะไรก็แล้วแต่ ทวีธาภิเศกได้มีการออกกฎระเบียบมาใช้ใหม่โดยฝ่ายปกครองโรงเรียนในกรณีที่นักเรียนคนไหนถูกเชิญผู้ปกครองอีก เมื่อพาผู้ปกครองมาแสดงตนในวันอบรม จะต้องแสดงบัตรประชาชนหรือหลักฐานใดๆก็ตามที่แสดงความเกี่ยวเนื่องจริงกับนักเรียนคนนั้นให้ฝ่ายปกครองดูกันด้วยทุกครั้ง

 

มันน่าคิดก็ตรงที่ มาตรการใหม่นี่ ออกมาหลังจากที่ถั่วงอกสี่คนร่าเริงต่อทันทีที่เสร็จสิ้นเรื่องถูกเชิญผู้ปกครอง ณ วันนั้น มันคงยังมาซึ่งความสงสัยจนถึงขั้นสร้างกระบวนการขบคิดและทบทวนให้กับอาจารย์ทองปานได้ว่า อาจถูกถั่วงอกสับขาหลอก ต้มจนสุกแล้วก็ได้ ว่าแล้วแกก็ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า คราวหน้าตรวจบัตรแน่

 

และก็ไม่ใช่จะมีเพียงระเบียบการแสดงหลักฐานออกมาใหม่เท่านั้น การป้องกันไม่ให้ รปภ.ทวีธาเอ๋อแดก เพราะการวิ่งควายหมู่เข้าออกนอกเวลาเรียนหน้าด้านๆของแก็งค์ถั่วงอก ก็มีออกมาให้เห็น

 

ประตูรั้วโรงเรียนที่ปกติผมเรียนม.ต้นมา 3 ปี ไม่เคยเห็นมีสักครั้งที่จะเลื่อนออกมาใช้นอกจากเวลาปิดโรงเรียน ถูกเลื่อนออกมาขวางทางเข้าไว้ในทุกครั้งหลังเวลาเข้าออกปกติ เป็นเช่นนั้นแล้ว การหน้าด้านวิ่งควายหมู่และจ้างวานแท็กซี่หรือตุ๊กๆ ฝ่าเข้าโรงเรียนในเวลาสาย จึงหมดสิทธิ์กระทำอีกต่อไปโดยสิ้นเชิง

 

เดือดร้อนมั้ย ชาวถั่วงอก?

 

ครับ…. เราชาวถั่วงอกเห็นและรับรู้แล้วละว่า นี่คือสิ่งที่สร้างมาเพื่อเราโดยเฉพาะ แต่จะให้อาทรร้อนใจนั้น ไม่ใช่วิสัยของเรากัน อาจารย์อยากทำอะไรก็ทำครับ เดี๋ยวเวลาที่เราจะซ่าจวนตัวทำอะไร เราค่อยคิดหาวิธีแหกคอกออกมาเองแหละ

 

ดังนั้นแล้ว ยังไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ผมจะรู้สึกว่าเพื่อนๆถั่วงอกจะสลดไปกับความเอาจริงมากขึ้นของฝ่ายปกครอง เพราะพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลายกับการไปทักทายฝ่ายปกครองยังมีให้เห็นอยู่ทุกวัน ปั่นแปะมันทุกที่ที่เราไป เล่นบอลเกินเลยเวลาพักเที่ยง ลักลอบกินขนมกุ่ยช่ายหรือกระเพาะปลาในชั่วโมงเรียนติดแอร์วิชาคอมพิวเตอร์นอนหลับกันครึ่งห้องในคาบบ่าย หรือตื่นกันมาโชว์พฤติกรรมเลียนเสียงสัตว์ต่างชนิด  ร้องเรียกกันระงม ลิง ค่าง นก หมา กา ไก่ ควาย กูปรี กระจง ละอง ละมั่ง สมเสร็จ เลียงผา จนไปถึง บรอนโตซอรัส ยุคจูราสิก สารพัดสัตว์ต่างๆ หนึ่งคนต่อหนึ่งเสียงรบกวนในเวลาที่อาจารย์หันหลังเขียนหนังสือบนกระดานดำ ก่อนจะหันกลับมาและจับไม่ได้ว่าใครเป็นต้นเสียงกันบ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำสวนตรงข้ามกับการร่ำเรียนเชิงวิชาการ เรายังคงเอกลักษณ์เหล่านั้นอยู่อย่างไม่จืดจาง

 

เราไม่กลัวนะ แต่ที่เราทำ เพราะเราไม่ได้คิดว่ามันพยายามเย้ยฝ่ายปกครองกันเท่าไหร่ ว่างั้นเถอะ

 

แต่แล้ววันหนึ่ง ไม่รู้ว่านี่คือการกระทำเย้ยหยันฝ่ายปกครองทวีธาภิเศกหรือเปล่า ผมและพรรคพวกถั่วงอกรวม 7 ชีวิต ตัดสินใจโดดเรียนเลยทันทีหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าร่วมกันที่หอโก๋แก่เสร็จ ไอ้ตอนแรกก็กะนอนเล่นกันเพลินๆที่ห้องของไอ้แก่นั่นแหละ แต่พอตกสายๆเที่ยงๆเกิดอยากไปเดินเล่นที่ท่าพระจันทร์ มหาลัยธรรมศาสตร์กัน ด้วยเจตนาที่พอจำได้ว่า กะจะไปเดินดูสาวๆมหาลัยและอีกหนึ่งจุดประสงค์คือ เริ่มอยากจะเตะบอลกัน เวลานั้น เวลาที่เลยการเรียนไปแล้ว 3-4 ชั่วโมง ไม่เหมาะแน่ที่จะเข้าโรงเรียนไปเตะบอลตอนเที่ยงวัน สู้ยอมโดดเรียนทั้งวันเลยดีกว่ามาสายทั้ง 7 คนให้มีปัญหา นั่นแหละทำไมชื่อธรรมศาสตร์จึงเป็นชื่อที่ถูกฉุกคิดขึ้นมา

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจจัดได้ว่าเป็นสนามบอลที่สองเลยก็ว่าได้ที่เราชอบไปเตะบอลกันในบางครั้งหลังเลิกเรียน หากไม่นับการเล่นแบบสนามใหญ่ของศึกน้ำเงินเดือดหรือศึกทีมชาติกับห้องสีชมพู การเล่นบนพื้นที่ขนาดย่อมจุผู้คนได้ 8-10 คนจะเป็นความสนใจรองลงมาของพวกเราถ้าเกิดอยากจะฟาดแข้งกัน ซึ่งโดยมากก็จะเป็นมหาลัยฝั่งท่าพระจันทร์นี่แหละที่พื้นที่สนามบาสของธรรมศาสตร์ จะถูกพวกเรายึดและแบ่งข้างกันข้างละ 3-4 คน เล่นกันโดยมีฐานแป้นบาสเป็นโกล์ฟุตบอล

 

จากทวีธาภิเศกไปยังธรรมศาสตร์เป็นอะไรที่ง่ายดายเหลือหลาย ตุ๊กๆไม่เกินยี่สิบบาทไปท่าน้ำศิริราช อัดกันไปกี่คนก็ได้เท่าที่คนขับยังพอมีที่นั่งขับรถพาพวกเราไป จากนั่น 1บาทต่อ 1คนนั่งเรือข้ามฟากไปยังฝั่งท่าพระจันทร์ เพียงไม่เกิน 10 นาทีจากหอแก่ เราก็จะปรากฏตัวต่อหน้ามหาลัยรัฐบาลชื่อดังลูกแม่โดม

 

คิดถึงวันเวลาชุดนักเรียนห้อยโหนตุ๊กๆ นั่งเรือลมตีหน้าข้ามเจ้าพระยากับเพื่อนๆไม่คิดอะไรกัน โคตรมีความสุขเลยครับ

 

วันนั้นเรามีเวลาเหลือเฟือทั้งวันที่จะเดินเล่นและเตะบอลกัน แต่หลังจากเวลาบ่ายคล้อยไปได้สักพัก การเตะบอลเพียงแค่ 7 คน เริ่มชวนเบื่อ ความคิดถึงการเล่นสนามใหญ่ร่วมกับเพื่อนถั่วงอกคนอื่นที่อยู่ในโรงเรียนเริ่มผุดขึ้นมาในสมอง

 

เอาไงดี

 

ถั่วงอกทั้งเจ็ดอารามคิดถึงเพื่อนที่โรงเรียนขึ้นมา เวลานี้คงใกล้เลิกเรียนแล้วแน่แท้ ว่าแล้วก็ข้ามฝั่งโบกตุ๊กๆกลับทวีธาภิเศก โดยไม่ได้คิดหรืออาจจะไตร่ตรองดีพอแล้วก็ได้ว่า เราทั้งหมดไม่ได้มาโรงเรียนเลยในวันนั้น

 

การปรากฏตัวอีกครั้งในเวลาที่โรงเรียนเลิกด้วยสภาพชุดนักเรียนของเด็กหนุ่มทั้งเจ็ด ถ้าใครไม่สังเกตก็คงนึกว่าอันนั้นปกติ ซึ่งพวกเราก็คิดว่ามันนะปกติดี เพราะหลังจากเราทั้งหมดพบเจอกับถั่วงอกที่มาเรียนหนังสือ ก็ได้ชักชวนกันเล่นฟุตบอลที่สนามทรายสนามใหญ่ที่เราคุ้นเคยเหมือนปกติที่ทำกันประจำ

 

จะไม่เป็นเรื่องใดๆเลย ถ้าวันนั้นอาจารย์ทองปานไม่ได้กำลังยืนอ่านสมุดเช็คเวลาเรียนของห้องสองสอง  พร้อมๆกับการมองเห็นนักเรียนร่าเริงตัวแสบเจ็ดคนเล่นฟุตบอลในชุดนักเรียนทวีธาอยู่ โดยที่สมุดเช็คเวลาเรียนห้องสองสองในมือของแก มันได้ถูกระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่าชื่อของนักเรียนทั้งเจ็ดที่เริงร่าอยู่ในสนามขณะนั้น …….ขาดเรียนทั้งวัน……..

 

มันเป็นการกระทำที่อุกอาจมากในความคิดของท่านอาจารย์ทองปาน แต่งตัวออกจากบ้านมาเรียน แต่ไม่เข้าเรียนเลยทั้งวัน และดันมาปรากฏตัวอีกครั้งในตอนเลิกเรียน เพียงเพื่อต้องการเตะบอล แล้วทั้งวันมันหายกันไปไหน

 

ว่าแล้ว แกก็ขยับแว่นมองผ่านกระจกห้องปกครองเพื่อมองให้แน่ชัดว่าใช่ไอ้พวกแสบห้องสองสองแล้วแน่ ก่อนเดินไปที่ห้องประชาสัมพันธ์ คว้าไมค์โครโฟนประกาศผ่านลำโพงกระจายเสียงดังทั่วทั้งทวีธาภิเศก

 

นักเรียนคนใดที่ไม่ได้มาเรียนหนังสือในวันนี้ แล้วกลับเข้ามาในโรงเรียน ให้เข้ามาพบที่ห้องปกครอง เดี๋ยวนี้ !!”

 

หมายถึงเราป่าววะผมถามเพื่อนร่วมชะตาชีวิตในวันนั้น ในขณะที่มือกำลังทุ่มบอลเข้าสนาม หลังจากถั่วงอกบางกระดี่ทำออกเส้นข้าง

 

เออดิ สัดเอ๊ย ซวยแล้ว!!” ว่าแล้วถั่วงอกทั้งเจ็ดก็รู้ตัว หลบหายเข้ากลีบเมฆคนเล่นบอล แล้วผลุบจนโผล่ที่โรงอาหารหลังโรงเรียน

 

เอาไงดี วะ หนึ่งในเจ็ดร้องถาม

 

เฉยๆ ก่อน อีกหนึ่งในเจ็ดร้องตอบ

 

เราทั้งหมดซี้อน้ำเต้าหู้มานั่งกินกันเพื่อผ่อนคลายความตื่นเต้น และดูเหมือนว่าเรื่องมันจะเงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนรู้สึกได้ว่าน้ำเต้าหู้ที่กำลังตักเข้าใส่ปากของผมเริ่มมีรสชาติอร่อยขึ้น แต่ไม่ทันที่ความอร่อยจะเจือจาง ก็มีเสียงคุ้นเคยเดิมๆผ่านลำโพงโรงอาหารดังฉะฉานขึ้นกว่าเก่า ฟังแล้วได้ความว่า

 

นักเรียนคนใดที่ไม่ได้มาเรียนหนังสือในวันนี้ แล้วกลับเข้ามาในโรงเรียน ให้เข้ามาพบที่ห้องปกครอง เดี๋ยวนี้!!!!!”

 

นาย…..   นักเรียนห้อง 622, นาย…..   นักเรียนห้อง 622 …….., นาย…..  …..ทั้งหมดให้เข้ามาพบที่ห้องปกครอง เดี๋ยวนี้!!!!!!

 

นั่นชื่อกูใช่มั้ย ผมวางช้อนซดน้ำเต้าหู้แล้วถามเพื่อนข้างๆ

 

จากนั้นน้ำเต้าหู้ก็ไม่อร่อยอีกแล้วกันทั้งวง

 

ระหว่างการเดินทางไปมอบตัวที่ห้องปกครองเพราะจำนนด้วยหลักฐาน เล่นเอาพวกเราปั่นป่วนจนปวดแก่นกะโหลกกัน ในตอนแรกเราทั้งเจ็ดกะปีนออกไปทางกำแพงรั้วของโรงเรียนหลังโรงอาหาร กะทำบื้อใบ้ ไม่รู้ ไม่ได้ยิน ไม่อยู่ หนีออกไป แต่พอขบคิดกันได้ว่า ยังไงก็ไม่รอด เพราะเล่นประกาศชื่อจริง ระบุห้องเรียนแม่นยำขนาดนั้น รอดวันนี้ พรุ่งนี้ก็โดน

 

ยิ่งนึกถึงเสียงที่ฉุนเฉียวอารมณ์เสียผ่านลำโพงของอาจารย์ทองปานเพราะประกาศตามตัวตั้งแต่ครั้งแรกตั้งนานยังไม่ยอมโผล่กันมา ก็สรุปได้ว่า ความซวยมาเยือนเราอีกแล้วหรือ?  ฉิบหาย!! ตรวจบัตรผู้ปกครองด้วย

 

ตรวจบัตรนี่ละครับที่ทำเอาเราหลายคนนึกสะพรึงกลัวกัน เอาไงดีละ เป็นคำถามที่เราเดินคิดกันไปก่อนถึงห้องปกครอง

 

เมื่อพบเจอหน้าเจ้าของเสียงฉุนเฉียวคนนั้น เราได้แต่ยืนกเมหน้าจ๋อยรอคอยบทลงโทษที่คาดว่าน่าจะรุนแรงแน่ เพราะไม่เฉพาะโทษโดดเรียนในวันนั้นหรอก หากแต่ ผิดระเบียบ มาสาย ก่อกวนเวลาเรียน ก็ยังเป็นอยู่สม่ำเสมอ หลังจากการอบรมถั่วงอกทั้งสี่พร้อมผู้ปกครองตัวปลอมคราวก่อน

 

วันนี้พวกเอ็งกลับบ้านไปก่อน เพราะข้าไม่มีเวลา พรุ่งนี้เอ็งเจ็ดคนมารายงานตัวหลังเคารพธงชาติ ที่ห้องปกครองทุกคน

 

อาจารย์ทองปานมีธุระอันใดต้องรีบไปก็ไม่รู้ ทำให้แกต้องสะกดอารมณ์เสียไว้ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย และจำต้องปล่อยตัวเราไปก่อนในเย็นนั้น ก่อนที่จะมาชำระแค้นในวันรุ่งขึ้น  ว่าแล้วแกก็ผละจากพวกเราออกไป และเดินไปยังที่จอดรถของแกอย่างรีบๆ

 

เบาตัวไปได้หนึ่งคืน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: