.

และถ้าจะไม่เล่าถึงการมีส่วนร่วมในการเล่นฟุตบอลกับแก็งค์ถั่วงอกเลยคงเป็นไปไม่ได้แน่ เพราะเมื่อโก๋นาเองเป็นผู้ได้ชื่อว่า เขาคือเจ้าของการทำประตูที่ฮาที่สุดของการเล่นฟุตบอลแห่งห้องสองสอง

ไอ้นาเองเวลาเล่นบอลกับชนถั่วงอก มันมักจะแฝงตัวสอดแทรกไปอยู่ในตำแหน่งที่ใครคาดไม่ถึง ก็เพราะเนื่องด้วยไม่มีใครจะใส่ใจมันเท่าไหร่ บวกกับทีมบางพลัดมักละเลยในฝีเท้าของมันกัน ดังนั้นแล้ว โก๋นาจึงนิยมที่จะดันสูงขึ้นมาชวนผู้รักษาประตูบางพลัด ซึ่งก็ได้แก่โนบิ คุยเล่นอยู่เสมอ บอลเค้าจะเตะกันแทบเป็นแทบตายเท่าไหร่ ธนาไม่สน ขอจังหวะบางกระดี่บุกมาถึง แล้วลุ้นมั่วหน้าโกล์เท่านั้นที่คือสไตล์ของโก๋นา

ระหว่างการสนทนาของผู้รักษาประตูบางพลัดและกองหน้าช่างยุบางกระดี่ในขณะที่รูปเกม ณ เวลานั้น บางพลัดกำลังเอาบอลไปบุกฝั่งบางกระดี่อยู่ จู่ๆการโต้กลับอย่างฉับพลันของบางกระดี่ก็เกิดขึ้น บอลถูกลำเลียงมาอย่างรวดเร็ว จนที่สุดได้มีการเปิดโค้งมาจากตำแหน่งมุมธงพุ่งวาบมายังกลางประตูตรงจุดเตะโทษที่โก๋นาและโนบิกำลังสนทนาคุยจ้อกันอยู่

โนบินะเห็นแล้วว่าบอลลอยโด่งมา แต่ขณะที่ไอ้นายังไม่รู้

การตะโกนเรียกชื่อของโนบิเพียงเพื่อเตือนระวังภัยแก่เพื่อน แต่กลับเป็นโก๋นาคิดว่าเป็นการเรียกชวนคุยต่อ

ดังนั้น จังหวะบอลโค้ง และการสะบัดหน้าหันมาขานรับเสียงเรียกชื่อ จึงมาถึงพร้อมกัน

อะไรนะ คือเสียงที่ไม่เพียงจะเป็นการตอบกลับการขานชื่อไปหาโนบิ แต่มันคือการโหม่งระดับโลกที่สะบัดเอาลูกหนังเปเล่ 160 บาท พุ่งเข้าเสียบสามเหลี่ยมตาข่ายของโกล์ทีมบางพลัดอย่างงดงามหมดจรด

นาทีนั้น สายตาของคนจากศึกน้ำเงินเดือดไม่มีกระพริบ ในจังหวะสะบัดโขกแบบไม่รู้ตัวอย่างจังๆ

เจ้าตัวเองกว่าจะหายมึนและล่วงรู้ว่าเป็นคนทำประตูได้ ก็ตอนที่ถั่วงอกบางกระดี่เฮเข้ามารุมดีใจกัน

ประตูนั้น จึงถูกพวกเราชาวถั่วงอกจดจำกันจนเป็นตำนานความฮา ในฐานะ…ลูกโหม่งอะไรนะ กัน

และก็ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นประตูเดียวของเขาซะด้วย ตลอดอาชีพการค้าแข้งให้กับทีมบางกระดี่

ซึ่งจากภายหลังเรียนจบกันไป โก๋นาก็มาช่างยุต่อที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก่อนจะเดินทางไกลไปถึงประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาต่อจนกระทั่งติดอกติดใจการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ระยะทางห่างลอนดอนเพียงไม่กี่กิโลคือที่พำนักที่โก๋นาอยู่ ณ ปัจจุบัน พร้อมกับการเลือกประกอบวิชาชีพอยู่ในร้านอาหารไทยแทนที่จะกลับมารับช่วงทำธุรกิจต่อยอดโรงงานทอผ้าจากพ่อแม่ของมัน และจากที่ได้ข่าวมาเห็นว่าอยู่ที่นู้นตอนนี้กำลังจะได้เป็นเชฟใหญ่ในร้านไทยแล้วเหมือนกันครับ

เจ้าของลูกโหม่งอะไรนะ อยู่ในแผ่นดินเจ้าของต้นกำเนิดเกมกีฬาลูกหนัง จนผ่านมานี้ก็เกือบสิบปีแล้วที่ห่างกันไป

แต่เมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา บ่างช่างยุของห้องสองสองก็กลับมาเยือนเมืองไทยพร้อมสายกริ๊งกร๊างที่บอกพวกเราให้รู้

แน่นอนแหละครับ ทุกคนที่พอตามกันได้ ถูกเรียกระดมพลเพื่อไปเจอกับ แหม่มข้าวหลามตัด สามกษัตริย์อีกครั้ง

แล้วความบันเทิงก็กลับมาอีกหนเหมือนครั้งวัยทวีธา เรากินดื่มกันไปจนล่วงรู้ว่า เดี๋ยวนี้โก๋นาอู้ฟู้ขึ้นขนาดไหน  เพราะเงินปอนด์กับเงินบาทมันต่างกันอยู่แล้วครับ

และเมื่อสติที่เริ่มหลุดลอยออกไปตามความเข้มของแอลกอฮอล์ แก็งค์ถั่วงอกก็เริ่มความต้องการแบบใหม่ในรูปแบบที่โก๋นาต้องเลี้ยงจ่ายแล้วถ้าจะซ่าต่อ ซึ่งเมื่อบวกกับการค้นพบว่าการ์ดรูดปรื้ดๆของโก๋นามีวงเงินเพียงพอแก่ความต้องการของเราด้วย

นิสัยที่เราซึบซับกันมา จึงเกิดขึ้น…….

เปิดเลย เอาเถอะ

มึงกลัวเหี้ยอะไรวะ

เหี้ย แค่ทำเมมเบอร์แค่เนี้ยเอง ได้เหล้า สองขวดด้วย

กลัวเหี้ยอะไรวะ

อย่าป๊อดน่า

ใจตุ๊ดวะมึงงะ

มึงไม่เปิด กูเปิดนะ

 การกระซิบกระซาบ เชียร์ลีดเดอร์ข้างรูหูจากคนถั่วงอกได้ถูกระดมเชียร์กันอย่างเมามันต่อหนุ่มไทยที่พึ่งกลับจากอิงแลนด์

แล้ววันนั้น บ่างช่างยุ ก็โดนเอาคืนอย่างที่มันเคยปั่นหูชาวบ้านให้จิตเขวเป็นจำนวนหลักสองหมื่นเลยครับ

 

ธนา วารีแสงทิพย์ นักเรียนคนที่ 31 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

24 ธันวาคม 2549

ปล. กลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกนะ เพื่อนๆคิดถึงเงินปอนด์ของมึงกัน

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: