เชื้อโรคความสนุก

 

เวลาเช้าตรู่ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อยในวันหนึ่ง นักเรียนทวีธาโดยมากยังไม่เดินทางมาโรงเรียนกัน จะมีก็เพียงแค่ผม ที่กำลังเดินฝ่าความสลัวจากประตูรั้วโรงเรียน มุ่งหน้าสวนทางกับนักเรียนตื่นเช้าคนสองคนไปยังทางขวามือของโรงเรียน ยามนั้น ยามก่อนเห็นแสงอาทิตย์แผ่พ้นลอดขอบฟ้า สภาพการณ์ไม่ต่างไปจากบรรยากาศมาคุในหนังการ์ตูนตำรวจอวกาศเกียร์บันที่เคยดูทางช่อง 9 เพราะโทนสีของภาพที่เห็นจากดวงตาในเวลานั้น มันเป็นสีเทาปกคลุมไปซะหมดทุกหนแห่ง จุดหมายการเดินเท้าของผมคือการไปพำนักพักกายก่อนเตรียมตัวเริ่มชีวิตวันใหม่ที่หอโก๋แก่ ซึ่งในเวลาบรรยากาศมาคุอย่างนี้ ไอ้แก่กับน้องๆอีกสามชีวิต หงิก บี้ และแจ๊ค คงกำลังนอนหลับสบายเบียดเสียดกันภายใต้พื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆของห้องมันอย่างแน่นอน

 

หลังการเคาะประตูห้อง และก้าวเดินผ่านเข้าขอที่พักพิงในยามเช้าของผม ห้องไอ้แก่ก็ต้องแบ่งส่วนพื้นที่สี่ชีวิตคับแคบเพิ่มขึ้นเป็นห้าอย่างช่วยไม่ได้ แม้เจ้าของห้องจะแสดงความรังเกียจหรือเอือมระอาจากแววตาที่สังเกตเห็นได้ซักเพียงใด แต่ ผมจะมา ทำไมเหรอ

 

แล้วเวลาเช้าขนาดนั้น มันช่วยไม่ได้เลย ถ้าผมจะยังค้างกับการง่วงนอนอยู่ ดังนั้นแล้วการหาพื้นที่เล็กๆเอนกายลงสักงีบ จึงเป็นสิ่งที่ผมทำเป็นประจำเมื่อมาแวะที่นี่ก่อนตลอดสามปี

 

เวลาผ่านไป กับสิ่งมีชีวิตอุดอู้ทั้งห้าในห้อง สักพักก็เกิดเสียงรบกวน ก๊อก ก๊อก ทำลายความเงียบของคนทั้งห้องอีกครั้ง มันเป็นเสียงเดียวกับเสียงที่ผมทำให้ไอ้แก่ต้องลุกงัวเงียขึ้นมาเปิดประตูห้องก่อนหน้านี้ และมันจะรู้สึกเป็นปกติดีถ้าเสียงเคาะประตู จะดังขึ้นต่อจากผมไปอีกซัก 2 ชั่วโมง แต่เสียงก๊อก ก๊อก หลังจากผมล้มตัวลงนอนเพียงสิบนาทีในวันนั้นมันชวนให้สงสัยเหลือเกินว่า

 

ใครกัน ในกลุ่มถั่วงอกที่ยังจะมาโรงเรียนได้เช้าขนาดนี้อีก

 

อยู่บ้านท่านไม่นิ่งดูดาย ว่าแล้วผมก็อาสาเป็นคนไปเปิดประตูห้องเอง เพราะถ้าเป็นไอ้แก่อีกครั้ง มันคงวีนแตกแน่ที่ต้องถูกปลุกให้ตื่นแล้วยังต้องเดินมาเปิดประตูให้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

เมื่อประตูถูกเปิดออก แสงที่สว่างกว่าจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา ทำให้ผมต้องเบนสายตาหลบความจ้า ก่อนสักครู่ดวงตาจะปรับระดับรับแสงยามเช้าจนสามารถมองออกเป็นรูปคนได้

 

ใครนะ  อ้าว….ทรนง ทำไมมาซะเร็วละ

 

ไม่มีคำตอบจากเขา

 

ครับ และเมื่อการมาถึงเร็วผิดปกติของทรนงในเช้าวันนั้นเกิดขึ้น สิ่งที่ไอ้แก่และน้องที่เหลือของมันหวังใจจะได้หลับได้นอนก็สูญสิ้น

 

เพราะการชุมนุมของแก็งค์ที่เริ่มต้นมากกว่าหนึ่งคน คือ เริ่มจากตัวผมขึ้นไปในแต่ละวันที่ห้องโก๋แก่ หากแต่มีผู้ใดลองเข้ามาสมทบคบคิดกันแล้วได้ถั่วงอกสองคนขึ้นไป ห้องโก๋แก่ก็จะไม่ใช่ห้องของมันและน้องๆอีกต่อไป

 

และเช้าวันนั้น ดันเป็นทรนงอีก

 

ว่าแล้วทรนงก็เปิดไฟห้องให้สว่างจ้าเท่าแสงอาทิตย์ข้างนอก คว้ากีต้าร์ซังกะบ๊วยประจำห้องไอ้แก่ มาบรรเลงเพลงปลุกใจกันในยามเช้า แน่นนอนและครับว่าบี้ หงิก แจ๊ค ต้องคลุมโปงอุดหู คุดคู้ อดทนอยู่อย่างนั้นตลอดการบรรเลง ซึ่งผมเล่นสนุกกับทรนงและบทเพลงของเขาจนลืมเอะใจไปว่า เอะ ทำไม วันนี้มึงมาเร็วจัง แล้วพวกไอ้เหม่งละ

 

ทรนงปรากฎกายในเวลาที่แตกต่างไปจากทุกวัน เพราะโดยปกติ เขาจะมาพร้อมเพื่อนร่วมทางบางกระดี่ ไอ้เหม่ง ไอ้นา ด้วยรถยนต์กระบะแฟมิเลียแต่งแล้วของโก๋เหม่ง พอผมนึกขึ้นได้ถึงความผิดปกติ คนจากฟากบางกระดี่ที่ว่าก็โผล่เข้ามาสมทบ ซึ่งถึงตรงนี้ ไอ้บี้ ไอ้หงิก ก็จำยอมต้องตื่นจริงแล้วทยอยกันอาบน้ำ รีบออกจากห้องที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกแล้วอย่างแน่นอนให้เร็วที่สุดด้วยความเอือมระอาผสมปะปนกับความโกรธแค้นในชะตาชีวิต

 

โก๋เหม่งกับโก๋นาตามมาถึงพร้อมคำถามในความสงสัยว่า ทำไมทรนงถึงมาโรงเรียนเองแทนการนั่งรถสบายๆมากับโก๋เหม่ง

 

กลับก็กลับเอง ตอนจะมาก็ยังเสือกจะมาเองอีก เดี๋ยวนี้ มึงทรนงจังนะ

 

ไอ้นาว่าไป ขณะที่มือเอื้อมไปหยิบสำรับไพ่เพื่อเตรียมเล่นรอโก๋โน เจ้ามือตัวจริง โดยไม่คิดฟังคำตอบใดๆจากทรนงเท่าไหร่

 

ครับเพื่อนผมคนหนึ่ง รักการเล่นบอลกับเพื่อนๆถั่วงอกบ้าบอล ที่มักเล่นกันจนประตูโรงเรียนปิด เล่นกันจนเห็นการเชิญธงลงจากเสาเป็นเรื่องปกติ เล่นกันจนได้ยินเสียงประกาศอัตโนมัติจากเครื่องขยายเสียงของโรงเรียนดังเป็นเสียงโบราณประมาณชายกลางคนรุ่นเก่าป่าวประกาศ ขณะนี้เป็นยามวิกาล ขอให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ในโรงเรียน ออกนอกบริเวณโรงเรียนได้แล้ว เป็นเรื่องชินชา

 

มันแสดงให้เห็นว่า บางครั้งถั่วงอกบ้าบอลคือ กลุ่มคนสุดท้ายที่เดินออกจากโรงเรียนทวีธาภิเศก

 

ในเมื่อเรามาสาย บางครั้งเราเลยชดเชยด้วยการกลับช้าสุด

 

มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากนัก ถ้านักเรียนวัยเรียนวัยเฮ้วจะกลับบ้านในเวลาหลังหกโมงเย็นกัน แต่ถ้าใครสักคนหนึ่งจะมีบ้านช่องอยู่ไกลแถมไปลำบากจากทวีธาภิเศก มันก็น่าประหลาดอยู่

 

การเคหะ พระรามสอง คือที่อยู่ที่เพื่อนทรนงของผมน่าจะได้กลับบ้านแบบสบายๆโดยการผ่านไปส่งให้ของรถยนต์โก๋เหม่งที่ขับผ่านทางนั้นทุกวัน แต่ไม่ครับ อารมณ์นั้นเขาไม่ต้องการความสะดวกสบายอะไรจากราชรถ สิ่งที่เขาต้องการก็แค่อยากอยู่เล่นบอลต่อกับพวกถั่วงอกบ้าบอลที่เหลือ ไม่สนใจเท่าไหร่หรอกว่าหลังจากนั้น การเดินทางไกลกลับบ้านคนเดียวจะลำบากว้าเหว่แค่ไหน

 

คนๆนั้น ณ เวลานั้น เราสรรเสริญเขาว่า คนทรนงครับ โทษฐานมีความสบายมาให้ แต่ไม่เสือกเลือก

 

และในเมื่อเขากลับบ้านเองได้ เขาก็แหกขี้ตา ตื่นให้เช้าขึ้น มาเองโดยไม่ง้อโก๋เหม่งได้เหมือนกัน อารมณ์ประมาณ กูแน่ กูแจ๋ว

 

นั่นคือเหตุผลที่ ผมจะได้เจอเขาเป็นคนที่สองเป็นประจำในทุกเช้าของช่วงเวลานั้น

 

แม้จะไกลหรือลำบากอย่างไร แต่ตูขอทำตามใจ ไม่พึ่งใครว๊อย เพื่อนทรนงคงรำพึงเยี่ยงนี้

 

ซึ่งที่ท้าวความเล่ามาทั้งหมด เจตนาก็เพียงรื้อฟื้นถึงฉายาของเพื่อนคนหนึ่งในห้องสองสองที่บางคนอาจลืมเลือนไปแล้วว่าชื่อทรนง ใครเป็นเจ้าของ และได้มาด้วยเหตุใด

 

แต่จริงๆแล้ว เขาไม่ได้ชื่อทรนงหรือมีความหยิ่งผยองเท่าไหร่เหมือนชื่อที่ถูกเพื่อนๆล้อเรียกหรอก มันเป็นช่วงอารมณ์บ้าพาไปของเขาในเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าจะเล่าหรือนึกถึงถึงเพื่อนคนนี้ ห้องสองสองจะร้องอ๋อดังๆ กันในนาม………..

 

……….เมศร์โส

 

เมศร์โส ถ้าเต็มๆ ก็ขยายความได้ว่า โสโครก ที่ต้องมีต่อท้ายหาคำจำกัดความก็เนื่องจาก ห้องสองสอง มีนักเรียนชื่อซ้ำกันหลายคู่ ราเมศร์นี่ก็ไม่เว้น ราเมศร์คนแรก อ้วนขาว เราเรียก ราเมศร์ราม เพราะมันนามสกุล รามโกมุท แต่กับเพื่อนคนนี้ มันไม่ได้นามสกุลโสโครกหรอก หากแต่มันดันมีพฤติกรรมโสเยี่ยงสมญาต่อท้ายให้นั่นต่างหาก

 

ใครเคยมีเพื่อนอาบน้ำน้อย หรือ สามารถสวมถุงเท้าไม่ซักได้เกิน 5 วัน 10 วันบ้าง เมื่อถุงเท้าไม่ค่อยซักกลายเป็นเรื่องธรรมดาได้ ดังนั้นแล้วรองเท้าของมันก็อย่าได้หวังว่าจะพบปะกับน้ำเปล่า แปรงขัด และผงซักฟอกเลยตลอดอายุการใช้งาน การดำรงชีพของเพื่อนผมคนนี้จะเป็นไปแบบสมถะในเรื่องน้ำถ้าจะให้พูดถึง การชำระล้างร่างกายไม่ใช่ประเด็นหลักเท่าไหร่นักในชีวิตประจำวันของเขา ทำให้การอาบน้ำ 5 ขันเมื่อตอนไปรด.ที่เขาชนไก่จึงไม่ใช่ปัญหาของเมศร์โส และจากการทดลองคบและพิสูจน์แล้ว ผมกล้าการันตีและพูดได้ว่า เขาสามารถดำรงชีพแบบค่ำไหนนอนนั่น ตื่นเช้า เดินทางได้ต่อ โดยไม่ง้อหรือพึ่งพาแหล่งน้ำใดๆได้เป็นเวลาหลายๆวันติดต่อกัน

 

หรือถ้านอกเหนือจากเรื่องการชำระล้าง เพื่อนคนนี้ก็ชอบเหลือเกินที่จะมีความสุขเกี่ยวกับการแสดงความสกปรกแบ่งปันให้เพื่อนๆได้ดูกัน ขี้มูกทั้งแบบแห้งและแบบสดจะถูกแจกจ่ายให้เพื่อนฝูงคนอื่นได้เชยชมทันทีในยามที่เมศร์โสหงุดหงิดกับก้อนอุดตันในโพรงจมูก ไหนจะก้อนเหนียวของเหลวเยิ้มสีเขียวจากปากของเขา ที่มักงัดเอามาใช้ในยามต้องการโชว์ออฟเพื่อนๆให้เห็นถึงความอัจฉริยะเฉพาะด้านอันน่าสะอิดสะเอียน โดยการปล่อยให้มันยืดออกจากปากจนยาวที่สุด ห้อยต่องแต่งค้างไว้ 3-5วินาที ก่อนจะดูดกลับเข้าปาก แล้วอ้าให้ดูว่ามันยังรวมกันเป็นก้อนสีเขียวได้อยู่ เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่น ที่เด็กสกปรก มาโกโตะ ทำได้ จนช่วงหนึ่งเราก็เรียกเมศร์โสว่า มาโกโตะแห่งประเทศไทยเหมือนกัน และนั่นยังไม่นับรวมไปถึงเรื่องของเสียจากตูดอีกนะครับ….เป็นไง เพื่อนโส ซกๆ แบบนี้ ใครได้เคยมีบ้าง

 

และถ้าคิดว่าที่บอกมามันแค่จิ๊บๆ งั้นผมขออาสาขยายความ

 

เมศร์โส เป็นหนึ่งในหลายคนที่ชอบมานอนค้างอ้างแรมที่บ้านผมรวมถึงบ้านเพื่อนถั่วงอกคนอื่นอีกหลายคน เชื่อว่าทุกคนคงเคยประสบกันมาบ้าง เมื่อมันมาเยือนบนความคิดที่ไม่นิยมจะทำความรู้จักกับฝักบัวหรือขันน้ำก่อนหลับตานอน ดังนั้นผ้าปูที่นอนและหมอนหนุน ก็มักจะมีรอยประทับรูปร่างคนฝากไว้ให้เจ้าบ้านได้เชยชมอยู่เสมอเมื่อมันจากไป ลองนึกถึงภาพเหตุเหตุการณ์ฆาตรกรรม หรืออุบัติเหตุต่างๆ ที่ตำรวจมักเอาสเปรย์มาฉีดพ่นเป็นรูปคนที่เสียชีวิตไว้ที่ถนนหรือพื้นที่เกิดเหตุดู เหมือนกันเปี๊ยบครับ เมศร์โส พ่นรอยคราบขี้เกลือรูปร่างเขาเอง หลงเหลือไว้ให้กับผ้าปูที่นอนและหมอนหนุนของทุกบ้านที่มันไปเยือนด้วยเสมอ

 

เมศร์โส ยังเป็นคนไม่แคร์ใดๆกับความสกปรกตามท้องถนน เป็นที่รู้ๆกันว่า ซอยโรงเรียนทวีธาภิเศก เป็นที่ชุมนุมของสุนัขถ่ายทุกข์ในตอนเช้า จากปากซอยเมื่อมองเข้าไปจนถึงประตูรั้วโรงเรียน สภาพกับระเบิดขี้หมาสดใหม่จะเต็มไปหมดตามพื้นทางเดิน การจะเดินตะลุยเข้าไป จำเป็นต้องใช้เทคนิคทางสายตาบวกความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินฝ่าทะลวงผ่านซอยขี้หมา เพราะหากใครพลาดพลั้ง เดินไม่ระวังเข้า ขาอาจขาดสะบั้นเพราะเหยียบกับระเบิดขี้หมาสดได้ ดังนั้นแล้วนักเรียนทวีธาทั้งหลายรวมถึงแก็งค์ถั่วงอกจึงต้องตั้งใจเป็นพิเศษกับการเดินเข้าโรงเรียนในทุกๆเช้า

 

แต่ไม่ใช่กับ เมศร์โส ครับ

 

เฮ้ย!! ไอ้เมศร์ มึงเหยียบขี้แล้ว ไอ้นา ร้องบอกเสียงหลงเมื่อเห็นราเมศร์โส เต็มๆกับกองสดใหม่

 

เมศร์โสมองตามลงไปที่เท้าของมันซึ่งอยู่ในสภาพย่ำลงตรงกลางผ่ากองใหญ่ออกเป็นสองฝั่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับไอ้นาอย่างไม่ยี่หระ

 

เรื่องธรรมชาติ

 

ว่าแล้ว มันก็เดินต่อเข้าไปซัลโวกองที่อยู่ตรงหน้าเยื้องอันที่มันเพิ่งทำลายไป เพื่อแสดงให้พวกเราเห็นว่า นี่คือเรื่องขี้หมา และมันก็เป็นแค่ก้อนธรรมชาติ

 

เมื่อทุกคนเห็นดังนั้น ทั้งถั่วงอกและนักเรียนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ได้แต่ร้องยี้สะอิดสะเอียน กับการกล้าระเบิดก้อนธรรมชาติด้วยเท้าเปล่า ซึ่งคนที่ออกอาการมากที่สุดก็ได้แก่ไอ้นา ที่เดินตามไอ้เมศร์มาแล้วดันแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาจนเกินพอดีที่เมศร์โสจะรับได้

 

เมื่อราเมศร์โสเห็นว่า โก๋นากำลังตั้งแง่รังเกียจ จึงเอาขาข้างที่กระทืบกองระเบิดเปียกสดใหม่แหลกคาตีนอันนั้น ป้ายก้อนธรรมชาติที่ยังคงติดค้างคาอยู่เต็มอุ้มตีนของเขา เข้าใส่บริเวณถุงเท้าขาวบริสุทธิ์ของไอ้นาอย่างรวดเร็ว

 

เอ้า นี่ เอ้าไป เรื่องธรรมชาติทั้งนั้น

 

กองธรรมชาติ สดใหม่ประมาณหนึ่งกองเต็มจากเท้าไอ้เมศร์ บัดนั้นได้ย้ายไปปรากฎเด่นชัดเต็มๆ ฝังตัวอยู่บนถุงเท้าสีขาวของโก๋นา

 

ครับ ไม่มีเหตุผลอะไรที่โก๋นาจะเก็บถุงเท้าข้างนั้นไว้ใช้อีก ในขณะที่เมศร์โส เดินซัลโวก้อนต่อไปที่ขวางทางเขาอย่างไม่แยแส

 

เป็นไงครับ เห็นหรือยังว่า ราเมศร์โสสามารถมีชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งปฏิกูลได้อย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ

 

ครับ…..กับเพื่อนกับฝูง มันยังพอนึกได้ว่า แกล้งกัน กวนตีนกัน

 

และถ้าเมศร์โสจะโชว์ออฟกับอาจารย์บ้างละ

 

วิชาภาษาอังกฤษของห้องถั่วงอกในปีสาม ได้อาจารย์ฤดี เป็นอาจารย์สอนประจำวิชา ซึ่งตัวอาจารย์ฤดีนั้น แกเป็นอาจารย์ค่อนข้างเจ้าเนื้อ ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ดูมีชาติตระกูล การศึกษาสูง เป็นผู้ดีแน่ๆจากการที่พวกเราสรุปเห็นตรงกัน

 

ซึ่งเป็นโชคร้ายเหลือเกินที่ผู้ดีอย่างอาจารย์ฤดีต้องมาเจอกับห้องทโมนถั่วงอก แต่นั่นมันไม่เท่ากับความทรงจำอันเลวร้ายในชีวิตการสอนของอาจารย์ฤดีเมื่อต้องมาพบเจอกับความโสและการโชว์ของโก๋เมศร์

 

ในทุกคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่รู้เป็นไงที่โก๋เมศร์จะต้องชวนซี๊ปึ๊กของเขา โก๋แมงวัน มานั่งทำตัวตั้งใจเรียนที่หน้าห้อง ตำแหน่งตรงกลางที่อาจารย์ฤดีทำการสอนอยู่เสมอ

 

การที่พวกเราเล่นสนุก ไม่สนใจเรียนนั้น นานวันเข้า อาจารย์ฤดีก็ทำใจเอือมระอาปล่อยพวกเราไปตามยถากรรม จะไม่เรียนก็ไม่เรียน ชั้นมีหน้าที่สอนได้ ก็สอนไป อาจารย์ฤดีคงคิดอย่างนั้นจริงๆเมื่อถึงคิวต้องมาพบปะกับห้องสองสอง

 

แต่เป็นทุกครั้งครับ ที่ต้องมีฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนอาจารย์ฤดีอยู่เป็นประจำทุกคาบสอนห้องถั่วงอก

 

ท่ามกลางเสียงจอแจไม่เรียนของแก็งค์กวน เมื่อใดก็ตามที่โก๋เมศร์ทำเสียงไซเรนสัญญาณเตือนภัย หรือ การกระจายข่าวจากปากโก๋แมงวันที่บังเอิญล่วงรู้การคิดก่อการร้ายจากการเปิดเผยให้รู้ของโก๋เมศร์

 

เราทั้งห้องจะเงียบเสียงเล่นสนุกชั่วคราว จนชวนให้เกิดความน่าเอะใจสำหรับอาจารย์ฤดี ที่อยู่ๆเสียงจอแจก็หายไป กลายเป็นความเงียบสงัดเข้ามาแทน

 

อาจารย์ฤดีสอนบทเรียนภาษาอังกฤษไปโดยปากที่ยังคงบรรยายความรู้อยู่ แต่สายตากำลังขวานหาสาเหตุอะไรนะ ที่สามารถหุบปากเด็กนักเรียนกวนพวกนี้ให้เงียบลงได้ ไม่ทันที่ความคิดของแกจะหาบทสรุป เสียงน่าเกลียดเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาลั่นห้อง

 

ปุ๊ง .งงง !!

 

แล้วก็ตามด้วยเสียงฮาของพวกเราทั้งห้องที่ระเบิดออกมา หลังจากเมศร์โสโชว์สดๆ กับการตดสนั่นลั่นห้องให้พวกเราได้ฟัง

 

และความบันเทิงแบบนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตการเป็นอาจารย์ของแกซะด้วยสิ แต่หากมันตามหลอกหลอนในทุกครั้งที่อาจารย์ฤดีเข้าทำการสอนห้องแสบ

 

เป็นอาจารย์ และยังเป็นคนมีการศึกษาที่ดี ต้องรู้จักควบคุม ต้องอดทน

 

ต้องอดทน……………. ต้องอดทน

 

แต่นานวันเข้า ความเป็นผู้ดีที่อดกลั้นกับการแบกรับความสัปดนของเมศร์โส….. ก็ถึงคราวของมัน

 

ฝันร้ายของอาจารย์ผู้ดีเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงสัญญาณไซเรนเปิดหวอโดยไอ้เมศร์ดังมาเพื่อเตือนภัยเพื่อนๆให้คอยฟังเหมือนเดิม เมื่อรู้ดังนั้น แมงวันกับโก๋เขียวที่นั่งขนาบข้างโก๋เมศร์ก็พยายามลุกขยับหลบหนี เพราะบางครั้งนอกจากเสียงที่ดังน่าเกลียดแล้ว กลิ่นเน่าจากลมตูดโก๋เมศร์ก็ทำให้เกิดการวิงเวียนจนต้องหยุดทำการสอนไปนานเกือบ 10 นาทีเพื่อให้นักเรียนทั้งห้องได้หนีตายกันทัน และก็เพื่อทำการปรับสภาพทางเดินหายใจใหม่ก็มีมาแล้ว ดังนั้นกับระยะประชิดขนาดนั้น โก๋เขียวกับโก๋แมงวันไม่ขอเสี่ยง

 

เป็นเพื่อนกูป่าว เป็นเพื่อนกู นั่งตรงนี้

 

ถึงทั้งสองจะอิดออดและทำท่าลุกเพื่อหลบหนี แต่ก็เป็นโก๋เมศร์ที่ดึงข้อมือแมงวันกับโก๋เขียวไว้แน่น เพื่อไม่ให้ขยับตัวหนีหายไปไหน

 

อาจารย์ฤดี ที่ยังคงอดกลั้นได้อยู่ ทำสมาธิสอนไปโดยไม่คิดว่าเสียงสัณญาณไซเรนจากปากโก๋เมศร์ที่นั่งเยื้องกับจุดที่แกยืนไปไม่กี่โต๊ะนักเรียนในวันนั้น จะเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายแห่งความอดกลั้นของแก

 

วี๊ ว๊อ วี๊ ว๊อ………………………..(เสียงในห้องเงียบสนิทลง จะมีก็เพียงเสียงอาจารย์ฤดี ที่ยังเจื้อยแจ๊วกับบทเรียนการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษไป)………….วี๊ ว๊อ   วี๊    ว๊อ………………..

 

ป๊าด..ดดด!!!

 

ครับ เราหัวเราะดังๆกับเสียงอัปลักษณ์จากตูดของโก๋เมศร์อีกเช่นเคย ซึ่งวันนั้นมันดังโคตรทุเรศเลย นาทีนั้นอาจารย์ฤดีก็ได้ยินเพราะสังเกตได้จากการสะดุ้งและหางตาที่แกเหล่มองมา แม้ว่ามันจะทุเรศเกินใจจะอดทนกว่าทุกครั้ง แต่แกก็ยังไหวอยู่กับเสียงนรกแตกที่มาเบรกการสอนของแกให้หยุดลงชั่วขณะ สิ่งที่อาจารย์ทำได้ ก็แค่ทอดหายใจ ข่มใจสอนต่อ หลับหูหลับตาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและพยายามไม่ใส่ใจเหมือนทุกครั้งที่แกทำ

 

แต่หากเมื่อครานั้น ดันเกิดความอัปปรีย์รัญจวนของกลิ่นแถมมาด้วยหลังการทำลั่นของโก๋เมศร์ สักพัก ความเหม็นเน่ารุนแรงก็ลอยคว้างตรงเข้ากระทบจมูกอาจารย์ที่กำลังอ้าปาก เปล่งการออกเสียง สอนอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่แกสอนค้างไว้จากเมื่อตะกี้ก่อนที่เสียงอัปปรีย์จะดังขึ้น

 

….คำนี้ออกเสียงว่า แพล…นน  เน็ท   อีกครั้งนะคะ แพล…น (จมูกสัมผัสและปะทะกับของเสียทำลั่นจากเมศร์โสแล้ว) แพล…น  ว๊อ…ยยยย

 

ในเมื่อโก๋เมศร์ไม่กลั้น อาจารย์ก็ไม่รู้จะอดกลั้นไว้อีกทำไม

 

ว่าแล้ว แกก็ทิ้งหนังสือกระแทกลงบนโต๊ะเรียนหน้าห้องเสียงดังก่อนเบือนหน้าหนี สาวเท้าตึงตังออกไปยืนสูดอากาศที่สดชื่นกว่าที่นอกระเบียงหน้าห้องอย่างหมดความอดทน กอดอก หายใจถี่ กระสับกระส่าย ใช้ความคิด จะเอาอย่างไรกับการลบฝันร้ายครั้งนี้และที่ผ่านมาดี

 

แล้วแกก็รวบรวมสติได้จนกลับมาวางมาดเหมือนเดิมอีกครั้ง เมื่อรอจนกลิ่นเหม็นเน่าหายหมดไป อาจารย์ก็กลับเข้ามาในห้องท่ามกลางความเหวอเล็กน้อยของพวกเราที่เห็นอาจารย์มาดดีเผลอหลุดทะลักจุดแตก

 

ที่หน้าชั้นเรียน อาจารย์ฤดีสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อข่มจิตโทสะ แล้วออกคำสั่งเสียงดังแบบผู้ดีอดกลั้นให้ ไอ้เดหัวหน้าห้องในเวลานั้น ขอเบอร์โทรศัพท์บ้านนายราเมศร์มา แล้วช่วยโทรไปเชิญผู้ปกครองนายราเมศร์มาพบอาจารย์ด้วย

 

เชิญผู้ปกครองกันเลยครับ

 

เมศร์โสกระทำการอย่างนั้น เพราะสนุกที่ได้แกล้งอาจารย์ฤดีในทุกคาบที่แกสอนห้องเรา จนเมื่อเส้นความอดทนของอาจารย์แกขาดสะบั้นลงไปเพราะเสียงและกลิ่นของโก๋เมศร์ มันจึงเป็นที่มาของการเชิญผู้ปกครองมาพบด้วยข้อหาที่ว่า นายราเมศร์ตดในเวลาเรียน

 

ผมละสงสาร ไอ้เด หัวหน้าห้อง ที่ต้องกระอักระอ่วนใจ โทรศัพท์ไปอธิบายป้าติ๋วผู้ปกครองของไอ้เมศร์ ถึงเหตุผลที่ต้องเชิญป้าติ๋วมาในครั้งนั้นซะจริง

 

ครับ ครับ จริงครับป้าติ๋ว อาจารย์ให้เชิญไปจริงครับ ……..คือว่า..คือ..เอ่อ คือ เอ่อ….เพราะ เมศร์ตดพร่ำเพรื่อในเวลาเรียนครับ …………..จริงๆครับ

 

………………………………………………..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: