บ่างช่างยุ

เคยคิดกันบ้างมั๊ยว่า กิจกรรมหลายหลากทั้งดีและเลวบนโลกใบนี้ อาจเกิดขึ้นหรือสามารถเป็นไปได้ยากหรือมิอาจเกิดขึ้นได้เลย ถ้าหากขาดไปซึ่งแรงสนับสนุนจากปัจจัยแวดล้อมในด้านต่างๆ ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยทางด้านบุคคล ดังเช่น การจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง ให้ทำคนเดียวมันก็ยากอยู่หรอกที่จะสัมฤทธิ์ผลในเวลาอันสั้น แต่ถ้าได้แรงหนุนที่ดี ร่วมด้วยช่วยกันเข้า อะไรๆที่ว่ายาก มันก็กลายเป็นง่ายเข้ามา ไม่ต้องไปดูไหนไกลอื่นแค่กีฬาที่เล่นกันอยู่ทุกประเภทในปัจจุบัน นักกีฬาจะทำผลงานได้ดีหรือไม่นั้น ปัจจัยแวดล้อมทางด้านบุคคลอย่าง กองเชียร์ ถือว่ามีส่วนสำคัญเสมอสำหรับการแข่งขันในทุกเกมกีฬา เพราะถ้าหากว่าเรามีใครคอยให้ท้ายส่งเสริมในด้านกำลังใจแล้ว พลังใจแรงฮึดที่ได้มาจากเสียงเชียร์ มันก็ชวนให้ก่อเกิดแรงขับเคลื่อนเพื่อพุ่งทะยานอยากไปข้างหน้าได้เหมือนกัน ดังนั้น การได้แบ็กอัพกองเชียร์ที่ดี ผลที่ตามมาเสมอก็คือ การคาดหวังได้ในผลงานของนักกีฬาที่ก็มักส่อเค้าเป็นไปในทิศทางที่ดี

นั่นคือส่วนของการส่งเสริมในแบบกีฬาที่หยิบยกมาพอเป็นตัวอย่าง ซึ่งก็น่าจะรวมไปถึงกรณีหรือกิจกรรมอื่นๆที่ล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นมากน้อยต่างกันไป แต่เกือบทั้งหมดย่อมต้องการได้รับการส่งเสริมจากคนหนุนหลังชั้นดีกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าทั้งหลายทั้งหมดได้คนมาช่วยสนับสนุนกันไปในทางสร้างสรรจรรโลงโลกแล้วละก็

ทุกอย่างบนโลกใบนี้คงงดงามน่าดู

แต่ถ้าเป็นการให้ท้ายในด้านตรงข้ามละ

ผมกำลังจะเปลี่ยนคำว่าสนับสนุนไปเป็นคำว่า ยุแยงตะแคงรั่วแทน เพราะมันน่าจะดูเหมาะสมมากกว่าถ้าจะต้องพูดถึงเรื่องราวของนักเรียนห้องสองสองคนนี้กับบุคลิกที่สอดคล้องกับเรื่องราวการแห่งการให้ท้าย ยุยง ยุแยงในแบบต่างๆเมื่อครานั้น

พฤติกรรมการเชียร์ลีดเดอร์ข้างรูหู

ท่านผู้อ่านครับ….เคยมีใครมากระซิบกระซาบข้างหูของคุณ ในขณะที่จิตใจกำลังว้าวุ่นอยู่บนเส้นทางแห่งการตัดสินใจ ระหว่าง ทำดี หรือ ทำเลว กันหรือไม่

จังหวะความคิดที่มันกำลังหมิ่นเหม่อยู่บนเส้นด้าย จะซ้ายดี เอะ!หรือว่า จะไปขวาดีกว่าวะ

แล้วเสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาหาห้วงความคิด

เอาเลย ทำไปเหอะ ไม่มีใครเขาว่าหรอก

เชื่อกู มึงกลัวเหี้ยอะไรวะ ช่างแม่งเดะ

นั่นคือถ้อยคำหลากหลายที่เพื่อนสองสองคนที่ว่า มักนิยมยกมาชี้นำสนับสนุนความคิดสับสนของคนถั่วงอกทั้งหลายให้มุ่งตรงไปในทางหรือผลประโยชน์ที่มันต้องการ ซึ่งโดยแท้เกือบ 100% มักส่อไปทางการเป็นกิจกรรมด้านเลวหรืออะไรก็ตามที่เป็นผลประโยชน์ล้วนๆที่เอื้อต่อมัน

ครับ กับจิตใจที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว เมื่อต้องมาเจอกับ แรงส่ง แรงผลักดัน หรือแรงของการฟันธงเชิงแนะนำที่ซ่อนเจตนาเคลือบแฝงเล่ห์กลบางอย่าง และด้วยนาทีหมิ่นเหม่แห่งความคิดอย่างนั้น กับสมองที่กำลังระดมความคิดหักล้างความดีความเลวกันอยู่ แต่จู่ๆเมื่อต้องมาเจอกับเสียงเชียร์ที่รุมเร้ามากเข้า มากเข้า มันจึงไม่แปลกอะไรเลยถ้าจะต้องมีเอียงกันได้ในทางความคิด

กลัวเหี้ยอะไรวะ อย่าป๊อดน่า ใจตุ๊ดวะมึงงะ

ครับ ใจตุ๊ดนี่แหละครับที่บวกเอาคำว่าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายเข้าไปใช้ในการตัดสินใจด้วย เมื่อจิตเขวปนอกสามศอกของเพศชาย มันจึงเป็นไปได้เหมือนกันที่จะพาให้ถั่วงอกที่กำลังก่ำกึ่งทางความคิดเกิดหักเหเข้าสู่การกระทำทางด้านมืด

เขาคือ สเปเชี่ยลวัน หนึ่งเดียวคนนี้

โก๋นา…..

ธนา หรือโก๋นา คือหนึ่งในสามขุนพลของกลุ่มแกนนำสามกษัตริย์ เขาเป็นเด็กชายที่พบเห็นครั้งแรกก็รู้ทันทีว่ามีเชื้อสายเผ่าพันธุ์ไชนีสปนรวมอยู่ด้วยแน่ๆ เพราะมันยิ้มแต่ละที ก็ไม่เคยปรากฎพบเห็นเลยว่าจะมีลูกตาดำเล็ดลอดออกมา การมาเรียนหนังสือในแต่ละวันของโก๋นา มันมักจะมาในแบบสบายใจฉัน คือท่อนบนก็เป็นแบบฟอร์มนักเรียนปกติ แต่ท่อนล่างของไอ้นาจะเป็น รองเท้าแตะอยู่เสมอ ซึ่งมันเองมักชอบอ้างกับฝ่ายปกครองว่า เท้าเจ็บและเป็นแผล ไม่สามารถสวมรองเท้าได้ โดยการเอาผ้าหรือเทนโซพลาสมาปิดบังตรงส้นเท้าไว้ เท่านี้ก็ทำให้โก๋นากับรองเท้าแตะ คือภาพที่เราสองสองเห็นมันตามสบายจนชินตากัน

ซึ่งด้วยบุคลิกที่ชอบยุยงส่งเสริมเพื่อนฝูงให้ไปในทางลบดังที่อารัมภบทมาแล้วจากข้างบนนั้น ทำให้สังคมบันเทิงของห้องเรียนสองสองได้สีสันเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อในทุกการตัดสินใจเล่นสนุกหรือกิจกรรมป่วนโรงเรียนทั้งหลายทั้งปวงของห้อง หากมันเกี่ยวข้องและมีตัวตนของโก๋นารวมอยู่ด้วย ไม่ต้องสงสัยใดๆเลยว่า เสียงสนับสนุนกวนตีนอีกหนึ่งเสียงนี้เลือกที่จะยุยงหรือสนับสนุนคนถั่วงอกให้เรียนหนังสือหรือโดดเรียนเล่นสนุกกันแน่

เมื่อชอบยั่วยุ และส่งเสริมซะขนาดนั้น จึงไม่แปลกอะไรเลยถ้าจะบอกว่าโก๋นาจะเป็นบุคคลที่มีเล่ห์เหลี่ยมพอจะทันการเล่นแกล้งอำกันเล่นของแก็งค์ถั่วงอกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเพื่อกลั่นแกล้งชาวบ้าน หรือ เมื่อต้องตกเป็นเป้าโจมตีของเพื่อนๆถั่วงอกซะเอง โก๋นามักมีไอเดียกวนตีนหรือเอาตัวรอดจากการถูกแกล้งได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้โก๋นาสามารถถูกยอมรับจากโก๋โนให้เป็นหนึ่งในแก็งค์ถั่วงอกสามกษัตริย์ที่เลื่องลือของห้องสองสองได้

เพราะคนของแก็งค์สามกษัตริย์จำเป็นต้องแพรวพราวครับ

และเมื่อโก๋โน เจ้าพ่อคาสิโนของห้องถั่วงอก ยังได้เป็นไพ่คิงส์โพดำ นาทีนี้ก็อาจจะไม่ยุติธรรมใดๆเลย ถ้าท่านผู้อ่านทั้งหลายจะไม่ได้รู้จักกับตัวตนลึกๆของเขา ไพ่ใบที่สองของแก็งค์สามกษัตริย์ นักเรียนเบื้องหลังแสบสันต์ช่างยุแห่งถั่วงอกสองสอง

หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า

…………….โก๋นา แหม่มข้าวหลามตัด

เมื่อเจ้าพ่อไพ่คิงส์เป็นหัวหอกตัวตั้งตัวตีในการรับเล่นการพนันทั่วราชอาณาจักรทวีธา ดังนั้นมันจึงจำเป็นเหลือเกินที่จะต้องมีลูกมือคู่หูในการช่วยแบ่งเบาภาระหรือร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับบ่อนคาสิโนเคลื่อนที่ของเขา

แม้ความใจถึงจะไม่เทียมเท่า แต่ด้วยลูกยุและน้ำเสียงเล็กๆเหมือนยุงบินน่ารำคาญ ที่ฟังดูแล้วไม่มีพลังอำนาจใดๆเลย ที่เปล่งออกมากแบบจังหวะย้วยๆยาวๆจากปากโก๋นา นี่แหละที่คือ ลมปากทีเด็ดที่ชวนถั่วงอกผู้อ่อนไหวกับความโลภทั้งหลายให้ติดกับดักการพนันก็มีมาแล้ว ก็เพราะเมื่อไอ้นาชอบเหลือเกินที่จะร้องท้าท้ายคนถั่วงอกด้วยเสียงเล็กๆย้วยๆของมันซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุด จนบางครั้งมันมักชวนให้เกิดอารมณ์จากคนถั่วงอกถึงขั้นต้องตอบโต้กลับไปในทุกครั้ง ซึ่งนั่นแหละครับ คือการหลงติดบ่วงยั่วยุของโก๋นาและบ่อนคาสิโนของเจ้าพ่อโน

อ้ายเหี้ยยย แทงแค่นี้ อย่าเสือกแทงเลย เจ้าเสียเวลาเมื่อยหลังแจกไพ่วะ สาด..ดด

ครับ.. ไอ้นาว่าไปเมื่อเห็น เหรียญห้าบาทจากสองสามมือถั่วงอกถูกยื่นเข้ามาสู่วงไพ่ของโทนี่

ต่ำสุดสิบ ถ้าใจตุ๊ดไม่แทง ก็ไม่ต้องเล่น

สาด..ดด อย่าป๊อด..ดดน่า

ใจมดไปเล่นที่อื่นเลย

อีแบะ ยังแทงมากกว่านี้เลย สาด..ดด

ครับ ต่อมศักดิ์ศรีลูกผู้ชายทำงานพร้อมการเปลี่ยนจากเหรียญห้าเป็นแบงค์สิบ

หากว่าไม่โชคดีกว่าเจ้ามือ การถูกเจ้าป๊อกเด้งเพียงตาแรกของวัน ก็ทำให้เราต้องยื่นแบงค์ยี่สิบให้โทนี่ไป ซึ่งนั่นก็คือ จุดเริ่มต้นแห่งการอยากตามควายกลับมา และการถลำลึกเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของการพนันซึ่งส่วนหนึ่งนั้นมันมาจากแรงยุของโก๋นา

หรือจะ

การที่โก๋เหม่ง ผู้หูเบาไปตามทิศทางกระแสความนิยมต่างๆอยู่เสมอ ถ้าคนส่วนใหญ่กำลังอินเทรนด์กับเพื่อชีวิต โก๋เหม่งก็สามารถที่จะฟังปู พงษ์สิทธิ์กับเขาได้ แต่ถ้ามีกระแสแร็พเปอร์เข้ามา โก๋เหม่งก็สามารถเป็นวานิลลา ไอซ์ ได้อีกเหมือนกัน

ครับ….แฟชั่นเสื้อผ้าก็ไม่เว้น

เวลานั้น เฮฟวี่เสื้อฮาร์เลย์กำลังเสื่อมสลาย และแร๊พเปอร์ยังไม่เข้ามาอยู่ในหัวใจโก๋เหม่ง เสื้อผ้าแบบบูติกจึงเป็นสิ่งที่โก๋เหม่งไขว่ขว้ามาสวมใส่ ว่าแล้วการพาตัวเองและชวนเพื่อนๆไปปรากฎตัวเพื่อชอปปิ้งแบรนเนมบูติก ณ สยามเซ็นเตอร์ แหล่งแฟชั่นของเมืองกรุงจึงเกิดขึ้นในบ่ายวันศุกร์วันหนึ่งหลังจากเสร็จสิ้นคาบสุดท้ายแห่งการสอน

เราชาวแก็งค์และโก๋เหม่ง เดินทางมาสยามด้วยเสียงครึกโครมเหมือนเช่นเคย ในเมื่อสุดยอดความภูมิใจของการเดินทางเปิดตัวของโก๋เหม่งยังอยู่ที่การโชว์เครื่องเสียงติดรถยนต์ นั่นแหละที่ทำให้ เราจึงไปถึงปนสภาพหมั่นไส้ของคนรอบข้างที่มีต่อเด็กนักเรียนขาสั้น แต่โก๋เหม่งไม่เคยรับรู้

เมื่อโก๋เหม่ง ส่งตาหวานและกำลังเสยผมอยู่กับร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งที่เกิดสะดุดตาปิ๊งเอาเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นตัวหนึ่งเข้า มันก็ไม่ลังเลเลยที่จะเดินเสยผมพาตูดใหญ่ๆและขาโก่งๆของมันไปยังราวแขวนเสื้อในชอปแบรนเนมร้านนั้น

โก๋เหม่งหยิบจับและหยิบยกขึ้นมาทาบตัวเองดู ในขณะที่เพื่อนถั่วงอกที่เหลือทั้งหลายก็ตามเข้ามาสมทบ

ครับนาทีนั้น ทั้งหลายทั้งหมดที่ได้เห็นโก๋เหม่งกับแฟชั่นที่มันเลือก ก็ได้แต่ก่ำกึ่งอยู่ในใจ ว่าเสื้อตัวที่มันเลือก ดีแล้วหรือ ก่อนที่ใครต่อใครจะร้องทักถึงความผิดปกติในสไตล์ของเสื้อตัวนั้น

เสียงเล็กๆเหมือนยุงบินก็ดังโพล่งออกมาก่อนใคร

เหม่งแม่งตาแหลมวะ

เฮ้ย เหมาะกับมึงนะ

ในขณะที่เพื่อนคนอื่น งงงวยกับการเชียร์ของโก๋นา ว่าอะไรทำให้มันเห็นด้วยอีกคนกับเสื้อตัวที่โก๋เหม่งเลือกขึ้นมานั้นเหมาะแล้ว ดีแล้ว ที่จะซื้อ  เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน นั่นมันเป็นเสื้อผ้าในแบบ….

ชู้วๆ เงียบๆ เฉยๆไว้ โก๋นาหันมาจุ๊ปากบอกพวกเราในแบบยิ้มมองไม่เห็นตาแต่ใบหน้าแฝงไว้ซึ่งเลศนัย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่โก๋เหม่งกำลังพิจารณาเสื้อตัวนั้นอยู่อย่างติดลังเล และก่ำกึ่งนิดๆในแบบและสไตล์ของมันอยู่

มึงไม่ซื้อ กูซื้อนะ

โก๋นา เสียงดังแต่ไม่มีพลังใส่ไอ้เหม่ง

โก๋เหม่ง ยกเสื้อขึ้นทาบลำตัวแสดงให้เห็นถึงความพึงใจออกมา

ตัวสุดท้ายแล้วนะคะ  คนขายในร้านดันเอ่ยสมทบ

นั่นไง เหม่ง เหมาะกับมึงแล้ว เชื่อกูเดะ เค้ากำลังฮิตกันเลย ตัวสุดท้ายด้วย

มึงไม่เอา กูเอานะ

นั่นคือเสียงยุงบินเสียงสุดท้าย ที่ทำให้โก๋เหม่งรีบควักเงินจากกระเป๋ากางเกงจ่ายชำระเงินแก่เสื้อตัวนั้นไปทันที

เราทั้งหมดที่เห็นการตัดสินใจแล้วของโก๋เหม่ง บวกกับการเห็นการขยิบตาจุ๊ปากของโก๋นาก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรที่จะเราจะรอไปกว่า ตอนที่โก๋เหม่งจ่ายเงินเสร็จแล้วและถือถุงเสื้อผ้าเดินออกมาจากร้านพร้อมพวกเราจนพอสมควรแก่เวลาแล้ว จึงหันมาพร้อมเพรียงกันทั้งหมดโดยมีโก๋นาเป็นต้นเสียงที่แข็งแรงว่า

เอ้า…….

เฉลย!!

ครับ…เสื้อที่โก๋เหม่งซื้อมาในวันนั้น มันก็สวยดีอยู่หรอกครับ หากว่ามันไปสวมใส่อยู่กับเพศที่สาม เพราะแบบและสไตล์ของเสื้อตัวที่โก๋เหม่งใช้เงินหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทซื้อมาที่สยามเซ็นเตอร์ในวันนั้น มันเป็นเสื้อผ้าที่ชาวตุ๊ดตู่ กิ๊วก๊าว เท่านั้น ที่เค้านิยมใส่กันในเวลานั้น

แล้วลองคิดถึงการอำใส่กันของชาวถั่วงอกที่มีต่อการเสียรู้ของโก๋เหม่งดูสิครับ

ดังนั้นแล้ว  หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาท จึงเป็นการแขวนไว้เฉยๆกับราวตู้เสื้อผ้าของโก๋เหม่งแน่นอน

งานนั้นมีแต่เสียงหัวเราะดังๆกันทั้งวง กับรอยยิ้มกวนตีนจากงานที่สำเร็จของโก๋นา

 สามกษัตริย์ต้องแพรวพราว เจ้าเล่ห์ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: