.

นั่นคือส่วนหนึ่งในตัวตนของเมศร์โส คนที่เรียนจบชั้นมัธยมต้นมาจากโรงเรียนประจำที่มีเกียรติและมีชื่อเสียงแห่งประเทศไทย ภปร. วิทยาลัย

 

ถึงตรงนี้ ขอให้ผู้อ่านลืมเรื่องสกปรกทั้งหลายไปก่อน เรื่องราวบ้าบอของเขายังมีให้ได้รู้อีกเยอะ เพราะโก๋เมศร์ มันคือตัวแสบร่วมฮาของห้องที่มักจะก่อความไม่สงบให้กับห้องเรียนบ่อยๆ

 

การก่อกวนของโก๋เมศร์เริ่มมาจากการทำตัวเป็นแนวร่วมเพลงเพื่อชีวิต โดยเขาอุทิศตนหลงใหลไปกับตำนานเพลงหัวควาย และอีกหลายๆวงที่สืบสานดนตรีประเภทนั้น และจากการเสพติดเพื่อชีวิตเข้าไปขนานหนัก ไอ้เมศร์ก็บ้าบอถึงขั้น หากถั่วงอกคนใดพกหรือมีตลับเทป เจ เจตริน ที่กำลังโด่งดังขณะนั้นอยู่ในการครอบครอง เขาพร้อมจะพุ่งเข้าทำลายตลับเทปพร้อมขู่กรรโชกทำร้ายร่างกายคนๆนั้นอย่างทันที หนักข้อเข้าถึงขั้นยังประกาศตนเลิกคบเจ้าของเทป จอ เอะ บอ ผู้นั้นได้อีก ในข้อหาหลงผิดในแนวเพลง

 

ความลุ่มหลงจนเกิดความเชื่อมั่นในเพื่อชีวิต ทำให้เขาชวนอีกหนึ่งแนวร่วมที่เห็นแล้วว่ามีแววเข้าสานอุดมการณ์ร่วมกับเขาได้ โก๋แมงวัน แกนนำเด็กใต้หัวรุนแรง จึงถูกชักชวนมานำเสนอและแบ่งปันตำนานเพื่อชีวิตร่วมกัน และเมื่อแมงวันตอบโอเค ดังนั้นแล้วบทเพลงของแฮมเมอร์และซูซู จึงเป็นบทเพลงที่โก๋เมศร์ต้องเริ่มหัดร้องเพิ่มเติม

 

และเมื่อเมศร์และแมงวันเข้าถึงแก่นลึกซึ้งของชีวิต เขาสองคนปลดแอกตัวเองโดยการโพกผ้าคาดหัวเรียนหนังสือ ทำตัวคล้ายพวกประท้วงสร้างเขื่อน เข้าป่ารักอุดมการณ์ และมีเสียงเพลงตำนานอมตะเพื่อชีวิตทั้งหลายแหล่ คอยสืบสานขับกล่อมบรรเลงให้ห้องถั่วงอกได้ฟังในยามที่มันสองคนเพี้ยนได้ที่ในเวลาเรียน

 

แน่นอนครับว่าเสียงเพลงของคนเพื่อชีวิตทั้งสองต้องเข้าไปขัดขวางจังหวะการสอนของครูบาอาจารย์ทั้งหลายแน่ๆ แต่โก๋เมศร์กับคู่หูก็พยายามชี้แจงในทุกครั้ง เมื่ออาจารย์หยุดการสอนเพื่อถามถึงการก่อกวนและผ้าโพกหัวบ้าบออะไรนั่น

 

อุดมการณ์ไงครับอาจารย์ อุดมการณ์

 

ผมและเพื่อนๆถั่วงอกที่เหลือที่ไม่ได้เพี้ยนถึงขั้นโพกผ้าเรียนหนังสือ ร้องเพลงอุดมการณ์ ก็ได้แต่มองไปยังสองหนุ่มเพื่อชีวิตที่นั่งริมฝั่งหน้าต่างหลังห้องอย่างต้องเข้าใจและให้โอกาสเพื่อน

 

มันสองคนไปด้วยกันได้จริงๆ แมงวัน กับ ก้อนขี้

 

แม้ว่า ภาพลักษณ์ของโก๋เมศร์ในตอนนั้น จะดูออกดิบๆ เซอร์ๆ จนเลยเถิดไปถึงขั้นถ่อยเลยในบางครั้ง แต่ก็มีมุมหวานมุมนึงของเขาที่ใครได้รู้อาจต้องตะลึงหงันกัน เพราะทุกคืนวันจันทร์ อังคาร หลังข่าว โก๋เมศร์ จะต้องอยู่บ้าน นั่งเฝ้าจอโทรทัศน์ช่อง7สี ทีวีเพื่อคุณ เพื่อติดตามผลงานละครจากนางในฝันที่เขาแอบรัก จนบางครั้ง เวลาเขาส่องกระจก ก็อยากที่จะอุปโลกตนให้ละม้ายคล้าย เหินฟ้า ศรราม เทพพิทักษ์ บ้าง เผื่อว่าจะได้ใกล้ชิดละเมอเพ้อฝันไปกับเธอคนนั้น

 

สุวนันท์ คงยิ่ง คือ บุคคลที่ทำให้โก๋เมศร์บอกให้พวกเราต้องกระดากปากเรียกมันว่า เหินฟ้า อารมณ์นั้นมันขอเป็นศรรามแผลงศรรักปักอกน้องกบ สุวนันท์ ที่มันหลงใหล ความบ้าคลั่งของมันทำให้ใครอย่าได้หวังว่า จะโทรศัพท์ชวนไอ้เมศร์ออกไปไหนในคืนวันจันทร์ อังคารได้ เพราะมันจะรอจนการ์ตูนหลังข่าวจบ ก่อนนั่งตาเยิ้มหน้าจอ คิดอะไรไม่ดี ทันทีที่เห็นน้องสวยปรากฎตัวจากละครช่องเจ็ด และไอ้ความคลั่งไคลมากมายต่อดารากบ สุวนันท์ ถึงขั้นทำให้มันลงทุนเอาชื่อละครเรื่องนั้นมาตั้งเป็นชื่อแก็งค์ของตัวเอง โก๋เมศร์ก่อตั้งแก็งค์ผยองขึ้นโดยหวังใจจะแยกออกจากแก็งค์ถั่วงอกเพียงเพื่อแสดงถึงอนุสรณ์ความรักที่ยิ่งใหญ่ของมัน ดังนั้นแล้ว จึงพอจะเชื่อได้ว่า วารสารชาวบ้าน คู่สร้าง คู่สม สตรีสาร หรือปฎิทินโปสเตอร์ดาราตามตลาดนัด หน้าปกรูป กบ สุวนันท์ จะต้องมีประดับห้องนอนมันอย่างแน่นอน

 

ยังไม่หมดครับ เพราะส่วนที่โรแมนติกสุดๆของเรื่องนี้ก็คือ มันเขียนจดหมายไปหาน้องกบ

 

ครับ ย้อนกลับหลังไปสิบกว่าปีที่แล้ว การเขียนจดหมายถึงดาราดัง ถือว่าเป็นการแสดงความกล้าหาญอย่างสุดๆของลูกผู้ชาย เพราะการประกาศตนเป็นแฟนคลับดาราสาวดาวรุ่ง มันไม่ใช่เรื่องน่าเปิดเผยเท่าไหร่เมื่อเทียบกับยุคสมัยนี้ แต่สำหรับคนเพื่อชีวิตที่มีหัวใจสีชมพูพองโตแล้ว ทำอะไรทำได้หมดละครับช่วงเวลานั้น  ไม่มีอาย

 

เมื่อราเมศร์ เบิกบานใจ บทเพลงเพื่อชีวิตของเขา ก็ดูจะฮึกเหิมทวีคูณในชั่วโมงเรียน

 

แต่แล้ว…..

 

ครับ…เรื่องรักครั้งนั้นของโก๋เมศร์ต้องมีคำว่าแต่

 

เป็นเดือนเลยครับ ที่เพื่อนเพื่อชีวิตของผม ชะเง้อมองหาจดหมายตอบกลับจากดาราคนโปรดที่ตู้รับไปรษณีย์บ้านมัน

 

ลองนึกถึงหัวอกจิ๊กโก๋ และภาพวัยรุ่นหน้าเปื้อนสิวกำลังเฮิทต์หนักคนหนึ่งดูสิครับ

 

……กูเลยรอเก้อ จดหมายไม่ตอบมา กูเลยต้องเศร้า กูเลยเสียใจ ว่าทำไม จดหมายไม่ตอบมา…. มันเป็นความผิดของกูเอง ที่ไปเสล่อรักเขา เขาก็อยู่ส่วนเขาแล้วเรา เสือกไปยุ่งทำไม มันเป็นความผิดของกูเอง…….

 

เป็นท่อนหนึ่งของบทเพลง ความผิดของกูเอง ที่ไอ้เมศร์ กลั่นจากใจแต่งมันขึ้นมาและร้องโหยหวนให้ถั่วงอกได้ฟังกัน หลังรู้แน่แล้วว่า สาวเจ้าไม่ไยดีและไม่มีจดหมายตอบกลับ

 

เราก็ได้แต่เยาะเย้ยปลอบประโลม ความชอกช้ำในความรักครั้งนั้นของโก๋เมศร์กับ กบ สุวนันท์

 

เมศร์เอ๋ย… ต้องยอมทนสู่ทางกว้างไกล ด้วยใจผยองกร้าวแกร่ง นะเพื่อน

 

แล้ววันเวลาก็ผ่านไปจนความเพี้ยนเพื่อชีวิตเริ่มจืดจาง การยอมรับบทเพลงแบบอื่น ก็ทำให้โก๋เมศร์ถอดผ้าโพกหัว ร่วมเป็นตัวตั้งตัวตีในการกำเนิดวง Black Rose กับโก๋ตุ๊ก เฮฟวี่เมทัลของห้องสองสองได้ การชวนกันและกันเพื่อเล่นดนตรีแนวอื่น รวมถึงเป็นผู้ประพันธ์เพลง ดอกทอง เพื่อขึ้นโชว์แสดงสดในวันปัจฉิมนิเทศน์ปีสุดท้าย ที่นำมายังตำนานทางดนตรีหนึ่งเดียวของห้องถั่วงอกจนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จก็มาจากของโก๋เมศร์

 

และนอกจากเรื่องดนตรีกันแล้ว ถ้าจะย้ายมาที่กีฬา อย่างเดียวที่เรารู้จักกัน ก็เป็นฟุตบอล เวลานั้นโก๋เมศร์เป็นดั่งตัวแทนของฝั่งบางกระดี่ที่มักจะออกมามีปากเสียงกับฝ่ายบางพลัดของผมหลังจบการแข่งขันศึกน้ำเงินเดือดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเกทับ คุยข่ม แก้ตัว หรือแก้ข่าว

 

หรือจะเรื่องทีมโปรดทีมเชียร์ โก๋เมศร์ก็อุทิศตนให้กับทีมสีแดงแห่งลุ่มน้ำเมอร์ซี่ไซค์ที่ไม่เคยเดินเดียวดายอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ในขณะที่ผมเองเลือกสีแดงที่เป็นฝั่งตรงข้ามไว้เชียร์ ทำให้นอกจากเราจะมีน้ำเงินเดือดในวัยเรียนแล้ว เรายังจะมีแดงเดือดไว้คุยทับกันอยู่เป็นประจำในทุกปีอีก

 

จนถึงวันอำลาทวีธากันไป ทรนง เมศร์โส เหินฟ้า คนบ้า หรือ อะไรก็แล้วแต่ ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกทางกัน ราเมศร์ไปเรียนต่อราม แต่กลับมาจบตรีที่วิทยาลัยครูราชภัฎสวนสุนันทา จากนั้น ก็เปิดร้านกาแฟเล็กๆ ขายดีจนต้องเปลี่ยนไปเป็นครูสอนวิชาพุทธศาสนาในโรงเรียนมีชื่อหลายแห่งจนได้ประกาศนียบัตรครูดีเด่น และเคยทำงานให้กับการศึกษานอกโรงเรียน รวมถึงการออกมาตั้งตัวกับธุรกิจเดินไฟรับเหมาก่อสร้างอยู่ปีสองปี ก่อนผันตัวเองกลับสู่ราชการอาชีพครูอีกครั้งด้วยเหตุผลว่า พ่อพิมพ์ของชาติคืออาชีพที่มันรัก

 

ปัจจุบัน ราเมศร์ บวชเรียนแล้วและเลิกดื่มเหล้า เป็นครูเมศร์อยู่ที่โรงเรียนวัดด่านประชากร จังหวัดชุมพร และกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีควบคู่ไปด้วย

 

ซึ่งเรายังคงติดต่อและคิดถึงกันอยู่เสมอ

 

แม้ว่าครั้งหนึ่งมันจะเคยเพี้ยน เมาเหล้าโทรมาหาบอกเลิกคบเพื่อนทวีธาแก็งค์ถั่วงอกหมดทุกคน เพราะเนื่องจากระหว่างมันกินเหล้ากับเพื่อนกลุ่มอื่น มันดันค้นพบชีวิตอีกแล้วว่า พวกถั่วงอกเป็นพวกใช้เงินสิ้นเปลืองที่มันไม่อยากเสียเวลามาคบหาด้วย มันบอกปนอาการรั่วๆว่า ทุกอย่างได้ผ่านการขบคิดตรึกตรองโดยละเอียดแล้ว ไม่ขอคบพวกมึงต่อดีกว่า ว่าแล้วมันก็สบถคำหยาบแจกกล้วยทิ้งท้ายก่อนวางหูไป สร้างความงวยงงกับผมที่ต้องตื่นมารับโทรศัพท์เลิกคบยามดึก

 

และไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่มันโทรมา เพราะหลังจากได้คุยกับถั่วงอกคนอื่น ทุกคนโดนโก๋เมศร์โทรมาบอกเลิกคบเหมือนกันหมด

 

โคตรงงมึงเลย ครับ

 

ไม่รู้ไปเจอแก่นชีวิตอะไรดลใจมันมาอีก

 

แต่เอาเถอะ….ถึงจะเพี้ยน จะบ้าจะบอ หรือจะอะไรก็ช่าง ณ วันนี้ ตอนนี้ มีใครบ้าง ที่หยุดคบโก๋เมศร์

 

เพื่อนฮาๆ บ้าๆ ต้องคบไว้ครับ

 

ราเมศร์ รุ่งรวยศรี นักเรียนคนที่ 27 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

23 กันยายน 49

 

ปล. ฉันยังผูกผันสัญญา แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: