กับหัวหน้าฝ่ายปกครองตอนสาม(3): ยกแก็งค์ป่วน

 

ทีเด็ดในการเผชิญหน้ากับฝ่ายปกครองของห้องสองสองไม่ได้จบหรือสิ้นสุดอยู่เพียงแค่รายบุคคลหรือนักเรียนซ่าเจ็ดคนนั้นหรอก หากแต่ว่าบางครั้งพลังสามัคคีของมนุษย์ห้องสองสองทั้งห้องก็มีให้ไปกระตุกต่อมอารมณ์เสียของอาจารย์ทองปานหรืออาจารย์ท่านอื่นๆได้อีกเหมือนกัน และมันน่าจะยิ่งทวีความแสบสันต์มากขึ้น เพราะในคราวนี้คือ มันเอากันทั้งห้อง

 

อย่างที่เคยตกลงทำความรู้จักกับผู้อ่านไปแล้วว่า ห้องเรียนสองสอง ทวีธารุ่นที่เก้าสิบเจ็ด ที่ว่าแสบนะ มันก็แสบแบบคันๆให้น่ารำคาญกันบ่อยๆ แค่นั้นเอง แต่หามิได้มีหรอกครับที่จะสร้างความเดือดร้อน หาเรื่องตีรันฟันแทง เกเรเกตุง เสพยา หรือเป็นแก็งค์อิทธิพล ให้ได้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตจนสร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงเรียน ทัศนคติอย่างเดียวของการมาร่ำเรียนโรงเรียนทวีธาภิเศกของแก็งค์ถั่วงอกคือ มาเล่นกัน

 

ดังนั้นแล้ว ที่เรามีวีรกรรมแผลงๆทั้งหลายเหล่านั้น มันมาจากก้นบึ้งหัวใจอย่างเดียวเพียวๆครับ คือ เรารักความสนุกโดยไม่คิดอะไร ไม่ว่าทวีธาภิเศกจะมีมาตรการ หรือมาตรฐานอะไรก็ตามที่จะจัดระบบ ระเบียบอะไรต่างๆ พวกเราไม่เคยคิดจะแหกกฎเกณฑ์ หรือทำตัวมีปัญหากันหรอก แต่ที่เราทำสวนความต้องการของโรงเรียนนั้น มันมาจากความไม่คิดอะไรของเรากันมากกว่า หรือพูดง่ายๆ ถ้าเกิดเราเห็นกันว่า ทำแล้วสนุก ทำแล้วระเริงใจ ถั่วงอกจะทำ

 

คือ รักสนุก ทุกข์ไม่ถนัด ว่าอย่างนั้นเถอะ

 

เพราะฉะนั้น จึงมีเรื่องราวอีกจนได้ในวันหนึ่งที่โรงเรียนทวีธาภิเศกต้องการรณรงค์ให้นักเรียนที่อยู่บนเส้นทางกลับบ้านหรือกำลังจะมาโรงเรียนก็แล้วแต่ ขอให้นักเรียนทุกคนช่วยกันปฎิบัติตนดุจดั่งพลเมืองดี อยู่ภายใต้กรอบระเบียบของสังคมเมือง และอีกเจตนาหนึ่งคือ แม้จะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน แต่ถ้ายังสวมใส่เครื่องแบบทวีธาอยู่ ก็อยากเห็น ลูกทวีธาทุกคน มีศักดิ์ศรี มีน้ำใจ ไฝ่คุณธรรม

 

และข่าวการรณรงค์เพื่อเป็นคนคุณภาพของสังคมในเช้าวันนั้นก็คือ การข้ามถนนและปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฎจราจรทุกครั้งทั้งในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงโรงเรียนและบริเวณพื้นที่อี่นๆในสังคมกรุงเทพ โดยหลังการเคารพธงชาติและสวดมนต์เสร็จ ผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์กนก จันทร์ขจร ก็ขึ้นมากล่าวขอความร่วมมือจากนักเรียนทวีธาทั้งหมด ให้ช่วยกันเสริมสร้างภาพลักษณ์ทวีธาภิเศก ด้วยการแสดงให้เห็นถึงความเป็นระเบียบในการใช้ทางเท้า ทางม้าลาย และสะพานลอย

 

เพราะเนื่องจากซอยโรงเรียนทวีธามีทางเดินที่แคบและยังมีกองขี้หมาเปียกสดใหม่ๆแฝงปะปนอยู่เป็นจำนวนมากในทุกๆเช้า ทำให้การเดินทางเข้าสู่โรงเรียนหรือแม้แต่เดินทางกลับบ้านเป็นไปอย่างยากลำบาก และโดยมากเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดและกองขี้หมาเวลาเดิน นักเรียนทวีธาส่วนมากมักทะลักล้นออกมาเดินนอกทางเท้าอยู่บ่อย ยิ่งเมื่อบวกกับเส้นทางนั้นต้องใช้ร่วมกับรถยนต์ที่แล่นผ่านลัดซอยโรงเรียนจากถนนอิสรภาพไปออกยังเส้นทางถนนอรุณอัมรินทร์อยู่ตลอด จึงทำให้มาตรการขอความร่วมมือในการจัดระเบียบทางเดินเพื่อให้สอดคล้องกับกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเกิดขึ้นมา

 

ดังนั้นแล้วนักเรียนทุกคนที่ฟังการประกาศในเช้าวันนั้นทุกคนน่าจะเข้าใจกันดีว่า ต่อจากนี้ไปเราต้องมีระเบียบการเดินเท้าให้มากขึ้นเพื่อการเป็นคนคุณภาพของสังคมและเพื่อหน้าตาของโรงเรียน โดยทั้งหลายทั้งหมดเหล่านั้นจะถูกสอดส่องดูแลโดยทีมงานฝ่ายปกครอง

 

ใช่ครับ…. ผอ.กนก ได้ขอความร่วมมือกับนักเรียนที่มาเคารพธงชาติในวันนั้นกัน แล้วถ้าหากใคร……ที่มันไม่ได้มาเคารพธงชาติหรือพวกที่มาไม่ทันละ………………..มันเหล่านั้นจะรู้เรื่องกันมั้ย?

 

………………………….

ที่หอโก๋แก่

 

เก้าเด้งว๊อย!! คืนทุนแล้วมึง

 

เสียงไพ่พลาสติก จำนวนสองใบบอกตัวเลขบวกรวมกันได้เก้า แถมดอกเดียวกันอีก ถูกสบัดลงบนพื้นห้องโก๋แก่พร้อมเสียงสะใจของถั่วงอกคนหนึ่งที่กำลังตามควายกลับมาได้หลังจากเสียไปหลายตังค์อยู่ในเช้าวันนั้น เป็นสิ่งที่สื่อแสดงได้ว่าป๊อกเด้งวงใหญ่ของแก็งค์ถั่วงอกกำลังออกรสชาติ ซึ่งมันก็ดันเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงเวลาที่อาจารย์กนกกำลังปากเปียกปากแฉะพูดเรื่องการรณรงค์อยู่หน้าเสาธง

 

ครับ…..คนเหล่านั้นกำลังไม่รู้เรื่องที่ทวีธาภิเศกต้องการ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่จะมาแอบอ้างหรอกว่า เมื่อเราไม่ได้รับรู้เรื่องการรณรงค์แล้วเราจะไม่ผิด เพราะถึงอย่างไรวันนั้น แม้ว่าเราจะไปทันให้มีแถวเคารพธงชาติก็ตามเถอะ เหตุการณ์นี้ ผมเชื่อว่า มันก็ยังต้องเกิดอยู่ดี

 

หลังสัญญาณออดหมดเวลาเรียนในคาบสุดท้ายของวันนั้นดังขึ้น ด้วยเพราะเราชาวแก็งค์ทั้งหมดเหมือนว่าจะนัดกันไปเดินชอปปิ้งที่สยามเซ็นเตอร์ หลังการสรุปตัวเลขรายได้จากการหามาได้ในวงไพ่ทั้งเมื่อเช้า และจากการปั่นแปะตลอดทั้งวัน จนได้ยอดสุทธิประจำสัปดาห์กัน ผู้ใดได้ยอดเป็นบวกรวมแล้วในวันศุกร์ ก็จะนิยมที่จะชวนเพื่อนไปเดินเล่นซื้อเสื้อผ้ากันในวันสุดท้ายของการเรียนในแต่ละสัปดาห์เสมอ

 

และคงบังเอิญเหลือเกินว่า วันนั้นเรามีตัวเลขบวกกันหลายคนละมั๊ง ทำให้วันศุกร์ครั้งนั้นเราชวนกันและกันไปป่วนสยามเซ็นเตอร์กันยกแก็งค์ โดยตกลงกันแล้วว่า จะใช้รถโก๋กวงและโก๋เหม่งเป็นพาหนะ ว่าแล้วก็งดเล่นบอล ออกเดินทางทันทีที่อาจารย์คาบสุดท้ายจบการสอน

 

เราออกจากประตูโรงเรียนกันมากลุ่มใหญ่ทั้งห้อง เดินออกไปทางขวาของโรงเรียนตามยฐากรรมปกติของเราร่วมกับนักเรียนคนอื่นๆที่ดูตั้งใจเป็นระเบียบพิเศษมากกว่าทุกวัน ไม่มีความผิดปกติใดในความเป็นระเบียบมากขึ้นของนักเรียนคนอื่นมาสะกิดให้เราเอะใจเลย เพราะเราไม่สนใจและยังคงเดินคุยหลบกองขี้หมาที่เริ่มแห้งขึ้น เล่นหยอกเอินกันไปมา เหมือนที่ทำปกติกันจนถึงสุดทางของซอยโรงเรียน ซึ่งก็จะพบเจอกับถนนอิสรภาพ และถ้าเดินเลี้ยวขวาแล้วข้ามถนนก็จะไปถึงหอโก๋แก่ แต่ในวันนั้นเราต้องการไปที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับซอยโรงเรียนเลยต่างหาก เพราะด้วยวันนั่น โก๋เหม่ง โก๋กวง รวมถึงโก๋ต๊อง มาจอดฝากรถไว้ที่ปั๊มแห่งนี้ในอัตรา 20 บาทต่อหนึ่งวันกัน เพราะบางครั้งโก๋ถั่วงอกที่มีรถทั้งหลายก็ใช้บริการจอดรถไว้ที่ปั๊มนี้แทนการเข้าไปเสี่ยงหาที่จอดภายในหมู่บ้านศิวาสัย ฐานที่ตั้งของหอโก๋แก่

 

ปั๊มน้ำมันเชลล์ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม หากจะข้ามไปก็ต้องใช้สะพานลอยที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเหลือเกินระหว่างทางเท้าสองฟากฝั่งหน้าซอยโรงเรียนทวีธา แต่หากว่า พวกเราแก็งค์ใหญ่ พอหลุดออกจากซอยที่นักเรียนเสื้อเขียว เสื้อขาว เดินเป็นระเบียบกันชอบกลออกมาได้ เมื่อแลทั้งซ้ายและขวาแล้วเห็นว่าทางโล่งสะดวกเหลือเกิน และด้วยรถยนต์ทั้งหลายในถนนอิสรภาพเว้นที่ว่างให้พอสปีดข้ามถนนได้

 

แก็งค์ถั่วงอกไม่ลังเลเลยครับ แม้ว่าสะพานลอยจะอยู่บนหัว เยื้องเราไปเพียงเล็กน้อย

 

คนกลุ่มแก็งค์สองสอง กับการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว ท่ามกลางการหันมามองของนักเรียนที่ถูกขอร้องให้ร่วมมือกับกฎจรารจรของกรุงเทพมหานคร จนมีเสียงครางอื้ออึงของคนที่มาทันการเคารพธงชาติเหล่านั้นดังออกมาเมื่อเห็นว่าเราเอาจริงกับการเดินข้ามตรงนั้นเลยว่า สองสองแจ๋วจริง

 

ครับ ไม่ใช่เรื่องของการอยากซ่า กล้าฝ่าฝืน หรือโชว์เก๋าใดๆหรอก หากแต่มันเกิดขึ้นเพราะความไม่คิดอะไรกันต่างหาก ถั่วงอกกำลังเพลินเดินคุยกัน พอเห็นว่าทางมันโล่งสบายก็เดินต่อไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังใดๆ แสดงสันดานประจำวันกันออกมาเต็มที่ ซึ่งเหตุการณ์นั้นน่าจะจบลงตรงที่ เราข้ามถนนไปเที่ยวสยามได้ท่ามกลางเสียงสรรเสริญและหรือเสียงสาบแช่งของประชาชนแถวนั้น แต่ไม่เลยครับ เพราะ ณ ด้านหลังกระจกสีดำของห้องอาหารติดแอร์ข้างปั๊มน้ำมันเชลล์ มีสายตาคู่หนึ่งมองผ่านลอดแว่นจับจ้องมาตั้งแต่ตอนที่พวกถั่วงอกเดินไม่เป็นระเบียบออกจากซอยและตั้งท่าจะข้ามถนนใต้สะพานลอยแล้ว

 

และเมื่อพวกเราเฮโล ข้ามฝั่งมาถึงยังปั๊มเชลล์ พร้อมๆกับประตูห้องแอร์ที่ถูกเปิดออกมาจากคนข้างในอย่างฉับไว และไม่นานจากนั้นเสียงอันทรงพลังคุ้นๆของคนที่เปิดประตู ก็ดังมากระทบกับรูหูถั่วงอกทั้งแก็งค์แบบเต็มๆ

 

หยุดอยู่ตรงนั้นกันให้หมด!!!!!”

 

ครับ ทั้งหมดของแก็งค์เรา หยุดนะจังงัง เมื่อเห็นว่าต้องพบปะกับใครที่หน้าปั๊ม จะยกเว้นก็เพียงถั่วงอกสองคนที่เดินข้ามถนนตามมาหลังสุดและทันเห็นประตูแง้มออกมาจากการเปิดของอาจารย์ทองปาน จึงเบี่ยงตัวสับสปีดออกขวาหลุดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

 

ครับ…….วันนั้น อาจารย์ทองปานดันออกมากินข้าวเย็นที่ร้านอาหารข้างปั๊มพร้อมกับสังเกตสอดส่องพฤติกรรมของนักเรียนทวีธาที่เดินออกจากซอยไปด้วยในตัว ก่อนที่สายตาจะมาเหวี่ยงหันมาจะเอ๋กับแก๊งค์แสบ ที่พอดีกับพฤติกรรมสะกิดต่อมอารมณ์เสียแกให้จุดระเบิดออกมา

 

พวกเอ็งทุกคนเดินชักแถวข้ามสะพานลอยกลับไปที่หน้าห้องปกครอง อาจารย์ทองปานออกคำสั่งชี้นิ้ว หลังจากนับจำนวนพวกเราไว้กันหลบหนี ด้วยอารมณ์ที่เสียสุดขีด

 

เกือบไปแล้วเรา ผมพูดกับโก๋เชษฐ์หลังพุ่มไม้ข้างถนนที่เราสองคนกำลังพลางกายกันอยู่ โดยสายตาจ้องมองไปยังเพื่อนๆถั่วงอกที่กำลังเงอะงะทำความรู้จักกับการข้ามสะพานลอยกัน

 

…………………………..

ที่หน้าห้องปกครอง

 

แก็งค์ถั่วงอกทั้งแก็งค์ลบสองคน ยืนรออาจารย์ทองปานด้วยอารมณ์จ๋อยเล็กน้อยเพราะแทนที่จะได้ไปเดินเล่นในห้างแอร์เย็นๆ กลับต้องมายืนร้อนๆรอการลงโทษในเวลาใกล้สี่โมงเย็นของวันศุกร์แทน

 

และเมื่ออาจารย์ทองปานตามกลับมา ไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการเข้าไปที่โต๊ะของแกในห้องปกครองและหยิบไม้เรียวอันเก่งออกมา

 

ว่าแล้วแกก็สั่งให้เราตั้งแถวยืนหน้าห้องปกครอง ก้าวขาออกมาทีละคน กอดอก ตีก้นมันคนละหนึ่งป๊าบใหญ่ ประจานกันมันหน้าโรงเรียนนั่นเลย โทษฐานกล้าลองดีกับการรณรงค์วันแรกของโรงเรียน

 

เสียงดัง ป๊าบ ป๊าบ….ป๊าบ โดยไม้เรียวกระทบตูดเพื่อนแต่ละคนดังสนั่นลั่นบริเวณหน้าโรงเรียน ท่ามกลางการมุงดูของทวีธามุงเกือบทั้งโรงเรียน และนักเรียนโรงเรียนอื่นที่บังเอิญเหลือเกินว่าวันนั้นดันมีการประกาศผลสอบเทียบ ทำให้มีนักเรียนจากสถาบันอื่นมากมายมาล้อมวงรับชมการประหารหมู่แก็งค์ถั่วงอกกันอย่างเอิกเกริกครึกครื้น และรวมไปถึงสายตาของสองถั่วงอกที่รอดพ้น ก็ได้ร่วมยืนชื่นชมกับการทำงานของฝ่ายปกครองอย่างอารมณ์ดี

 

แหม ฝ่ายปกครองของโรงเรียนเรานี่สอดส่องดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนดีมากจริงๆ ผมพูดกับพิเชษฐ์ในขณะที่ตาจ้องมองนายราเมศร์ถูกหวดก้นร้องจ๊ากอยู่

 

และนั่นไม่ใช่การถูกทำโทษตีก้นหมู่ของพวกเราแค่ครั้งเดียวซะด้วยสิ มันยังมีอีกครับ

 

ในทุกช่วงพักกลางวัน แม้ว่าฝุ่นทรายจะมากมายซักเท่าไหร่ นักเรียนจะอยู่บนสนามบอลเยอะเพียงไร อันนั้นไม่ใช่เรื่องจะหยุดยั้งความบ้าบอลของเราในทุกพักกลางวัน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องเรียน แก็งค์ถั่วงอกยังคงเล่นสนุกกับลูกบอลไปโดยไม่สนหรอกว่าเสียงสัญญาณเข้าเรียนในคาบบ่ายจะดังขึ้นนานแล้วเท่าใด และยิ่งเมื่อนักเรียนห้องอื่นสลายตัวออกจากสนามทรายเพื่อขึ้นไปเรียนหนังสือกันหมด ทำให้พื้นที่สนามว่างลง ฝุ่นทรายก็จางไป มันจึงเกินห้ามใจเหลือเกินที่จะหยุดสนุกกับศึกน้ำเงินเดือดห้องสองสองที่วันนั้นดันสนุกมากเป็นพิเศษได้

 

ว่าแล้วเราก็เล่นกันต่อเพียงห้องเดียว ในเวลาคาบบ่ายชั่วโมงแรกของโรงเรียน ซึ่งก็ดันเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ของอาจารย์ณรงค์ ที่มีศักดิ์ศรีเป็นหนึ่งในฝ่ายปกครองเฮี๊ยบๆของโรงเรียนทวีธา

 

ความเพลิน ความสนุกของพวกเรา ทำให้เราทั้งห้องตัดสินใจโดดเรียนเลยดีกว่า ใครที่มันไม่เล่นบอล ก็นั่งเชียร์เพื่อนกันอยู่ใต้ร่มไม้ ข้างๆสนามทรายนั่นแหละ เพราะในเมื่อเพื่อนส่วนใหญ่ไม่เข้าเรียน ส่วนน้อยก็ต้องเข้าร่วมด้วย ว่างั้นเถอะ

 

แล้วชั่วโมงแรกหลังสัญญาณออดหมดเวลาพักเที่ยง ก็มีแค่เพียงอาจารย์ณรงค์ที่ยืนเดียวดายอยู่กับตู้ลำโพงและไมโครโฟนตัวจิ๋วอันเก่งของแกกับความว้าเหว่ของห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เวลาผ่านไปบนความอ้างว้างที่เกินปกติ ไม่มีอะไรให้แกได้คิดมากเท่ากับไอ้ห้องสองสองกำลังขอลองดีกับแก

 

และแค่เพียงเดินออกจากห้องเรียนวิทยาศาสตร์ตึกสองชั้นสี่มาที่ระเบียงเท่านั้นแหละ ก็จะเห็นฝุ่นทรายที่ยังคงตลบอบอวลอยู่จากการเล่นของคนบนสนาม เป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากห้องที่มันไม่คิดอะไรเลยนอกจากเล่นสนุกเพียงอย่างเดียว

 

จะโดดเรียนแล้วหนีหายไปไหนก็แล้วแต่ มันก็ยังดีกว่าการโดดเรียนแล้วเล่นบอลเย้ยสายตาอาจารย์ให้เห็นกันกลางโรงเรียนจริงมั้ยครับ ว่าแล้ว อาจารย์ณรงค์ก็ปรากฎตัวให้เราเห็น ว่าแกเห็นพวกเราแล้วนะบนระเบียงชั้นสี่หลังจากลองออกมามองตามหาห้องสองสองในสถานที่ที่คิดว่าพวกแก็งค์กวนน่าจะอยู่ที่นั่น

 

ความไม่คิดอะไรของพวกถั่วงอก ทำให้โก๋เขียวยืนยิ้ม ยื่นมือโบกบ๊ายบายอาจารย์ณรงค์ ก่อนหันหน้าวิ่งไล่เตะลูกบอลต่อ

 

ลองคิดถึงต่อมอารมณ์เสียของคนดูสิครับ ที่ได้เห็นการกระทำที่อุกอาจเยี่ยงนั้นกลางสนาม

 

ว่าแล้วอาจารย์ณรงค์ก็ผละออกจากระเบียงชั้นสี่ของตึก เดินลงมาตามทางลง เพื่อกะว่าจะมาจับถั่วงอกแสบทั้งแก็งค์คาสนามมันซะเลย

 

เมื่อใครคนหนึ่งตะโกนบอกให้เราเห็นดังนั้น ถั่วงอกทั้งหมดจึงสลายโต๋อย่างเฉียบพลัน และยิ่งเมื่อเห็นว่าอาจารย์แว๊บหายไปทางบันไดลงซ้ายมือของตึก แก็งค์ถั่วงอกทั้งหมดจึงวิ่งสวนขึ้นไปยังบันไดทางขึ้นอีกทางด้านขวาของตึกสอง และมุ่งหน้าอ้อมไปยังห้องเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นสี่ของเรา ในขณะที่ตัวอาจารย์ณรงค์เองคงลงมาถึงชั้นหนึ่งแล้วและกำลังก้าวเดินออกมายังสนามทราย

 

ไม่กี่อึดใจต่อจากนั้น ถั่วงอกทั้งหมดก็พร้อมเพรียงกันมาแทนที่ความว่างเปล่าอยู่บนห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ในขณะที่อาจารย์ณรงค์ยืนว่าเหว่เดียวดายอีกแล้วในสนามทรายที่อ้างว้าง

 

ไม่ปรากฎสิ่งมีชีวิตใดๆ จะมีก็เพียง เสียงลมโชยพัดฝุ่นทรายปลิวดัง ฟิ้ว ฟิ้ว แผ่วๆ เบาๆให้แกสัมผัสและได้เห็นในเบื้องหน้าเท่านั้น

 

ชักจะเดือดปุดๆแล้ว

 

เมื่อแกต้องกลับมาขึ้นตึก4ชั้นด้วยการเดินเท้าบนวัยใกล้ห้าสิบอีกครั้ง ทำให้ความเหนื่อยและอารมณ์ที่เสียแล้วของแกจะต้องถูกระบายออกอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ที่เหลืออีกเพียงสามชั้น…..สองชั้นละ ขาเริ่มหนักขึ้น หนักขึ้น เรี่ยวแรงเริ่มเสื่อมถอย อีกสิบขั้นบันได หายใจเริ่มไม่ออก ห้าขั้น…. สี่…. โอ๊ยหน้าจะมืด สาม…. สอง กลั้นใจหน่อยวะ ฮึ๊บ และหนึ่ง เสียงหอบหายใจแรงมาถึงที่ห้องเรียนถั่วงอกพร้อมเส้นความอดทนที่ใกล้ขาดเต็มทนของอาจารย์ณรงค์

 

อาจารย์ไปไหนมาครับ พวกเราพร้อมจะเรียนตั้งนานแล้วนะครับ

 

จี๊ดเลยสิครับ

 

ผึง !! แล้วเส้นความอดทนที่ว่านั้นก็ขาดสะบั้นลง พร้อมกับเสียงหอบคำรามวานให้พื่เท่ห์ หัวหน้าห้องในขณะนั้น ไปหยิบไม้เรียวคู่ชีพของแกมา

 

เมื่อพี่เท่ห์กับไม้เรียวมาถึง ก็เป็นคนแรกที่ได้ลิ้มลองรสชาติความโกรธผ่านก้านไม้เรียวในโทษฐานที่เป็นหัวหน้าห้องแล้วไม่รู้จักห้ามปรามเพื่อน 2ทีกับการถูกตีคนแรกด้วยกำลังวังชาของอาจารย์ที่ยังพอมีอยู่ทำให้รับรู้ได้เลยว่า เป็นการลงโทษที่โหดเหี้ยมมาก

 

แล้วอาจารย์ก็บอกให้ออกมาตามเลขที่กันเลย

 

เอ้าฉิบ!! กูต่อนี่หว่า

 

ความโหดระดับไม่ต่างจากพี่เท่ห์เลย แม้จะเป็นแค่ทีเดียว แต่บอกได้เลยว่า สุดๆวะเพื่อนงานนี้ ผมกำลังโอดโอยกับความระบมที่ได้รับ ณ บริเวณตูดเพื่อให้เพื่อนๆคนต่อไปได้เตรียมใจไว้ แต่กลายเป็นว่าพวกถั่วงอกเลขที่ต่อจากผมรวมถึงท้ายๆกลับแสดงความมั่นใจออกมาว่า เดี๋ยวก็แรงตก ถึงตอนนั้นคนท้ายๆอาจโดนเบาลง

 

ไม่เลยครับ โทสะก่อให้เกิดพลัง เลขที่ผ่านไป 10 ก็แล้ว 15 ก็แล้ว ยังไม่มีผ่อน ว่าแล้วไอ้เชษฐ์เลขที่สุดท้ายของห้องสองสอง ก็เตรียมเอาหนังสือยัดเข้าไปในกางเกงป้องกันการกระแทกของไม้เรียว พวกที่โดนตีแล้วเห็นดังนั้นก็ทำเป็นพูดเห็นดีไปด้วย เพราะในใจหวังไว้ว่ากะกวนตีนเปิดโปงไอ้เชษฐ์ให้โดนโทษหนักขึ้น เพราะเนื่องจากเวลาถึงคิวของตัวเองหรือตัวแสบถั่วงอกคนอื่น ก็เป็นไอ้เชษฐ์นี่แหละที่ส่งเสียงเชียร์ให้อาจารย์ลงมือหนักๆ เจตนากวนตีนกันเอง สร้างความหมั้นไส้ให้เพื่อนๆที่กำลังยืนกอดอก รอไม้เรียวปะทะตูดอยู่ ด้วยเพราะมันมีแผนเตรียมหนังสือยัดตูดไว้ป้องกันตัวมันแล้ว

 

และโดยเฉพาะโก๋โนที่เจ็บแค้นไอ้เชษฐ์เป็นพิเศษ เพราะโดนไอ้เชษฐ์ปั่นหูอาจารย์ณรงค์ไปว่าไอ้โนเป็นตัวตั้งตัวตีในการโดดเรียนครั้งนี้ ทำให้ไอ้โนต้องโดนตีในระดับที่เกินใจจะอดทนเป็นพิเศษ

 

ดังนั้น เมื่อถึงคราวที่ไอ้เชษฐ์ต้องออกไปยังตำแหน่งที่ต้องกอดอกเหมือนทุกคนบ้าง ก่อนที่อาจารย์ณรงค์จะเงื้อมไม้เป็นครั้งสุดท้าย ไอ้โนก็ตะโกนฟ้องอาจารย์ทันทีถึงความเจ้าเล่ห์ของไอ้เชษฐ์

 

จารย์ครับ พิเชษฐ์ซ่อนหนังสือไว้ในกางเกงครับ

 

ครับ แต่อย่างที่รู้กันแหละครับว่า ห้องสองสองถั่วงอก มักทันกัน ใครจะกวนตีนใครถ้าไม่เผลอเรอจริงๆ ก็มักจะรู้ทันกันก่อน อย่างกรณีไอ้เชษฐ์ซ่อนหนังสือไว้ในกางเกง มันก็ดันรู้ตัวก่อนว่า เพื่อนทั้งห้องที่เหลือต้องเอาคืนมันแน่จากการที่มันเชียร์เป่าหูอาจารย์มาตลอดให้ตีแรงๆกับถั่วงอกตัวแสบ ไอ้เชษฐ์มันเลยเอาหนังสือที่ยัดตูดมันไว้ ออกก่อนที่มันจะไปยืนหน้าชั้น

 

แล้วมันก็หันกลับมาโวยวายใส่ไอ้โนและพวกที่รวมหัวฟ้องอาจารย์กันอยู่ว่า

 

ไหนมีที่ไหน พูดไม่พูดเปล่า ว่าแล้วไอ้เชษฐ์ก็ถกกางเกงทั้งนอกทั้งในลงทั้งหมด โชว์ตูดทั้งตูด หันมากวนตีนยืนยั่วให้อาจารย์ได้เห็น ให้เพื่อนๆได้ฮากันในยามบ่ายวันนั้น

 

เมื่ออาจารย์ณรงค์เห็นอย่างนั้น ก็เอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ที่สุดๆแล้วกับพฤติกรรมที่ยังเล่นกันอยู่ได้ แม้ว่าจะโดนลงโทษ

 

ไอ้นี่มันหน้าไม่อาย ทุเรศ ว่าแล้วก็เงื้อมไม้หวดลง กะเอาให้โดนตูดที่ปราศจากอะไรป้องกันของไอ้เชษฐ์

 

เสียงคนพยายามเอากางเกงขึ้นกับเสียงไม้กระทบตูดดังขึ้นพร้อมกัน ตามมาด้วยเสียงโอดโอยลั่นห้องของไอ้เชษฐ์และเสียงหัวเราะของเพื่อนๆในบ่ายวันป่วนวันนั้นของเราชาวแก็งค์ถั่วงอกที่แสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่า ไม่มีอะไรมาทำให้เรารู้สึกหยุดสนุกไปกับการเล่นหรือสำนึกไปกับความผิดได้เลย

 

เพราะไม่คิดอะไรกัน หรือ มันไม่มีอะไรให้ต้องคิด

 

แม้ว่ากำลังทำผิด หรือ แม้ว่ากำลังถูกทำโทษ

 

ไม่มีหรอกครับ……คำว่า…อารมณ์โกรธ

 

เรายังคงความระรื่น สดชื่นอยู่เสมอจริงๆ

 

ฮาตลอด ปลอดความเครียดครับ

 

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

8 กันยายน 2549

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: