สมุดเล่มที่สองกับอักษรตัว R

 

แก็งค์ถั่วงอกกับปรากฎการณ์เล่นสนุกเป็นสิ่งที่ควบคู่กันมาตลอดในรั้วโรงเรียนทวีธาภิเศก หากแต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่นักเรียนทั้งหลายจำเป็นต้องขยันหมั่นเพียร หันหน้าเข้าหาตำหรับตำราเรียนเพื่อความพร้อมในการสอบประเมินผลหรือสอบเลื่อนชั้นในปลายภาคเรียนแล้ว พวกรักสนุกดั่งกลุ่มถั่วงอกจะเดือดร้อนมั๊ย?กับฤดูกาลสอบของทวีธา

 

ไม่ใช่แน่

 

ถ้างั้น การเล่นสนุกของแก็งค์ถั่วงอกโดยไม่คิดที่จะมุ่งหน้าเอาเรียนกันเลยตลอดช่วงเวลา 3 ปีการศึกษา น่าจะชวนให้เกิดคำถามที่ว่า แล้วพวกมันทั้งหลายเอาตัวรอดจบหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาได้ยังไงกัน

 

ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจสมมติฐานได้ดังนี้

 

1 คัดลอกข้อสอบเด็กเรียนเก่ง

2 จดโพยเก็งข้อสอบวิชาต่างๆซ่อนตามร่างกายก่อนทำการสอบ

3 ทำทีขออนุญาติไปปลดทุกข์ เพื่อไปอ่านตำราที่ซ่อนไว้ในห้องน้ำหลังเห็นข้อสอบแล้ว

4 กากบาท ไก่ 10 ไข่ 10 ควาย 10 งู 10 ไล่เรียงกันลงมา

 

ครับ ทุกอย่าง ถูกนำมาใช้ปฎิบัติหมด ได้ผลก็มีบ้าง ล้มเหลวก็มีเยอะ จากสามข้อแรกถ้าทำได้ก็รอดไปสบายตัว แต่ถ้าไม่สามารถ ก็ต้องมาวัดกันตรงมุขสิ้นคิดข้อ 4 มั่วถูก มั่วผิด ก็ว่าไปตามยถากรรม

 

และถ้าโชคร้ายดวงจู๋ มั่วไม่ถูกจนต้องสอบไม่ผ่าน ระบบการศึกษาระดับมัธยมปลายยังใจดีเปิดโอกาสให้คนสอบตกได้มีโอกาสแก้ตัวจากการสอบซ่อมอีกครั้ง ซึ่งถ้าไม่ซื่อบื้อดักดานกันจริงๆ อาจารย์ที่สอบซ่อมก็จะปล่อยให้คนสอบตกเหล่านั้นผ่านไปได้อยู่แล้ว

 

แก็งค์ถั่วงอกไม่นิยมเรียนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาถ่านกันซะถึงขั้นไม่รู้วิธีการเอาตัวรอด ดังนั้น กับอีแค่หาทางทำไงให้สอบผ่าน จะด้วยเล่ห์กลหรือกามั่ว บวกออปชั่นสอบซ่อมแก้ตัวอีกต่างหาก มันจึงเป็นสิ่งที่ไม่ยากเย็นเกินเลยกับการลองพยายามสักนิด แค่ฝืนดิ้นรน หากจะมีกระท่อนกระแท่นบ้าง ทุลักทุเลหน่อย แต่เดี๋ยวก็ผ่าน

 

และกับการดิ้นรนบนทัศนคติที่ว่า ถ้าแค่เกรด 1หมายถึง ผ่านแล้ว เราก็ขอพอใจที่จะได้เชยชมแค่ตัวเลขนั้นกัน แต่ถ้าวิชาไหน ตัวไหน ดันได้มากกว่าเลข 1 อันนั้นก็ถือว่าเฮงไป มันจึงเป็นที่มาของความพอเพียงที่ไม่ฟุ้งเฟ้อถึงตัวเลขเกรดสวยเลยของพวกเรา ซึ่งไอ้ทัศนคติพอเพียงอันนี้นี่เอง ที่มันเป็นเหตุให้

 

ครั้งหนึ่งในการจบเทอมแรกของ ม.5 ความน่าตกใจจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าตัวเลขเกรดเฉลี่ยในสมุดพกแต่ละคนที่เห็นตั้งแต่วิชาแรกจนถึงวิชาสุดท้ายในห้องเรียนเรา จะสวยงามเข้าใจง่ายซะจนสามารถมองเห็นเป็นการลากเส้นตรงแนวยาว มีบ้างที่สลับแทรกตัวเลขวงกลมสีแดงเป็นระยะก่อนต่อเชื่อมด้วยเส้นขีดตรงยาวอีก

 

1

1

1

1

0

1

1

0

1

1

1

0

1

0

1

1

 

มันสื่อสารอะไรได้บ้างครับ

 

ในอดีตกาลที่ผ่านมา เวลาเกรดเฉลี่ยออกตอนวันรับสมุดพกประจำปี ห้องเรียนถั่วงอกโดยมากมักจะไม่รอดพ้นการได้เกรดเฉลี่ยที่เขาเรียกกันว่า ห่วยแตกหรอก แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเจาะจงลงไปเป็นวิชาๆ ก็ยังพอมีเลข 2 บ้าง เลข 3 บ้าง หรือฟลุ๊คเก่งเลย เกรด 4 ก็มีให้เห็น ซึ่งส่วนมากจะมาจากวิชาพลานามัย โดยทั้งหมดนั้นปรากฎประปรายให้ได้แอบชื่นใจกันเล็กน้อย แต่หากเมื่อสรุปรวมผลออกมาทุกวิชากัน คำว่าห่วยแตกยังคงอยู่กับเรา แต่พวกเราเองก็ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นตกใจอะไรมากนัก เวลาที่เปิดสมุดพกประจำตัวออกมาแล้วเห็นเกรดเฉลี่ยที่น้อยนิดจุ๋มจิ๋ม เพราะยังไงมันก็ยังอุ่นใจไหวอยู่ เมื่อคนทั้งห้องก็จุ๋มจิ๋มเรื่องตัวเลขข้างในสมุดเหมือนๆกัน

 

แต่กับครั้งนั้น ความอุ่นใจรวมๆกันแล้วได้เป็นความร้อนรุ่มแทน เพราะประชาชนเกือบทั้งห้องของถั่วงอก มีหน้าตาตัวเลขในสมุดพกใกล้เคียงกับตัวเลขที่แสดงมาข้างบน จะผิดไปบ้างก็เล็กน้อย เพราะโดยรวมแล้ว เลข 1 ลากยาวสลับ เลข 0 จะเป็นเหมือนแกนหลักของสมุดพกห้องถั่วงอกกันซะทั้งหมด

 

มันเป็นวิกฤตภาวะตัวเลขจุ๋มจิ๋ม หรืออาจเรียกได้ว่าโคตรห่วยสุดๆกันแล้วละครับ

 

เมื่อผลของตัวเลขที่ดูเรียบง่ายเป็นเหมือนกันมากขนาดนั้นทั้งห้อง อันดับเกรดเฉลี่ยพวกเราจึงไม่หนีหรือทิ้งกันไปไหน ถึงแม้บางคนจะหลุดไปมี เลข 2 เลข 3 เข้ามาเกี่ยวด้วย แต่เมื่อวิชาเหล่านั้น ค่าหน่วยกิต มันน้อยกว่าวิชาหลัก จึงไม่มีผลใดๆให้เกรดเฉลี่ยกระเตื้องขึ้นมาเท่าไหร่นัก และถ้าตัดเด็กเรียนสามสี่คนออกไป ผลรวมของตัวเลขข้างบนหารจนได้เป็นเกรดเฉลี่ยแล้ว ความสามารถระดับศูนย์จุดเก้าก็ยังอุตส่าห์ไปได้ที่เจ็ดจากจำนวนทั้งหมดสามสิบกว่าคนของห้องถั่วงอกได้

 

ซึ่งถ้าคิดในแง่ดี ถั่วงอกเกาะกลุ่มกันเล่น ดังนั้นเพื่อความไม่ต่าง สติปัญญาเราเลยต้องเกาะกลุ่มกันด้วย

 

ครับ…แม้พวกเราจะเคยชินกับการเห็นตัวเลขน้อยๆบนสมุดพกมาก่อนจากปีที่แล้ว แต่กับครั้งนี้ ที่เราเปิดอ้าดูสมุดประจานความสามารถทางการเรียนในหน้าที่เขียนถึงผลของเทอมที่ผ่านมา ยังทำให้รู้สึกสะดุ้งตกใจ อุ๊ย แม่เจ้า อะไรกันจะเป็นได้ขนาดนี้ เพราะนอกจากตัวเลขจุ๋มจิ๋มนับไม่เกินหนึ่งที่มีจำนวนเยอะให้เชยชมแล้ว ความเห็นของอาจารย์ที่ประเมินผลและข้อแนะนำไปยังผู้ปกครอง ก็มีแสดงไว้ตรงเหมือนกันหมดทุกเล่มว่า ถึงเวลาต้องช่วยเอาใจใส่กันเป็นพิเศษแล้ว เพราะนาย………ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือเลย (ตรงที่เว้นไว้ให้ กรุณาเติมชื่อเจ้าของสมุดพกไป)

 

กับตัวเรานะ ดูเองยังตกใจ ซึ่งอายม้วนนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย แต่กับหัวอกของผู้ปกครองที่หวังจะได้ชื่นใจกับผลการเรียนและอนาคตบุตรหลานของตนละ

 

ดังนั้น แม้ว่าจะทำอะไรแล้วไม่คิดกันเท่าไหร่ แต่หากสมุดพกเล่มนั้นจะไปกระทบกระเทือนจิตใจของบุพการี มันคงไม่ดีแน่ ว่าแล้วถั่วงอกสำนึกคุณบิดามารดรจึงต้องมาเริ่มขบคิดกันว่า จะทำอย่างไรดี เมื่อต้องนำสมุดพกเล่มนั้นไปมอบให้ท่านเหล่านั้นเซ็นรับรู้ก่อนนำกลับมาส่งคืนให้อาจารย์ที่ปรึกษาในวันรุ่งขึ้น

 

เอาไงดีวะ เกรดอย่างนี้ บ้านกูด่าตายห่า

 

แม่กูรอดูอยู่ด้วยเดะ

 

ความคิดกังวลของคนถั่วงอกตรงกันเปี๊ยบหลังนั่งจับกลุ่มกันหาทางออกให้กับชีวิตในวันที่ผู้ปกครองรับรู้ว่าเป็นวันรับสมุดพก

 

นานๆทีที่จะมีความกังวลมาพรากความสนุกไปจากพวกเรากัน นาทีนั้นมีแต่ความเครียดปะปนกับบรรยากาศแบบเงียบๆ หงอยๆ ทำให้นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นถั่วงอกสลดกันเป็น

 

ถั่วงอกที่ขาดความสนุก ไม่แปลกอะไรที่ลำต้นจะเริ่มเหลืองและโค้งงอ

 

คิดอะไรมากวะ เดินเที่ยวกันก่อนดีกว่า

 

ไอ้เชษฐ์ ออกความเห็นให้เราไปตากแอร์เย็นๆกันที่สยามเซ็นเตอร์ ด้วยเจตนาส่วนตัวของมันคืออยากหาเพื่อนไปเดินซื้อของ เพราะเรื่องเกรดเฉลี่ยในสมุดพกไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตนักสำหรับสังคมบ้านมัน

 

ดีกว่าอยู่ตรงนี้วะ ใครคนหนึ่งเอ่ยสนับสนุนการเดินเที่ยวเล่น

 

แล้วเราก็โยกย้ายกันไปทั้งแก็งค์บนความเซ็ง แก้ไม่ตก กับการแบกหน้ากลับไปหาผู้ปกครองในวันนั้น

 

หลังจากไอ้เชษฐ์ได้สมอารมณ์หมายกับความต้องการมัน ถั่วงอกก็ได้แต่เดินวนไปวนมาในสยาม ด้วยกายและใจที่ห่อเหี่ยว  จนมาหาที่นั่งเอนกายพักได้ตรงโถงชั้นหนึ่งใกล้ๆแมคโดนัลด์ เริ่มคิดถึงการยอมรับชะตา รอเวลารับลิขิตฟ้ากันดีกว่า ว่าแล้วแก็งค์ถั่วงอกศูนย์จุดเก้าลงมา ก็หยุดการพูดคุย ตัวใครตัวมัน นั่งทอดอาลัย หัวใจว่างเปล่า สายตาเหม่อลอยไปยังดินแดนอันไกลโพ้น

……………………………………

……………………………………

……………………………………

 

จนพักใหญ่ ใครในหมู่พวกเราพูดขึ้น ถ้าสมุดมันมีปัญหา ก็ทำให้มันหมดปัญหาไปเดะ

 

ยังไงวะ ที่เหลือหันมา และยังพร้อมเพรียงกันเอ่ยอีก

 

อย่างงี้นะ……………. เสร็จแล้วมึงก็ยังงี้นะ…………….. ต่อจากนั้นมึงก็อย่างงี้นะ…………. เข้าใจยัง

 

ฮู้…..

 

ปลาดเปลื่องมาก!!

 

………………………………………………………………….

 

นี่ไง !! เล่มนี้แหละ โรงเรียนเราใช้สีนี้ แบบนี้

 

แก็งค์ถั่วงอกทั้งหมดในเวลานั้น ลำตัวตั้งตรงมีชีวิตชีวาจากการรดน้ำทางปัญญาอีกครั้ง เมื่อพากันยกแก็งค์มาปรากฎตัวที่อาคารศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และทั้งหมดเหมือนจะยิ่งแย้มบานผลิดอกเตรียมเพาะพันธุ์กันมากขึ้น เมื่อได้เห็นกองสมุดเล่มใหม่กองหนึ่ง ที่เหมือนกันเปี๊ยบทั้งหน้าปกและด้านในกับสมุดพกเจ้าปัญหาของแต่ละคนที่แผนกตำราและอุปกรณ์การเรียน

 

ใครเอาบ้าง

 

กู  กู

 

กู  กู

 

กูด้วย

 

หลังจากจ่ายเงินแลกกับสมุดใหม่ 7-8 เล่ม และพลาสติกห่อปกแล้ว เราทั้งหมดก็หาที่นั่งที่พอเหมาะจะทำให้สมุดเล่มใหม่ทั้งหลายเหล่านั้นกลายเป็นสมุดพกที่ต้องนำไปให้ผู้ปกครองดูกัน

 

ไอ้เขียว ลายมือมึงดูเป็นทางการสุด เขียนให้กูที

 

เสียงเพื่อนๆ เอ่ย มั่นใจกับลายมือของไอ้เขียว จึงบอกมันให้ทำการคัดลอกจากเล่มจริงของแต่ละคน ย้ายลงมาสู่เล่มใหม่พึ่งซื้อจากศึกษาภัณฑ์

 

ใครอยากได้เกรดเท่าไหร่ อาจารย์ชมว่าอย่างไร บอกมา โก๋เขียวเขียนไป ส่วนลายเซ็นอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ที่ปรึกษา ก็ผลัดเวียนกันเซ็น เอากะให้ดูเหมือน น่าเชื่อถือหน่อยก็พอ

 

เวลาผ่านไปทุกสิ่งทุกอย่างก็เสร็จสิ้น สมุดพกเล่มใหม่ เกรดเฉลี่ยใหม่ คำแนะนำผู้ปกครองใหม่ ถูกหุ้มอยู่ในปกพลาสติกที่ดูไม่มีทางออกได้เลยว่านี่คือของปลอมทำเหมือน จะขาดไปก็เพียงตราประทับของโรงเรียนในหน้าแรก แต่ไม่ใช่ปัญหามากนัก เพราะเวลาเอาไปให้บิดา มารดรเซ็น ก็แกล้งทำทีเปิดผ่านไปตามเล่ห์กลเฉพาะของแต่ละคน

 

เท่านี้ เราก็กลับบ้านกันได้อย่างมีความสุขพร้อมสมุดพกที่อัพเกรดเรียบร้อยแล้ว

 

เล่มหนึ่งเกรดสวยพ่อแม่เซ็น อีกเล่มเกรดห่วยเซ็นเองส่งอาจารย์

 

มันเป็นการทำปัญหาไม่ให้เป็นปัญหาในสไตล์ของพวกเราโดยแท้

 

มีสองเล่มแล้วอุ่นใจจังเลยครับ

 

แล้วการสอบแต่ละครั้งหลังจากนั้น ก็สร้างความสบายใจในการเข้าสอบให้พวกเราอย่างไม่เคยมีมาก่อน

 

มันจึงทำให้พวกเรากร้าวแกร่ง ฮึกเหิมขึ้นมาอีก  เพราะถึงอย่างไร ในวันรับสมุดพกครั้งหน้า พวกเราจะปลอดโปร่ง โล่งสบายตัวอย่างแน่นอน และเมื่อความกังวลถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้วตลอดกาล ความคิดตั้งใจในการศึกษาหาความรู้ มันคงจะไม่คิดมีอีกต่อไปแล้วตลอดกาลเช่นกัน

 

ยิ่งเมื่อความตั้งใจเรียนกับความขี้เกียจมีระยะห่างกันแค่นิดสสสสเดียวสำหรับห้องสองสอง ก็ไม่รู้ว่าจะหน้าโง่คร่ำเคร่งอ่านตำราเรียนไปทำไม

 

ตัวอย่างที่แสดงยืนยันถึงคำพูดข้างต้นได้ดีก็คง…เรื่องนี้

 

การสอบเก็บคะแนนกลางภาควิชาภาษาอังกฤษหลังจากเรามีสมุดพกกันสองเล่มแล้ว เมื่อการประกาศคะแนนมาถึง มันก็เป็นดังที่ควรจะเป็นคือ  ตกกันเกือบยกห้องครับ คะแนนเต็ม 30 ได้กัน 3 4 7 เต็มที่ก็ 8คะแนนจากวิธีการ ไก่สิบข้อ ไข่สิบข้อ

 

จำได้ว่าครั้งนั้นมีเด็กเรียนสอบผ่านกันอยู่ไม่กี่คน ซึ่งแน่นอนว่าในจำนวนคนที่สอบผ่าน จะต้องมีคะแนนท๊อปของห้องรวมอยู่ด้วย จริงมั๊ย

 

สมัยมัธยมเวลานั้น ถ้าตก อาจารย์จะนัดมาสอบซ่อม และไอ้การสอบซ่อมเนี่ยะ อย่างที่บอกไปแล้ว มันเป็นอะไรที่เหมือนกับการปล่อยผีซะมากกว่า คือปล่อยๆให้ผ่านไปได้ แต่จะได้คะแนนหลังการซ่อมเสร็จแล้วเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ถ้าครั้งนั้นคะแนนเต็มวิชาภาษาอังกฤษเท่ากับ 30 พวกซ่อมผ่านแล้ว ก็จะได้เต็มที่ คือ 15 คะแนน

 

แต่เชื่อมั๊ยครับว่า หลังจากถั่วงอกที่สอบตก ทำการสอบซ่อมกันเสร็จ 15 คะแนนของพวกเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นตำแหน่งรองท๊อปของห้องในทันที

 

อีกทีครับ เป็นคะแนนรองท๊อปของห้องในทันที

 

ได้อย่างไรกัน

 

ดังนั้น คำถามที่ควรตามมาก็คือ  ในการสอบเก็บคะแนนวิชาภาษาอังกฤษเทอมนั้น ผู้ทำคะแนนได้สูงสุด ทำได้กี่คะแนน?

 

คำตอบ ระดับคะแนนท๊อปสูงสุดของห้องถั่วงอกที่ได้มาจากเด็กตั้งใจเรียน สอบผ่าน ไม่ต้องซ่อม ครั้งนั้น อยู่ที่ 16 คะแนนถ้วน จาก 30 คะแนนเต็ม

 

ครับ….. 16 คะแนน ท๊อปแล้วจริงๆครับ

 

ดังนั้นแล้ว 15 คะแนน ของคนตกที่สอบซ่อมผ่าน จะไม่ได้ชื่อว่าเป็นรองท๊อปในวิชาภาษาอังกฤษได้อย่างไร

 

เป็นไงครับสำหรับห้องสองสอง โก้เป็นบ้าเลยใช่มั๊ย ที่ทั้งห้องมีแต่คะแนนท๊อป กับรองท๊อปกันในวิชาภาษาอังกฤษ

 

เป็นอย่างนี้แล้ว จะตั้งใจเรียนเพิ่มขึ้นเพื่อผ่าเหล่าผ่ากอ แหกคอกเพื่อนฝูงไปทำไม ในเมื่อสอบผ่านกับสอบตก แตกต่างกันแค่ 1 คะแนน แถมไอ้คนสอบผ่านบางคนมันก็ได้แค่ 15 เราเสียเวลาสอบซ่อมหน่อยก็คะแนนเท่ากับมันละ

 

เหตุการณ์นี้ชวนคิดในแง่ที่ดีได้ว่า พวกเราเกาะกลุ่มเรียนกัน และยังสามารถยังตัดปัญหาในเรื่องความอิจฉาริษยาไปจากสังคมห้องเราได้อีก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: