วี๊ด…..ตั๊ม……มมมม !!!

 

ในงานฉลองประจำปีของชาวไทยทั้งหลายที่มีให้กับประเพณีเดือนสิบสอง ยามน้ำนองเต็มตลิ่ง ผู้คนโดยทั่วไปนิยมที่จะออกมาชุมนุมกันในเวลาพลบค่ำของวันเพ็ญเดือนนั้นด้วยเหตุผลของการเป็นค่ำคืนของประเพณีที่ดี ซึ่งถ้าลองได้แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าดู พระจันทร์เต็มดวงในคืนเดือนสิบสอง เป็นอะไรที่สวยงามดีแท้ แถมยังชวนอารมณ์ให้รู้สึกสุนทรีย์ซึ่งเข้าได้ดีกับบรรยากาศแห่งการฉลองรื่นเริงซะเหลือเกิน

กระทงปักธูปเทียน สีสันสวยงาม เป็นสิ่งของที่ชาวไทยเราทุกคนคงเคยได้ถือมันกันอยู่ทุกปีของช่วงเวลานี้ การขอขมาแด่องค์เจ้าแม่คงคาเป็นไปเพื่อการสำนึกบุญคุณอันยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำโดยสื่อผ่านกระทงทั้งหลายที่ล่องลอยสว่างไสว นั่นน่าจะบอกถึงความผูกผันและวัฒนธรรมที่ดีที่เราชาวไทยมีให้กับผืนน้ำที่หล่อเลี้ยงเคียงคู่พื้นแผ่นดินแห่งนี้มาช้านาน

ที่กล่าวมาข้างบนคือส่วนของประเพณีอันดีงาม ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นจากการล่องลอยตั้งจิตสำนึกบุญคุณและอธิษฐานถึงความหวังตั้งใจกันในชีวิตแล้ว ก็มาถึง ส่วนของเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

หากประเพณีลอยกระทงมีมาเคียงคู่กับสายน้ำไหลแล้ว เสียงประทัดและดอกไม้ไฟบนฟ้า ก็น่าจะมาเคียงคู่กับการฉลองหลังจากลอยกระทงกันเสร็จ

ความสนุกบรรลัยของการเล่น พลุ หรือดอกไม้ไฟ ใครที่เคยผ่านวัยเด็ก น่าจะพอทราบอยู่แล้วว่า มันโคตรได้อารมณ์คึกคักตื่นเต้นเลย เมื่อเวลาเราจุดไฟได้แล้ว และกำลังแหย่จี้เข้าไปที่ปลายชนวนวัตถุสนุกสนาน

และเมื่อมันทำงาน ร้อยทั้งร้อยความเบิกบานก็ตามมา ซึ่งถ้าเป็นอันที่ออกแนวสวยงาม มีลูกเล่นกับประกายไฟสวยๆ แบบนั้นเมื่อพอจุดติด ความประทับใจจะได้มาหลังจากที่มันสว่างไสว แต่ถ้าจะถามหาถึงความเร้าใจตามประสาของเด็กวัยรุ่นละก็…..

มันต้องเป็นแบบเสียงดังล้วนๆครับ

ถั่วงอกเมื่อย้อนกลับไปในวัยทวีธา เขาก็ยังเป็นวัยรุ่นซิง

ดังนั้นความเร้าใจในแบบการมีส่วนร่วมกับวัตถุสนุกสนาน

ต้องมีอยู่คู่กับเขาแน่

ย้อนกลับไปหนึ่งเดือนก่อนถึง วันลอยกระทง ในตอนที่ถั่วงอกอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เทศกาลรื่นเริงเต็มทีทั้งลอยกระทงและสิ้นปี โรงเรียนทวีธาภิเศกก็ต้องปวดหัวและทำใจรับมือกับสถานการณ์ป่วนโรงเรียนเป็นระยะจากมือป่วนบอม์มระเบิดพลุดอกไม้ไฟ ที่แม้จะยังไม่ถึงวันที่สมควรจะฉลองยามน้ำนองเต็มตลิ่ง แต่การสร้างความบันเทิงล่วงหน้า เป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อวัตถุประกายไฟสามารถหามาได้ง่ายเหลือเกินในสมัยนั้น บวกกับคิวการแสดงความป่วนที่มันก็ดันมักไม่เลือกเวลาเท่าไหร่ ซึ่งโดยมากจะนิยมกันในช่วงเวลาที่โรงเรียนยังอยู่ในชั่วโมงการสอน หาใช่หลังเลิกเรียนแล้วไม่ ดังนั้น จังหวะการสอนของอาจารย์ทั้งหลายจึงมักถูกขัดด้วยเสียง

วี๊ด………….ดดดดดดดดดดด                                                         ปั๊ง !!!

เสียงจรวดยอดฮิตของเทศกาลลอยกระทงถูกจุดให้มีวิถีโค้งพุ่งจากระเบียงออกไป โดยเป้าหมายของการเล่นจรวดวี๊ดปั๊งคือ พื้นที่กลางอากาศเหนือสนามบอลของโรงเรียนทวีธานั่นแหละ ซึ่งมันสามารถเป็นจุดรับชมความงามของจรวดวี๊ดปั๊งได้ดีจากนักเรียนทั้งหมด เพราะสนามบอลเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่ถูกล้อมรอบด้วยตึกทุกตึกทั้งหมดของโรงเรียน และเป็นที่รู้กันดีว่ามันคือสถานที่ประลองความมันส์ที่พวกมือป่วนระเบิดทั้งหลายจะยิงจรวดวี๊ดปั๊งข้ามตึกกัน ดังนั้นแล้ว เมื่อเสียงวี๊ด ลอยคว้างมาแต่ไกล ก็เป็นอันรู้กันทันทีว่า เสียงปั๊งจะต้องลอยดังต่อมาเหนือสนามบอลแน่นอน

ซึ่งทุกๆดอกหลังจบเสียงปั๊ง จะมีเสียงเฮดังๆจากชาวทวีธารอบตึกสนามบอลขานรับความหฤหรรษ์เสมอ

มันจึงยิ่งเป็นความสนุกที่คนทั้งโรงเรียนให้ใจไปกับดอกไม้ไฟในเวลากลางวัน ที่ยิงออกมาจากมือป่วนเหล่านั้น

ครับ…ความบันเทิงเป็นของนักเรียนทุกคนที่ได้เห็นมิสซายด์วิ๊ดปั๊ง แต่ไม่ใช่กับอาจารย์ฝ่ายปกครองแน่

ว่าแล้วการประกาศเตือน และความตั้งใจกวาดล้างมือจุดจรวดก็มีออกมาให้เห็น เมื่อฝ่ายปกครองที่นำทีมโดยอาจารย์ทองปานเริ่มเอาจริง สืบค้น แกะรอย เสาะหาที่มาของจรวด

แต่การกระทำของกลุ่มป่วนในที่มืด ย่อมยากต่อการตามจับของคนที่แจ้งอย่างฝ่ายปกครองอยู่แล้ว

ดังนั้น เสียงวี๊ด………………..ปั๊ง ยังคงตามหลอกหลอนและรังควาญโสตประสาทของอาจารย์ทองปานอยู่ตลอดในช่วงวันเวลาก่อนถึงคืนลอยกระทง

และยิ่งใกล้ถึงวันประเพณี ก็ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งถี่ขึ้นถี่ขึ้น วันๆหนึ่ง จรวดพุ่งข้ามตึกกันไม่รู้กี่ครั้ง เสียงวี๊ดปั๊ง ตามด้วยเสียงเฮจากคนทั้งโรงเรียนมีเกิดขึ้นไม่รู้กี่หน จนฝ่ายปกครองต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปราบปรามมือป่วนให้สิ้นซากให้จงได้

เอาจริงสุดๆถึงขนาดตรวจค้นกันในทุกเช้าก่อนเข้าโรงเรียนกันมา แต่ถึงกระนั้นการตรวจจับแบบคาหนังคาเขาก็ยังไม่บังเกิดขึ้นซักทีกับนักเรียนเดินแถวเข้าโรงเรียน เพราะการลักลอบนำวัตถุสนุกสนานมาเล่นกันในโรงเรียนมันสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายช่องทางอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี ความพยายามในการตรวจค้นและแกะรอยก็เริ่มจะมาถูกทาง เมื่อทุกดอกของจรวดวี๊ดปั๊งในพักหลังๆ เริ่มมีทิศทางเดียวมาจากตึกสอง ตึกสุรชัยรณรงค์ ตึกเดียวที่มีพวกม.ปลายเรียนกันเท่านั้น ที่บอกว่าพักหลังๆก็เพราะ แต่ก่อนจรวดวี๊ดปั๊งจะมีวิถียิงจากตึกอื่นบ้างเพื่อตอบโต้เฮฮากัน แต่พอเจอการตรวจค้นก่อนเข้าโรงเรียนที่เป็นไปอย่างเข้มขึ้นเข้มขึ้นบวกกับการประกาศเอาจริงตามจับมือป่วนโรงเรียนให้ได้แน่ๆหลังเคารพธงชาติหน้าเสาธงจากอาจารย์ทองปานดังออกไป พวกป่วนใจมดตัวปลอมจากตึกฝั่งม.ต้น ก็ล่าถอยเงียบหาย คงเหลือไว้กับวี๊ดปั๊งที่ยิงมาจากตึกม.ปลายอย่างเดียว

ครับ…นาทีนั้น วี๊ดปั๊งคงเหลือไว้กับกลุ่มก่อการร้ายเครือข่ายใหญ่รายเดียวเท่านั้นครับ

แต่เมื่อเบาะแสและข่าวกรองถึงขนาดระบุได้ว่า น่าจะเป็นห้องป่วนห้องนี้ละ ชัดเจนซะขนาดนั้น มือป่วนระเบิดทั้งหลายจึงต้องเริ่มระวังตัว และสงวนท่าทีเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้การลงมือกระทำในแต่ละครั้ง นอกจากจำเป็นต้องใช้ความกล้าเอาตัวเข้าแลกกับความสนุกอย่างมากแล้ว ยังต้องมั่นใจด้วยว่าจะสามารถลอยนวลป่วนต่อได้

เมื่อผู้ก่อการร้ายยังไม่ยอมลดราวาศอกตามมาตราการเอาจริงของฝ่ายปกครอง ก็แน่ละครับว่า เสียงวี๊ด………….ปั๊ง ยังคงมีมาอยู่เรื่อยๆ แม้จะไม่บ่อยเท่าช่วงแรก แต่กลับกลายเป็นว่า แต่ละดอกยิ่งสร้างเสียงเฮจากคนทั้งโรงเรียนให้ดังหนักแน่นมากขึ้นกว่าเก่า เพราะเมื่อพวกป่วนยังกล้าโชว์ความอุกอาจ นักเรียนทั้งโรงเรียนก็สมควรที่จะเพิ่มเติมความชอบใจ จนอดชื่นชมตอบแทนการทำงานที่กล้าท้าทายฝ่ายปกครองด้วยเสียงเฮดังๆหลังจรวดทำงานไม่ได้

เป็นอาจารย์ทองปานในตอนนั้นก็ได้แต่ทำใจครับ เมื่อไม่สามารถตามจับตัวการได้สำเร็จซักที แต่สิ่งที่พอสร้างความเบาใจไว้ได้หน่อย ก็ตรงที่เหลืออีกไม่กี่วันก็ถึงวันลอยกระทงแล้ว การเล่นดอกไม้ไฟคงจะซาไปเองเมื่อผ่านคืนนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทุกอย่างอาจเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้

อาจารย์ตั้งความหวังไว้ลึกๆ

ผิดครับ….

จรวดวี๊ดปั๊งนั่นเด็กๆไปเลย หลังจาก กลุ่มก่อความไม่สงบไปเดินเที่ยวเล่นกันในวันลอยกระทงแล้วเกิดถูกใจเปิดโต๊ะเจรจากับพ่อค้าขายอาวุธเถื่อน การระดมทุนกันเพื่อเหมาวัตถุระเบิดแบบใหม่ที่ทางตลาดมืดภูเขาทองขายเลหลังลดกระหน่ำให้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายพวกนั้น เกิดขึ้นทันทีที่พวกเขาตื่นตาตื่นใจเห็นสินค้าน่าสนใจเต็มแผง

โทนี่ หัวหน้าชุดปฎิบัติการล่อซื้อวัตถุต้องห้ามของโรงเรียนในครั้งนั้น นอกจากจะสละเงินมหาศาลจากการหามาได้จากบ่อนคาสิโนป๊อกเด้งของเขาแล้ว ยังออกคำสั่งให้ขบวนการก่อการร้ายที่เหลือทุกคนสละเงินส่วนตัวกันทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งความสะใจครั้งใหม่

แล้วการเจรจาตกลงซื้อขายก็สิ้นสุด เมื่อเงินคงคลังของกลุ่มก่อการร้ายทุกคนถูกใช้จ่ายไปหมดเพื่อแลกมากับ สกั๊ด จรวดนำวิถีท่อพีวีซีขนาดยักษ์ รัศมีการทำลายล้าง 500 เมตร จำนวน 3 ลูก, ระเบิดกุหลาบแดง ที่มีอานุภาพเสียงดังทำลายโสตประสาท จำนวน 1 คลังแสง, จรวดวี๊ดปั๊งอีก 100 ดอก, กระจับ 10 ตับ, พลุควัน 3 ลูก, กระเทียม 3 กล่อง, มะยม 2 เม็ด, ไฟเย็น1 ซอง และโอ่งยักษ์หม้อแม่นาคอีก 1 โอ่ง

ซึ่งทีเด็ดที่คนขายอาวุธสงครามบอกไว้ก็คือ ไอ้เจ้าระเบิดกุหลาบแดงที่มีลักษณะใหญ่และอ้วนกว่าประทัด 2-3 เท่าที่ตรงกลางมีสัญลักษณ์กุหลาบให้เห็นนั้น นั่นแหละคือ สุดยอดยุปโธปกรณ์ก่อกวน ที่สามารถสร้างอานุภาพของเสียงไม่แพ้ตะไลหรือระเบิดไดนาไมต์ ได้เลย

เพียงแค่คำบอกเล่าก็ทำเอาถูกใจโทนี่ ถึงขนาดสั่งเหมามาหนึ่งคลังแสง

ซึ่งในคืนนั้น โทนี่ก็สั่งการให้พวกเราทดลองอาวุธทุกอย่าง โดยผลของการทดลองอาวุธเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ จรวดสกั๊ด และระเบิดกุหลาบแดง ที่สมคำเล่าลือจากปากคนขายจริงๆ

โดยพวกผู้ก่อความไม่สงบก็เล่นทดลองกันไปแบบพอหอมปากหอมคอ ฉลองลอยกระทงร่วมกับคนภูเขาทองอย่างเบิกบานสำราญใจ และก็ไม่ลืมที่จะเก็บส่วนที่เหลือ สงวนไว้คอยฉลองกับชาวทวีธาในวันรุ่งขึ้นด้วย

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: