หุ้นส่วนโชว์ห่วย

 

ในการแข่งขันกีฬาสีประเภทฟุตบอลชายของห้องถั่วงอกในขวบเวลาปีสามมัธยม 6 การจะเดินลงสนามไปแข่งฟุตบอลโดยแบบธรรมดาสามัญนะ มันดูน่าจะขัดแย้งกับบุคลิกกวนๆของห้องที่ได้ชื่อว่าถูกผู้คนหมั่นไส้กันมากที่สุดในโรงเรียน ด้วยเพราะความที่ต้องการจะแตกต่างจากชาวบ้านชาวช่องด้วยวิถีทางของพวกเขา แก็งค์ถั่วงอกเลือกที่จะเปิดตัวก่อนถึงเวลาแข่งขันฟุตบอลคู่ที่สองของเย็นวันนั้นด้วย ขบวนพาเหรด รถซิ่งกวนเมือง ที่สะกดทุกสายตาให้สะดุดกับเสียงจังหวะดังล่วงหน้าก่อนการมาถึงของพวกเขา ความดังของท่อนเสียง เบรกเอี๊ยด…ดดดด จากลำโพงเครื่องเสียงติดรถยนต์เรือนแสน อันเป็นอินโทรนำร่องก่อนเข้าสู่บทเพลง ICE ICE BABY เวอร์ชั่น ไลฟ์คอนเสริต์ สร้างความเอิกเกริกพอๆกับอัตราความหมั่นไส้ได้ไม่แพ้กันจากคนรอบสองข้างทาง

 

แต่ก่อนหน้าที่ต้นเสียงอันกระหึ่มนั้นจะมา เสียงเบิ้ลคำรามเครื่องมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า โนว่า ของโก๋เชษฐ์ ที่วันนั้นขับขี่และแว๊นๆโดยโก๋โน ซึ่งซ้อนท้ายมาด้วยคู่ซี้ช่างยุโก๋นา ทำหน้าที่ซิ่งขับขี่เปิดไฟหน้า เป็นหัวขบวนเปิดแถวเส้นทาง นำรถซิ่งพาเหรดถั่วงอกมาสู่สนามแข่งขัน

 

ซึ่งก็ตามต่อมาด้วยตัวการของเสียงเพลง ICE ICE BABYที่ดังคึกคักทั้งซอยทวีธา แร๊ปเปอร์ วานิลาเหม่ง กับ มิตซูบิชิ แลนเซอร์สีขาว ที่ของแท้ กระจกหน้าต่างรถจำเป็นต้องเปิดลงทั้งสี่บานเพื่ออวดโชว์พลังเสียงจากซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่เท่ากะละมังซักผ้า ที่เจ้าของรถไม่อนุญาติให้แม้แต่ใคร มานั่งเบาะหลังเพื่อบดบังกะละมังขยายเสียงอันสุดภาคภูมิของมัน แล้วก็ตามติดมาอีกหนึ่งคันซิ่ง ส้มแป้น บีเอ็มดับบลิว 316i ของโก๋กวง ที่แม้จะไม่อึกทึกหวือหวาเท่ากับวานิลาเหม่ง แต่ก็ยังฮึกเฮิมพอไหวกับการเปิดตัวด้วยเครื่องเสียงย่อมๆ ที่มาพร้อมอินโทรเพลง Final Countdown ของ Europe ซึ่งสร้างจังหวะเร้าใจต่อเนื่องให้กับขบวนพาเหรดสองคันซิ่งได้ดีแท้ โดยทั้งสองคันรถได้ขนเอาบรรดาซูเปอร์สตาร์ทัพนักกีฬาฟุตบอลสีน้ำเงินและกองเชียร์สาวเฉพาะกิจของห้องสองสอง ให้มาปรากฎตัวที่โรงเรียนอีกครั้ง หลังจากวางแผนออกไปตั้งขบวนเปิดตัวกันก่อนที่หอโก๋แก่เมื่อสิ้นเสียงออดคาบสุดท้าย

 

น่าถีบมั๊ยครับ กับการแค่มาเล่นกีฬาสีรอบคัดเลือกของโรงเรียน

 

แล้วเมื่อประตูรถยนต์ถูกเปิดออกจากคนคณะถั่วงอก ก็ต้องมีอีกสิ่งหนึ่งแล้วละ ที่ทำให้ผู้คนบริเวณนั้นต้องเติมดีกรีความหมั่นไส้ต่อนักเรียนสองสองเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก ก็ในเมื่อพวกเขามาในดีไซน์ตัดเย็บห่อหุ้มร่างกายที่จงใจกวนตีนเย้ยบาดใจสายตาชาวทวีธาทุกคน ด้วย….

 

เสื้อกั๊กโบราณ คอกระเช้า พลิ้วสวย ลายดอกสีสด

 

ที่สวมเตรียมมาเพื่อเจตนาลงทำการแข่งขันฟุตบอลทั้งทีมแข่งและกองเชียร์

 

ครับ แน่นอนแหละว่าอาจารย์ที่ทำหน้าที่ตัดสินการแข่งในวันนั้น ไม่ยอมให้เราลงสนามด้วยเหุผลว่า มันไม่เหมาะสมกับการเล่นกีฬา(และกูก็หมั่นไส้พวกมึงมาก) แม้เราจะลองยืนกราน ขอเถอะ ขอเถอะ เราสามารถ เราไม่ถือ

 

ยังไงซะ คำยืนยันก็ยังคงเป็น ไม่ได้เป็นอันขาด

 

ก็นึกแล้วเชียว

 

แต่ว่า….เราไม่แคร์ครับ เพราะเราเตรียมตัวกันมาแล้วในแพลน บี

 

ว่าแล้วเราก็ ควักชุดแข่งฟุตบอลที่ไฉไลกว่าใครในยุคนั้นที่ซ่อนเอาไว้ คว้าขึ้นมาเปลี่ยนกันเห็นๆในสนามนั่นแหละ  แถมที่แสบยียวนต่อก็คือ นักกีฬาทั้งหมดทำการขว้างเสื้อกั๊กแฟชั่นคุณยายของแต่ละคนให้กับกลุ่มกองเชียร์ห้องสองสองและคนอื่นๆ ประดุจดั่งซุเปอร์สตาร์แจกของเอาใจแฟนๆที่มาเชียร์  เรียกอารมณ์เปิดตัวแบบฮึกเหิมคึกคักสมใจให้กับกองเชียร์สีน้ำเงินได้อักโข และในอีกอารมณ์คือได้สะใจแหกตาเอาฮากับอาจารย์คุมการแข่งขันที่ต้องปวดหัววุ่นวายพักนึงในการไปหายืมเสื้อแข่งขันจากใครที่ไหนก็ไม่รู้มาให้พวกเรา

 

และเมื่ออาจารย์ที่กำลังวุ่นวายอยู่ได้เห็นถั่วงอกในชุดนักฟุตบอลจริงๆ กำลังยืนรื่นเริงถ่ายรูปทีมหมู่กับกองเชียร์อย่างเป็นกันเอง ไม่ได้มีส่วนไหนที่คิดอาทรร้อนใจในความเดือดร้อนที่คนอื่นต้องหลงเชื่อเสียเวลาเป็นธุระหาเสื้อผ้าแข่งให้ ก็คงพอจะเดาออกกันนะครับว่า อาจารย์และคนส่วนใหญ่ในทวีธาจะเลือกเชียร์สีชมพูคู่แข่งถั่วงอกหรือว่าสีน้ำเงินแสบสองสอง

 

แล้วการแข่งขันที่ล่าช้าก็เริ่มขึ้นได้ซะที โดยเรื่องผลของการแข่งฟุตบอลในวันนั้น …….

 

………………………………

อยากจะลืมไม่ขอพูดถึง

 

เพราะที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ ก็ต้องการจะระลึกถึง หนึ่งในการสร้างความกวนตีนแกมหมั่นไส้ให้คนโรงเรียนทวีธาและ

 

เจ้าของการตัดเย็บเสื้อกั๊ก ลายดอก ในครั้งนั้น

 

ใครครับ

………………

……………..

โก๋ทิน

 

เด็กหนุ่มผู้มาจากโรงเรียน ศิริธน ย่านคลองสาน กิจการที่บ้านในเวลานั้น เป็นการตัดเย็บเสื้อผ้าในนาม รัตนพิณ นั่นจึงเป็นที่มาของชุดกีฬากวนตีน ที่เมื่อพวกเราไปเที่ยวบ้านโก๋ทินแล้วเกิดไปเห็น ปิ๊งเอาไอเดีย เสื้อกั๊ก ลายดอกพลิ้วสวย มาใส่กันในวันแข่งกีฬา

 

ไอ้ทิน ถึงจะไม่ได้เป็นนักกีฬาลงแข่ง แต่ก็สนับสนุนการกวนตีนครั้งนั้นอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เหมือนๆกับทุกกิจกรรมกวนตีนอื่นๆที่จะมีมันมาร่วมวงบ้าง ไม่ร่วมบ้าง ตามแต่โอกาสจะพาไป แต่รับรองเต็มที่ทุกครั้งแน่ ถ้ามันอยู่ด้วย

 

ทุกวัน ส่วนมากในเวลาของทวีธา โก๋ทินจะปรากฎตัว ในรูปแบบนักเรียนสะพายย่ามไหมพรมสีชมพู และชุดนักเรียนปักชื่อของนายสุวรรณ ตาลสุวรรณ ซึ่งไอ้ชื่อสุวรรณที่อยู่บนหน้าอกมันนั้น มิได้เป็นชื่อจริงของไอ้ทินแต่อย่างใด แต่เพียงเพราะหลังจากยักษ์ใหญ่สุวรรณ จากไปศึกษาต่อยัง ไทยวิจิตรศิลป์ ก็เป็นไอ้ทินนี่แหละที่ยึดเสื้อตัวใหญ่ตัวนั้นมาใส่ปกปิดร่างกายเล็กๆของมันโดยตลอด ซึ่งข้อได้เปรียบของไอ้ทินกับเสื้อไซส์ยักษ์ก็คือ ในเวลาที่มันแหกกฎระเบียบโรงเรียนอะไรแล้วมีการจดชื่อเพื่อไปทำโทษหักคะแนนทีหลัง ชื่อนายสุวรรณ เป็นชื่อที่ไม่มีตัวตนอีกแล้วในสารบบทะเบียนนักเรียนทวีธา นั่นจึงเป็นเหตุให้ เวลาเกิดการทำชั่วอะไรเล็กน้อย ไอ้ทินจะรอดตัวลอยนวลอยู่บ่อยครั้ง

 

ซึ่งถ้าหากจะให้นึกถึงวีรกรรมทำป่วน เจ๋งๆ โดนใจแล้วของไอ้ทิน  แทบจะไม่ค่อยมีปรากฎให้เห็นสักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นเด็กดีนะครับ แต่อาจเป็นได้ว่าโก๋ทินมักไม่ค่อยเสนอหน้าออกตัวเป็นหัวหอกกวนตีนของห้องเรามากนักถ้าได้ลองเปรียบเทียบกับกลุ่มแกนนำทำป่วนสองสอง

 

แต่ถ้าจะให้คิดถึงเรื่องราวของโก๋ทินสักนิด ก็มักนึกไปถึงวันเวลาที่เราชาวแก็งค์ยกพวกกันไปสังสรรค์ที่บ้านของมันในซอยเจริญนคร จำได้ว่าการจะเอารถเก๋ง บี เอ็ม ของโก๋กวง ขับเข้าไปจอดที่หน้าบ้านในของโก๋ทินได้นั้น ต้องใช้ความชำนาญในการขับขี่เป็นพิเศษ เพราะว่าซอยบ้านมันนอกจากจะแคบขนาดรถผ่านได้พอดีคันแล้ว ยังจะมีพวกแก็งค์เด็กเปรตเจ้าถิ่นที่มักนิยมขี่จักรยานปั่นซิ่งด้วยความเร็วสูงขี่สวนทางกันมาอีก

 

การไปสร้างความบันเทิงเที่ยวเยี่ยมบ้านไอ้ทินในทุกครั้ง พวกถั่วงอกที่ไปแล้วมักเกิดความสบายใจกัน ก็เพราะครอบครัวของมัน ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ และบรรดาพี่ๆทุกคน จะค่อนข้างสนิทและทำใจรับได้กับพวกเราแก็งค์สองสองกัน อาจเป็นได้ว่า ถั่วงอกไปสร้างความรำคาญให้กับครอบครัวมันถี่ซะจนแปรเปลี่ยนเป็นความจำยอมเคยชินก็ได้ เพราะบ่อยครั้งในยามที่พวกเราทั้งแก็งค์ไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่แถวคลองสานแล้วเกิดสิ้นคิด หาที่ลงไปต่อไม่ได้ ก็จะเป็นบ้านไอ้ทินนี่แหละที่จะได้ถูกเสนอชื่อขึ้นมาใช้รับรองพวกเราเป็นอันดับต้นๆกัน

 

กับส่วนของกีฬาประจำห้องของเรา ครั้งหนึ่งในยามที่พวกกบฎดัตซ์ โก๋เมศร์กับแมงวัน ทำตัวน่ารังเกียจ บอยคอตการเล่นฟุตบอลร่วมกับเพื่อนถั่วงอกส่วนใหญ่ จนเกิดช่องว่างในโควต้าตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของห้อง ก็เป็นไอ้ทินนี่แหละที่เสือกผีเข้า ยิงเป็นส่ง ส่งเป็นยิง สร้างความฮือฮาขึ้นมาได้ในระดับนึง จนเกือบจะได้เล่นเป็นตัวแทนกองหน้าของทีมสีน้ำเงินแล้ว ถ้าไอ้พวกกบฎดัตซ์เพื่อชีวิตไม่กลับใจมาเล่นซะก่อน

 

นั่นคือส่วนของถั่วงอกที่มีให้กับมัน แต่ถ้าสำหรับส่วนตัวเองแล้วระหว่างผมกับไอ้ทิน ก็มีเรื่องเล่าให้ได้พอคิดถึงอยู่บ้าง เมื่อชะตาฟ้าอะไรก็ไม่รู้ ดลใจให้ ไอ้ทินมักเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเรียนหนังสือของผมอยู่เสมอ ทั้งตอนเรียนทวีธาและมหาวิทยาลัย

 

ที่ทวีธา โก๋ทินเคยเสี่ยงตายยื่นกระดาษคำถามที่มีการติ๊กคำตอบบางๆที่ถูกต้องแล้ว สลับสับเปลี่ยนกับกระดาษคำถามของผม ในวินาทีที่มันแกล้งชวนอาจารย์จิราภรณ์คุยแล้วเอาตัวบังไว้ เป็นการช่วยชีวิตคนที่กำลังสิ้นหวังซึ่งกำลังโดนอาจารย์แก้วหน้าม้านั่งคุมเข้มขนาบข้างหลังจากที่ยังนั่งซื่อบื้อทำข้อสอบไม่ได้จนเหลือเป็นคนสุดท้ายแล้วของห้อง การช่วยเหลือของโก๋ทินครั้งนั้นนอกจากจะนำมายังความซาบซึ้งใจ ยังจะทำให้ผมสามารถลอกข้อสอบอย่างใจเย็นต่อหน้าต่อตาอาจารย์ม้าสาวได้เฉย

 

แท้งกิ้วหลาย กับการช่วยเหลือในครานั้น

 

เอาว่า ยกเรื่องที่ทวีธาไว้แค่นั้นดีกว่า เพราะไอ้ที่เจ๋งๆ โดนๆนะมันอยู่ตอนเรียนที่หอการค้า

 

ทั้งที่มันก็อยู่คนละคณะกับผม อีกทั้งเวลาเรียนก็ยังต่างกัน แต่จะเป็นโก๋ทินเสมอ ที่จะเสล่อเสนอตัวหรืออีกอารมณ์คือ ผมขอร้องให้มันมาช่วยทำรายงานหรือกิจกรรมต่างๆให้กับผมและคณะบริหารอยู่บ่อย

 

ซึ่งเรื่องน่าอายที่จำความได้แม่นจนอดไม่ได้ ที่จะต้องเปิดเผย ก็คือ

 

วันที่ผมไปอ้อนวอนให้มันขึ้นเวทีไปร่วมสร้างความยิ่งใหญ่เป็นเพื่อนกันหน่อย เมื่อผมดันไปตกปากรับคำกับกิจกรรมของคณะว่าจะลงประกวดร้องเพลงประเภทโฟล์คซอง

 

ครับ ไอ้ทินไม่มีเสียเวลาเล่นตัวปฎิเสธความยิ่งใหญ่ที่จะมาถึง

 

ที่ผมชวนนะ ไม่ใช่เพราะมีฝีมือการเล่นดนตรีจะเก่งมากหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะนิสัย รักสนุก กล้าบ้า ของมันต่างหาก

 

เวลาผ่านไปจนใกล้จะถึงวันประกวด เราสองคนยังคงเล่นเลินเล่อกันอยู่ ไม่ได้สนใจ หรือรับรู้หรอกว่าจะคิดค้นหาเพลงอะไรมาโชว์กันดี

 

และเมื่อเพลงจะร้องยังไม่มี ดังนั้นอย่าได้หวังว่าเรื่องดนตรีจะฝึกซ้อม

 

ซึ่งเมื่อไฟใกล้จะลนตูดเต็มที่ ก็ตอนคณะกรรมการการทำกิจกรรมเดินมาบอกผมว่า ถอนตัวไม่ได้นะ ส่งชื่อไปแล้ว นาทีนั้นทำให้เราสองต้องเริ่มขบคิดกันถึงอนาคตร่วมกันข้างหน้าที่เริ่มจะมืดมน เอ้า…แต่เมื่อเวลายังพอมีให้ในคืนสุดท้ายก่อนประกวด ไอ้ทินก็เสนอบทเพลงแต่งเองของเพื่อนคณะมัน ที่ผมเองก็พึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกก็ตอนนั้นที่มันร้องให้ผมทดลองฟังในรถเมื่อผมขับไปรับมันมานอนค้างที่บ้าน ความกดดันจากเวลาบวกแรงเชียร์จากมันที่บอกว่า นี่แหละดี นี่แหละเจ๋งแล้ว แต่กูไม่ร้องด้วยนะ กูเล่นอย่างเดียว เฮ้ย เพลงแต่งเองไม่มีใครรู้หรอกว่า เล่นผิดหรือร้องไม่เหมือน เอาเหอะ เชื่อกู เผลอๆมึงเด่นกว่าใคร

 

ไอ้ตรงเด่นกว่าใครนั่นแหละ ที่ลอยมาเข้าหูและทำให้ผมเกิดชั่ววูบเผลอทำการตัดสินใจยอมรับบทเพลงแต่งเองนั้นมา เพราะเมื่อเพื่อนมั่นใจแล้ว เอ้า..เอา กูเอาด้วย

 

ว่าแล้ว หนึ่งในสองศิลปินที่ยอมตกลงถือไมค์ในวันรุ่งขึ้น ก็มีแอบแว๊บคิด รำพึงอมยิ้มในใจ

 

พรุ่งนี้กูเกิด

 

วันรุ่งขึ้น กับการนอนเล่นกันทั้งคืนของสองศิลปิน จะมีก็เพียงการซ้อมร้องเพื่อจำเอาเนื้อเพลงเท่านั้น ไม่ได้สนใจถึงวิธีการร้องที่ถูกต้องและคีย์เสียงที่จะเปล่งออกไป มันจึงทำให้ เมื่อเวลาการประกวดมาถึง จะมีก็เพียงศิลปินดูโอหน้าใหม่กล้าบ้าสองคนเท่านั้นจากคนประกวดทั้งหมดที่พกเอาความอับอายออกมาโชว์

 

ซึ่งสิ่งที่ดูโอคู่บ้า กล้านำเสนอในครั้งนั้น ก็คือ การโชว์ห่วย ถึงวิธีการร้องเพลงเพี้ยนคีย์ให้โลกรู้

 

ดังนั้น จึงสามารถจินตนาการได้ว่า สภาพตัวตลกสองคนบนเวทีที่ร้องเพลงไม่จบเพราะถูกเสียงหัวเราะของคนดูที่พร้อมใจกันมาเต็มความจุหอประชุมขนาดย่อมมาเบรกให้หยุดเถอะนะ มันน่าจะบั่นทอนความมั่นใจของสองศิลปินจนหมดสภาพนักศึกษาขนาดไหน

 

สองหนุ่ม กับสปอร์ตไลท์ที่สาดส่องสว่างกลางเวที และเสียงโห่ฮาที่ดังรายล้อมอยู่รอบๆ

 

หัวใจสูญเสียการทรงตัวทันทีเลยครับ

 

ไอ้ทินนะมันยังไม่เท่าไหร่ เพราะมันแค่เล่นกีตาร์ประคองพอฟังไปได้ แต่กับไอ้อีกคนที่มันหลับหูหลับตาส่งเสียงเพี้ยนๆผ่านไมโครโฟนออกไปสู่สาธารณชนหอการค้าร่วมสามร้อยคนนะ

 

ฮาตรึมปนสมเพศกันครับ

 

ไม่บอกคงรู้นะ ว่าเราเข้ารอบสุดท้ายกันหรือเปล่า

 

ซึ่งนั่นแหละครับ ที่ทำเอานักศึกษาหอการค้าไทยปี 38 จดจำคู่หูดูโอ นักล่าฝันหน้าด้านได้มากกว่าผู้ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในปีนั้นได้อย่างหมดใจ

 

ซึ่งข้อดีจากเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ปลอบใจผมมาตลอดก็คือ มันได้สอนให้ผมกล้าแกร่งขึ้นในเรื่องของการเผชิญหน้ากับความอาย เพราะคงจะไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะมาเทียมเท่าปรากฎการณ์หัวเราะเยาะสามัคคีเฉกเช่นครั้งนั้นได้อีก

 

ซึ่งหลังจากแจ้งเกิดขึ้นมาจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักประดับวงการโชว์ห่วยในหอการค้าด้วยกันแล้ว  โก๋ทินก็ยังมีหน้ามาช่วยผมทำกิจกรรมอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างแทนที่จะหลบลี้หนีหน้ากันไป ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผมแต่งตัวเป็นเต๋า สมชายจรดปลายเท้า แล้วออกไปเต้นร้อยแรงม้าในงานวันกิจกรรมของห้อง, ขีดเขียน ออกแบบป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์บ้าบอพิลึกพิลั่นจนผมโดนอาจารย์ชมเชยกลับมาด้วยคะแนนติดลบ, หรือจะเป็นการออกไปสอบพูดภาษาอังกฤษหน้าชั้นเรียนแทนผมในวันที่มันเสล่อมานั่งเรียนปะปนกับคลาสผมแล้วเกิดคึกอยากแสดงออกเพื่อโชว์เพื่อนดาราสาว อุ้ย สุธิตา เกตานนท์

 

และยังมีอีกมากมายจิปาทะของห่วยที่ได้ขึ้นโชว์

 

ซึ่งทั้งหลายทั้งหมดเหล่านั้นที่มีโอกาสได้ทำโชว์ห่วยร่วมกันออกไป สำหรับโก๋ทินแล้วอาจจะมาด้วยเจตนาจริงคืออยากช่วย หรือแถมปะปนด้วยเจตนาแฝงคือ กะมาจีบสาวแถวคณะผม

 

ไม่ว่ามันจะมาแบบไหน ผมซึ่งโด่งดังติดลมบนไปแล้วไม่คิดจะสนอีก เพราะอย่างน้อยการมีเพื่อนมาช่วยคิด มาช่วยสร้างกิจกรรมให้ได้ด้านอาย มันก็ทำให้สนุกไปวันๆอีกแบบ  และจะว่าไปจริงๆแล้ว หลายอย่างของกิจกรรมหรือบางตัวของรายงานแม้กระทั่งการติวข้อสอบเองก็เถอะ ผมเอาตัวรอดมาได้ก็เพราะ โก๋ทินเสนอตัว และไม่เคยตอบปฎิเสธเพื่อนเมื่อผมอ้อนวอนให้ช่วยหน่อย

 

จึงทำให้ช่วงเวลานั้น จะกิจกรรมอะไรในหอการค้าของผม

 

เป็นต้อง…..

 

เกิดอีกที ต้องมีเธอ ด้วยเสมอ

 

ปัจจุบัน โก๋ทิน ไปเป็นอาจารย์พิเศษ สอนภาษาอังกฤษ และใช้ชีวิตดูแล ส่งเสีย(ง) สอนนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน หลังจากได้จบมัธยมปลายกับห้องสองสอง และต่อปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  แถมยังมีวุฒิตรีอีกใบ คณะอะไรไม่รู้ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ที่โก้ไฮโซหน่อย ก็ตรงไปจบปริญญาโท จาก Macquarie University ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

 

เมื่อพกเอาดีกรีนอกติดตัวมาด้วยซะขนาดนั้น ไม่แปลกใจเลยที่โก๋ทินจะขอแยกตัว ไปสร้างคณะโชว์ห่วยกะดังต่อคนเดียวที่บางแสนซัก 2-3 ปี

 

หาดทรายขาว กับสาวสวยๆ มันครื้นเครงยังไง ก็ส่งข่าวมาบอกมั๊งละกัน

 

แล้วว่างๆจะหาโอกาสไปร่วมแสดงโชว์ห่วยที่นั่นบ้าง

 

และนี่คือเพื่อนถั่วงอกอีกคนหนึ่ง ที่มีส่วนผลักดันให้ผมมีหน้ามีตาทางสังคมที่หอการค้าในวันประกวดโฟล์คซองปี 38และวันต่อๆมา

 

ณัฐคม(ทินกร) จิราณรงค์ นักเรียนคนที่ 28 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดังสายน้ำ

17 ตุลาคม 2549

 

ปล. พวกนักกีฬาถั่วงอกทั้งหมดครับ จ่ายเงินค่าเสื้อคอกระเช้า ลอยดอก พลิ้วสวยคืนโก๋ทินกันแล้วหรือยัง

       ……….กูก็ยัง

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: