เธอ…ดุจดาวชาวถั่วงอก

 

เขาว่ากันว่า การอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสอง ของหนึ่งหญิง และหนึ่งชาย ภายใต้ที่มิดชิดลับสายตาผู้คน ออกจะดูเป็นเรื่องไม่งาม ไม่น่าจะเหมาะสมเท่าไหร่ แต่สำหรับการอยู่รวมกันในสังคมเปิดเผยดั่งห้องถั่วงอก ที่บังเอิญว่ามีสมาชิกเพศผู้ไม่ใช่แค่หนึ่งชายนะสิ หากแต่มันเป็นชายทะโมนจำนวนสามสิบกว่าคนขึ้นไป ที่ดันได้เกิดมีโอกาสอยู่ร่วมกับสมาชิกสาวหนึ่งเดียวที่หลงเข้ามาอยู่ในห้องสองสอง แม้จะไม่ต้องอยู่ที่ลับตา พฤติกรรมกล้าบ้าของพวกเขา มันก็พาลชวนคิดสยึยกึ๊ยไปถึงไหน ยิ่งถ้าลองหลับตานึกภาพ ชายห่ามสามสิบ กับหนึ่งสาวบอบบาง

น่าเป็นห่วงมากครับ ถ้าต้องมโนภาพถึงชะตากรรมของสาวคนนั้นและยังเรื่องบ้าๆพรรค์นั้นอีก

ตัดเรื่องความคิดบัดสีสามสิบรุมหนึ่ง มาว่ากันที่หนึ่งเดียว ต้นเหตุดีกว่า

ที่กล้าเรียกว่าหนึ่งสาว ก็เพราะว่า เพื่อนเราคนนี้ จะว่าไป ต้นกำเนิดก็เพศเดียว อันเดียว เหมือนกับชายไทยทั่วไปแหละ แต่พอกาลเวลาผ่านไปจนฮอร์โมนโครโมโซมสาวเริ่มสูบฉีดพุ่งพล่าน กว่าจะรู้เดียงสาอีกทีเธอก็ไปหมดแล้วทั้งจิตใจ จะขาดไปก็เพียงรอวันพร้อมไว้ที่จะไปเปลี่ยนแปลงร่างกายให้สาวสมบูรณ์นั่นเอง

อ้อม เป็นอย่างที่ว่า และยังเป็น คนที่เพื่อนห้องสองสองต้องจำกันได้ดีแน่ โทษฐานแตกต่างกับพวกเราซะขนาดนั้น

เพราะตั้งแต่วันแรกที่เราชาวแก็งค์ได้พบปะกัน ก็ล่วงรู้โดยทันใดว่าห้องสองสองของเรานี้มิได้มีชายแท้ 100% ครบถ้วนซะทุกคน เนื่องจากรูปลักษณ์ สัดส่วน และมิติทางกายภาพของอ้อมโชว์ให้เราได้เห็นกันเลยว่า หล่อนประกาศตนเป็นอีกด้านหนึ่งของพวกชายฉกรรจ์แท้

ซึ่งก็ไม่ได้มีแอบ มีปิดบังเหมือนคนครึ่งเพศอย่างอีแบะ ที่รายนั้นถั่วงอกไม่กล้าคิดกันว่าเธอน่าจะเอนเอียงมาทางเพศหญิง แม้ว่าในความเป็นไปได้หากจะนับกันจริง ห้องสองสองน่าจะมี สองหญิงที่ต่างเพศจากทั้งหมด แต่เมื่อสถานการณ์ทางเพศของอีแบะยังคลุมเคลือและมืดมนอยู่อย่างนั้น จึงขอเรียกอ้อมว่าเป็น หนึ่งเดียวของห้องเราดีกว่าที่หนีบไอ้จู๋มาโรงเรียน

อีอ้อมในวัยทวีธา เป็นมนุษย์ตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาและสุ้มเสียง พอยอมรับได้ว่า ถ้าจะเอาดีทางด้านเปลี่ยนเพศ ก็น่าให้การสนับสนุนอยู่หรอก เพราะนอกจากหน้าตาที่พอจะไปได้ จริต กริยา วาจา ของอ้อมก็สามารถแสดงเป็นหญิงไทยที่ดีทั่วไปได้เหมือนกัน เพราะอีอ้อมมิได้มีอาการ วี๊ดว๊ายกระตู้หู้ ก๋ากั๋น แต๋วแตกให้เป็นที่น่ารำคาญใจ หรือ เสียจริตเหมือนดั่งพวกตุ๊ดตู่ทั้งหลายที่เพ่นพ่านโดยรอบทวีธา ซึ่งการที่ดูเป็นตุ๊ดรักสงบ ทำให้เมื่อตอนห้องสองสองทำความรู้จักกันใหม่ๆ  จนเกิดการจับคู่เป็นบัดดี้นั่งเรียนหนังสือนั้น

ก็เป็น ปิ๋ว บุรุษขรึม มาดนิ่ง คนทรงอิทธิพลของโรงเรียน ที่เลือกเอาอีอ้อมมานั่งเคียงกาย

และก็ไม่แค่นั่งเรียนเคียงข้างกันเท่านั้น เพราะทั้งสองยังควงกันไปออกงานต่างๆ จนชาวบ้านทวีธารู้กันหมดว่า ปิ๋วกับอ้อม เขาคลิกกัน

ครับ ไม่ทราบว่าตอนนั้น เกิดอาเพศอะไรขึ้นกับจิตใจของไอ้ปิ๋ว อดีตและปัจจุบันขาโจ๋ ม.ปลาย ทวีธาภิเศก ที่คงลืมตัวทิ้งมาดโหด เกิดเผลอไปถูกใจหลุ่มหลงเอาความน่ารักมุมไหนของอีอ้อมเข้า เอ๊ะ…หรือจะเป็นเทรนด์ฮิตในช่วงนั้น ที่เก๋าโจ๋ต้องมีตุ๊ดตู่ไว้คอยเคียงข้าง

เรื่องลึกซึ้งของคนสองคน บางครั้งคนวงนอก ก็มิอาจเข้าใจ

ซึ่งหากไอ้ปิ๋วไม่รีบร้อนย้ายออกจากทวีธาตอนม.5ไปซะก่อน สายสัมพันธ์ของคนทั้งสอง อาจชวนให้เกิดเหตุชายเหนือชายขึ้นที่ห้องสองสองก็เป็นได้

และไอ้การที่เป็นตุ๊ดตู่ในโรงเรียนชายล้วนนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้องถั่วงอก สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การถูกแกล้ง ซึ่งในตอนแรกที่อ้อมยังเคียงข้างปิ๋ว เราถั่วงอกยังไม่มีความคิดกล้าลงมือเล่นแกล้งใดๆกับอีอ้อม ด้วยติดเกรงใจและไม่กล้าลองดีกับอารมณ์ของปิ๋ว แต่พอปิ๋วเริ่มไม่มาโรงเรียนจนกลายเป็นห่างหายจากอ้อม ก็จึงได้เป็นทีของเราที่เสนอตัวกล้าแกล้งอีอ้อมกันมากขึ้น ซึ่งไอ้การเริ่มแกล้งจนภายหลังกลายเป็นสนิทกับอีอ้อมนี่เอง ที่ทำให้เราทุกคนรู้ว่า จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าอ้อมจะหงิมๆเรียบร้อยไปซะทั้งหมด ก็มีที่ต้องกล้าดื้อ ปล่อยกระแดะตามประสาตุ๊ดตู่อยู่บ้าง เพราะกับการได้อยู่ร่วมชายคาห้องกับพวกป่วนซ่า หากไม่รู้จักรับมือ มีปากมีเสียง  สู้รบด้วย ก็เห็นทีต้องจำยอมถูกแกล้งอยู่ร่ำไปแน่

ดังนั้น จึงมีบ้างที่อีอ้อมกล้าที่จะเล่น ต่อปากต่อคำ อำเอาขำๆกับพวกเราให้ได้เฮได้ฮากันพอสนุก ไม่เกินงามความกระแดะ ซึ่งมันเป็นการสร้างภาวะอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องอารมณ์หรือการแสดงออกถึงความต่างของการเป็นเพื่อนต่างฮอร์โมนเลย ไม่เหมือนกับคู่หูแอบอวบ อีแบะ ที่ขานั้นวันๆเอาแต่ตั้งแง่ เหล่ตาตี่ เชิดใส่ถั่วงอกในทุกเหตุผลโดยตลอด

แต่ถึงจะพอเป็นเพื่อนเข้ากันได้ดี ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นละครับว่า หนึ่งหญิงกับสามสิบชายในเวลาลับตาคน มันไม่น่าไว้ใจอยู่แล้ว และเมื่อฮอร์โมนโครโมโซมความเป็นชายพุ่งพล่านขึ้นมาบ้าง บวกกับหนุ่มๆถั่วงอกบางคนที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มและใจจดจ่อว้าวุ่นในเรื่องเพศ มันก็เลยมีบ้างบางครั้งที่อีอ้อมจะถูกพวกเราแกล้งแรงๆ ถึงขั้นอยากจะพิสูจน์ขอดูวิธีการหนีบจู๋มาโรงเรียน

แล้วการรุมโทรมของชายหื่นในวันที่สันดานดิบตื่นตัวก็เกิดขึ้น กลุ่มถั่วงอกวิปริตก่อเหตุอุบาวท์เพียงเพื่อสนองความกำหนัดของตัวเองเวลานึกครึ้มบ้าอยากเห็นอวัยวะในร่มผ้าของเพื่อนตุ๊ด ซึ่งทั้งหลายทั้งหมดร่วมมือกันก่อการร้ายโดยมิต้องอาศัยพงหญ้ารกทึบหรือตึกร้างในการอำพรางสายตาคน หากแต่มันมักจะเป็นพื้นที่หลังห้อง ในส่วนข้างถังขยะต่างหาก ที่เดนคนใจโฉดเลือกรุมทึ้งแก้ผ้าอีอ้อมกัน

นาทีนั้น มีแต่คนอัปปรีย์และความอัปปรีย์ที่มาปูยี่ปูยำรวมกันอยู่

นอกจากเสียงเฮโลของพวกหื่นแล้ว จะมีก็เพียงเสียงเล็กๆด่าทอออกมาจากอีอ้อมที่กำลังดิ้นรนต่อสู้ขัดขืนสุดกำลังเท่าที่ทำได้ดังสวนออกมาท่ามกลางชั่วโมงมือชุลมุน ความเมามันแห่งการกระทำอันบัดสี ประเจิดประเจ้อกลางวันแสกๆแบบนั้นจบลงได้ก็ตรง พวกโรคจิตสามารถแก้ผ้าเพื่อนต่างเพศได้เสร็จสมอารมณ์หมาย ประกอบกับความใคร่ของชายโฉดเริ่มเจือจางลงไป การรุมโทรมข้างถังขยะก็เป็นอันเลิก

ก็เท่านั้นครับที่นึกสนุกกัน แค่จับอีอ้อมแก้ผ้า ให้มันต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวใหม่ เท่านี้แหละที่ถั่วงอกวิกลจริตพึงใจ เรื่องจะได้เห็นการหนีบจู๋ เป็นประเด็นพ่วงความสนุกเท่านั้น ซึ่งอีอ้อมก็ทำได้แค่ด่าไปบ่นไป ว่าพวกเราเลวอย่างงู้น เลวอย่างงี้ แต่ก็ไม่เคยปรากฎว่าจะมีครั้งไหนที่อีอ้อมจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถึงขั้นเลิกคบกับพวกเราที่เล่นแรงๆแบบนั้น

 เพราะอะไรนะหรือครับ

อาจเป็นได้ว่าอีอ้อมเข้าใจดีแท้ถึง พฤติกรรมห่ามของแก็งค์เด็กชายทโมนอย่างถั่วงอกที่พอเหงาๆเมื่อไหร่เป็นต้องหาเรื่องให้มีอะไรทำเล่นแก้เซ็ง การรุมแก้ผ้าอีอ้อมเป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งก็เล่นกันเพื่อชวนตลกโปกฮากันไป ไม่ได้มีเจตนาย่ำยี หรือเห็นอีอ้อมเป็นวัตถุทางเพศที่จ้องจะคอยรังแกกันหรอก คือเหมือนว่า ว่างๆไม่มีอะไรทำ ก็เลยจับอ้อมแก้ผ้าเล่นซะงั้น คิดได้อย่างนี้ อีอ้อมมันจึงไม่ถือสาพวกเรากันเท่าไหร่

นั่นจึงทำให้ชีวิตประจำวันของอีอ้อมที่มีร่วมกับมนุษย์ฮาแตกอย่างถั่วงอกเป็นไปได้อย่างสอดคล้อง ราบรื่น เพียงเพราะเข้าใจซึ่งสันดานกัน

อ้อมยังจัดได้ว่า เป็นนักเรียนที่อยู่ฝ่ายเรียนหนังสือกับเขาเหมือนกัน เพราะสังเกตได้จากการที่อ้อมมักได้คะแนนลำดับต้นๆของห้องจากการสอบ แต่ก็มีเรื่องหน้าแหกเกี่ยวกับเรื่องเรียนของอีอ้อมอยู่เรื่องหนึ่งที่พอจำความได้มาเล่าให้ฟังกันอยู่

ครั้งหนึ่งก่อนการประกาศผลคะแนนสอบ ด้วยความที่อ้อมโชว์ความมั่นออกมาว่า วิชานี้ทำได้ วิชานี้กลัวเหลือเกิน กลัวที่จะได้คะแนนท๊อปของห้อง การประกาศตนของอ้อมในครั้งนั้น สร้างความหมั่นไส้เล็กๆให้กับพวกเราถั่วงอกที่เหลือ ซึ่งเราก็ทำได้แค่ยอมรับฟังคำคุยโวของอีอ้อม ที่เจตนากะกวนตีนพวกถั่วงอกที่ออกจะดักดานในเชิงวิชาการ เพราะส่วนหนึ่งก็ค่อนข้างเชื่อว่า อีอ้อมก็น่าจะท๊อปจริงๆนั่นแหละ

ครับแต่อย่างที่บอกแล้วว่า นี่คือเรื่องหน้าแหกของอีอ้อม

ครั้งนั้นกับวิชานั้น………….แม้คะแนนจะไม่ดีกัน แต่คนทั้งห้องผ่านกันหมดครับ

ในขณะที่…..อ้อม

……………………………………..

เสียงหัวเราะดังๆของพวกเราชาวแก็งค์ตามมาทันทีหลังจากสิ้นเสียงบอกคะแนนของอาจารย์ที่มีต่ออีอ้อม เพราะก่อนหน้านั้นอีอ้อมทำกวนตีนจุ๊ปากบอกให้พวกเราเงียบ พร้อมเสียงย้ำ กลัวท๊อปค่ะ กลัวท๊อปค่ะ และก็เตรียมยืดอกแบบกระแดะเล็กน้อยคอยฟังคะแนนที่กำลังจะประกาศจากอาจารย์เมื่อคิวเรียงมาถึงเลขที่ของอ้อม

ธวัชชัย…. แปดคะแนน

อกที่ยืดขึ้นพร้อมหน้าตาหยิ่งผยองรอรับคะแนนท๊อป กลายเป็นอกแฟบๆ หน้าจ๋อย ห่อเหี่ยวทันทีที่รู้ว่าตัวเองได้8 เต็ม 30 ซึ่งก็เท่ากับว่า ตกคนเดียวของห้อง

ไม่รู้ว่าอะไรคือความผิดพลาดในครั้งนั้นของอีอ้อม แต่ที่แน่ๆเราก็มีเรื่องให้ได้อำอีอ้อมในช่วงเวลานั้นกันว่า

กลัวท๊อปค่ะ กลัวท๊อปค่ะ

ซึ่งความสนิทกันน่าจะเพิ่มมากกว่านี้แน่ ถ้าอีอ้อมยังเรียนหนังสือร่วมกับเราไปจนถึงจบม.6 แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการที่ทำให้อ้อมต้องตัดสินใจหยุดเรียนกับทวีธาภิเศกไว้ที่ม.5 ทำให้หลังจากนั้นเราก็ขาดหายกันไป

แต่ก็พอทราบข่าวมาเป็นระยะๆว่าอ้อม ทำงานไป เรียนไปด้วยในตอนหลัง

และก็มีคนเห็นอ้อมไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยสยาม ย่านบางแค

ซึ่งครั้งหลังสุดที่ผมได้เจออ้อมคือ งานฉลองวันรับปริญญาของโก๋เขียว โก๋ทิน ที่อีอ้อม มาร่วมสนุกกับพวกเราอีกครั้งที่สถานบันเทิงดิสคอฟเวอรี่ในแบบที่คนรอบข้างเห็นก็ต้องฮือฮา ร้องครวญครางกัน

เพราะนาทีนั้น เชื่อว่าชายไทยคนใดที่ได้เห็นอ้อม เป็นต้องรู้สึกซี๊ดที่รูปาก เกิดอาการพุ่งพล่าน มุ่งตรงอยากจะขอเทอร์โบ เอ๊ย! เบอร์โทรอ้อม กันทั้งนั้น

ทำไมนะหรือ

อ้อมตัดต่อพันธุกรรมเรียบร้อยแล้วครับ

นอกจากจะเป็นสาวแล้ว 100% ที่ดูดีขึ้นก็ตรงหน้าตา รูปร่างและการแต่งตัวของอีอ้อม ที่ต้องยอมรับและเชื่อว่าต้องมีผู้หญิงบางคนบ้างละที่อิจฉาอีอ้อมกัน เพราะนอกจากจะสะสวย เซ็กซี่ได้ใจแล้ว พฤติกรรม วาจาจริตอะไรต่างๆ ก็แทบดูไม่ออกเลยว่านี่คือนักเรียนที่มาจากโรงเรียนชายล้วนมาก่อน

แถมคืนนั้น อ้อมขึ้นร้อง How do I live โชว์เพื่อนเพื่อถือโอกาสฉลองการเป็นบัณฑิตให้ โก๋ทิน โก๋เขียวในแบบที่นักร้องตัวจริงบนเวที ต้องอายและยกนิ้วให้ในความสามารถและเสียงของอีอ้อม  

เราจึงสนุกกันไปแบบที่โต๊ะข้างๆต้องมีแอบอิจฉาที่เห็น ชายหนุ่มแก็งค์ถั่วงอกทะโมน แอบแทะโลม ลูบไล้หญิงสาวสวยเสียงดีในกลุ่มได้อย่างเปิดเผย โจ่งแจ้ง โดยไม่มีคำว่ากระดากหรือเกรงใจให้กับเพื่อนหญิงสวยในที่สาธารณะชน ซึ่งเชื่อว่าในวินาทีกามารมณ์ ณ. คืนนั้น ต้องมีใครในกลุ่มพวกเรา คิดชั่วจริง ล่วงเกินอีอ้อมด้วยเจตนาและจิตใจที่มัวเมาไม่เหมือนวันวานกับเหตุการณ์ข้างถังขยะเป็นแน่

ซึ่งเราก็เฮสนุกพูดคุยกันไป แถมยังแซว อ้อมไม่ต้องหนีบจู๋อีกแล้ว รวมไปถึงเรื่องราวสารพัดที่ถูกนึกขึ้นมาแลกเปลี่ยนกันในช่วงเวลาที่ห่างหายไป และที่สำคัญในคืนนั้น อีอ้อมบอกกับเราว่ามันมีแฟนแล้ว เป็นผู้ชายด้วย คบได้ปีนึงละ

เราจึงถามกลับไปว่า อ้าว แล้วเขารู้มั๊ย

อีอ้อมหัวเราะ ก่อนตอบกลับมา

“ไม่รู้ย่ะ

ตาโตฮือฮากันทั้งวงครับ

…………………………………………………………..

ธวัชชัย ภาคทรวง นักเรียนคนที่ 29 ห้อง 522 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

31ตุลาคม 2549

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: