เจ้ากรมถั่วงอก

มหกรรมตลกความฮา ที่รวบรวมเอาเสียงหัวเราะหลากหลายที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในห้องเรียนสองสอง หากจะว่าไปตามความจริงแล้ว และก็เป็นอย่างที่รู้ นักเรียนถั่วงอกตัวแสบสองสองคือที่มาของต้นกำเนิดเสียงหัวเราะที่ดังกึกก้องโรงเรียนทวีธาอย่างแน่นอน

แต่ถ้าจะลากมาสักคน เอาที่เด็ดดวงหัวโจกได้ใจด้วยแล้ว เรื่องราวของตอนนี้ก็สมควรแก่เวลาซะที ที่จะต้องเอ่ยเล่าบอกถึงเขา ผู้ที่ถูกผู้คนทั้งห้องสองสองยกให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของผู้นำความฮาและความป่วนโรงเรียนทวีธา

ชายตาหวาน ตูดใหญ่ ขาโก่ง และ บ้ายอ

หรือ เฮนเบะ, เต๊กคี่, เจ้ากรม, ลูกโจ้, พี่ช้าง, เหม่งลูกเม้ง, และ เฮียฉัตร

กูนะ วันแรกก็แสกกลางคนแรกของห้องแล้วว๊อย

เจ้าของเสียงที่พูดประโยคนี้ขึ้นมา ก็คือเด็กชายที่ผมได้ขยายลักษณะท่าทางรวมถึงบรรดาชื่อฉายาที่คุ้นหูทั้งหลายในห้องสองสองตามที่พอจะนึกออกมาได้ดังข้างบน ไอ้เหม่งว่าไปในขณะที่มันเอ่ยบอกเพื่อนฝูงให้ยอมรับว่า วันเวลาที่ผ่านมาตอนม.4 เทอมหนึ่ง เขาคือปรากฎการณ์คนแรกของห้อง ที่ไว้ผมตามสมัยแฟชั่นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ทรงผมแสกกลางของนักเรียนม.ปลายในเวลานั้นคือ ความฮิตที่บังเกิดบนหัวกบาลนักเรียนของโรงเรียนที่ต้องปฏิบัติตามกฎตัดผมและไว้ทรงผมนักเรียนตลอดเวลา ดังนั้นแล้ว หากสามารถหลบหลีกวันที่ห้าซึ่งเป็นวันตรวจผมทุกต้นเดือนได้แล้ว ทรงผมที่หลุดรอดจากอาจารย์ทองปานมา ถ้าสามารถหวีและแสกกลางได้ นั่นคือความเท่ห์แล้วจริงๆของนักเรียนทวีธา

และยิ่งเป็นวันแรกของการก้าวย่างมาใช้ชีวิตนักเรียนม.ปลาย สิ่งที่ไอ้เหม่งโอ้อวดไว้ในข้างต้น นั่นน่าจะยืนยันถึงความภาคภูมิของมัน ในฐานะผู้กล้าฝ่าฝืนและผู้นำแฟชั่นทรงผมคนแรกของห้อง

เพื่อนๆทั้งหลายที่ฟังอยู่ ณ ห้วงเวลานั้น ก็ไม่ได้ติดใจอะไรและจวนเจียนจะปล่อยเลยตามเลยให้เป็นไปดังคำพูดของโก๋เหม่งอย่างนั้นอยู่แล้วครับ หากไม่เกิดเหตุโต้แย้งกลับจากโก๋โน เจ้าพ่อคิงส์โพดำ ที่เอ่ยฉีกหน้าไอ้เหม่งขึ้นมากลางวงสนทนาซะก่อน

ไอ้สัดเหม่ง วันแรก มึงมาเรียนนะ กบาลมึงโล้นเหน่ง แล้วมึงเอาผมที่ไหนมาแสกกลางวะ

ครับ…. นั่นคือ คำพูดจับผิด และยังจับใจโก๋เหม่ง รวมถึงเพื่อนถั่วงอกทุกคน ไม่ให้ลืมที่มาของชื่อไอ้เหม่งกัน

เพราะ วันแรกที่เราได้รู้จักกับนายสาธิต หรือลูกโจ้แห่งครอบครัวอัศวรุ่งฤกษ์ เขาก็ปรากฎตัวต่อหน้าพวกเราในสภาพกบาลใส ไร้ซึ่งเส้นผมใดๆสักเส้น ก็เป็นเพราะไอ้เหม่งพึ่งจะสึกจากบวชเรียนมาไม่กี่วันก่อนหน้าจะมาเป็นนักเรียนสี่สองสอง หัวโล้นใส กับคิ้วที่หายไป นั่นแหละที่เป็นเหตุเพียงพอให้ไอ้วรรณ นักเรียนตัวโตของห้องไม่ลังเลที่จะมอบชื่อเหม่งให้กับนายสาธิต ซึ่งก็ทำให้เพื่อนเรียกกันติดปากจวบจนปัจจุบันนี้

ส่วนฉายาอื่นๆ ที่แสนจะมากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะการเป็นตัวแสบและกวนตีนที่สุด ก็คงมาจากความรักล้วนๆของคนห้องสองสองที่มีไว้ให้ได้เรียกมันส์ๆกันตามความสนใจในตัวโก๋เหม่งเป็นพิเศษ

เฮนเบะ นี่มาจาก การ์ตูนยอดฮิตหลังข่าวตอนนั้น เฮนเบะกับร่มวิเศษ คือการ์ตูนที่ตัวเอกของเรื่องดันมีศีรษะที่โตกว่าลำตัว ซึ่งดันเป็นขนาดใกล้เคียงพอจะล้อได้กับหัวโตๆของไอ้เหม่งเหมือนกัน

เต๊กคี่ อันนี้ชื่อภาษาจีนของมัน

เจ้ากรม นี่เรียกสั้นๆหลังจาก สถาปนาตนได้เป็นใหญ่เป็นโตกับตำแหน่ง เจ้ากรมถั่วงอก

ลูกโจ้ อันนี้คือชื่อเล่นจริงๆของมัน

พี่ช้าง นี้ ก็เนื่องจาก ศีรษะที่แลดูโตกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา เมื่อนึกถึงความโต สัตว์ชื่อช้างจึงถูกนึกถึงขึ้นมา

เหม่งลูกเม้ง ฉายาทางวงการสนุ๊กเกอร์ที่เลียนแบบ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

เฮียฉัตร ก่อนที่จะมาเป็นสาธิต เขาเคยชื่อฉัตรชัยมาก่อน และเพื่อความอินเทรนด์กับกระแสหนังฮ่องกงเวลานั้น การเติมคำว่าเฮียไว้ข้างหน้า  ก็ดูน่ายำเกรงสมกับมุขล้อชื่อเจ้าพ่อในหนังฮ่องกงกัน

หมดเรื่องชื่อฉายาก็มาต่อกัน…….หลังจากหน้าแตกที่ถูกโก๋โนจับได้เรื่องแสกกลางคนแรกของห้อง ก็ยังไม่วายที่โก๋เหม่งจะอวดอ้างถึงความรู้สึกในลักษณะนิสัยเบื้องลึกของตัวเองอีก

ถ้ามึงอยากหล่อกัน มึงลองโกนหัวดู พอผมขึ้นมาใหม่ หน้าตาจะดูดี ดูอย่างกูเดะ บวชเสร็จ หล่อเลย

ครับ…นี่แหละคือ นิสัยในเบื้องลึกของโก๋เหม่ง ที่มักคิดอยู่เสมอว่า หน้าตาของมันนะดี ซึ่งสิ่งที่มันคิดนั้นก็ยังไม่เคยมีใครปฏิเสธอย่างจริงจังหรือเอ่ยทักท้วงอะไรมากนัก จึงไม่แปลกอะไรเลยถ้าใครสักคนจะขอความร่วมมือหรือความช่วยเหลืออะไรจากโก๋เหม่งสักอย่าง ชมว่ามันหล่อเข้าไว้ แล้วหลังจากที่มันเสยผม เอียงคอ มองกระจกเสร็จ อาจจะได้เห็นน้ำใจจากโก๋เหม่ง

โก๋เหม่งเป็นเพื่อนที่ดูผิวเผินแล้วค่อนข้างติดสำอาง และมั่นใจเสมอกับการต้องบริหารความหล่อให้ตัวเองในทุกครั้งที่หน้าหันไปหากระจก

เสยผม เสยผม และก็เสยผม

ดังนั้น ไอ้พฤติกรรมเอามือเสยผม ติดหล่อของมันเนี่ยะ วันหนึ่งจึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้โก๋เชษฐ์และผม หาโอกาสแกล้งมันเข้าจนได้

พักเที่ยงวันหนึ่ง หลังจากที่ผมและโก๋เชษฐ์ เข้าไปยืนทำธุระโดยการฉี่ที่ชั้นสองของตึกสุรชัยรณรงค์ ส่วนของตัวผมเองในระหว่างที่กำลังฉี่ สายตาเกิดจับจ้องไปเห็นหวีสับขนาดเล็กกระทัดรัดอันหนึ่งตกอยู่ที่พื้นห้องน้ำที่แสนสกปรกอยู่ ขณะที่สายน้ำของเสียถูกลำเลียงสู่โถฉี่ ความคิดระยำก็ถูกลำเลียงสู่สมองเช่นกัน ว่าแล้วผมก็ร้องเอ่ยเรียกไอ้เชษฐ์ให้หันสายตาไปดูสิ่งที่ผมเห็น

มึงคิดระยำเหมือนกูมั๊ย

เสียงหัวเราะของไอ้เชษฐ์คือคำตอบเมื่อมันมองเห็นหวีสับ

มึงหยิบมา ไอ้เอก ไอ้เชษฐ์ ร้องบอกในขณะที่มันกำลังรูดซิบกางเกงลงเพื่อเตรียมตัวฉี่ต่อจากผม ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บอกให้ผมรับรู้แล้วว่า ไอ้เชษฐ์ก็คิดระยำเหมือนผมเปี๊ยบ

มึงวางลงไปในโถเลย

ผมจัดแจงรูดซิบเสร็จธุระของผมก่อนก้มตัวลงไปหยิบหวีสับอันนั้นหย่อนลงไปในโถฉี่ของไอ้เชษฐ์ที่ห่างจากผมไปหนึ่งช่อง แล้วของเสียเหลวสีเหลืองของโก๋เชษฐ์ก็พร่างพรมหวีสับอันนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะกรุ่มกริ่ม ตัวสั่นระริกของสองถั่วงอกที่มีความคิดระยำตรงกัน

………………………………….

ในวงสนทนาของแก็งค์ถั่วงอก โก๋เหม่งกำลังออกรสชาติแห่งการคุยร่วมกับเพื่อนๆส่วนมากของห้อง เสียงหัวเราะในเวลานั้นยังดังไม่เท่ากับเสียงหัวเราะที่จะตามมาหลังจากนี้แน่ๆครับ เมื่อผมและไอ้เชษฐ์เดินมาปรากฎตัวแล้วต่อหน้าโก๋เหม่งและวงสนทนาถั่วงอก

ว่าแล้ว ไอ้เชษฐ์ไม่มีรอให้เสียเวลา มันยืนยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดจากวนตีนเพื่อขัดจังหวะการพูดของโก๋เหม่งในทันที และไม่ทำเพียงแค่พูดเปล่า แต่กลับเอามือสองข้างระดมเข้าไปยีหัวของโก๋เหม่งจนทรงผมแสกกลางเสียทรงอย่างฉับพลัน กลายเป็นว่ากบาลโตๆของโก๋เหม่งในตอนนั้นได้ความยุ่งเหยิงของเส้นผมเข้ามาแทนในทันที  ความเมามันของการยีเส้นผมบนหัวบ่งบอกถึงอารมณ์กวนตีนแกมหมั่นไส้ของไอ้เชษฐ์ที่มีต่อโก๋เหม่ง ณ นาทีนั้น

สัด เชษฐ์ มึงเล่นอะไรวะ

ไอ้เหม่งมองค้อน และไม่ลืมที่จะรีบเอามือขึ้นมาเสยผมที่เสียทรงอย่างรวดเร็วในแบบที่เราๆเคยเห็น แต่หากครานั้นจากความแรงของมือไอ้เชษฐ์ที่ลงเน้นน้ำหนักเป็นพิเศษ เส้นผมไอ้เหม่งยังไม่สามารถคืนรูปได้ซักเท่าไหร่ ว่าแล้วก็ถึงคิวการแสดงของผม เมื่อผมได้เสนอทางเลือกที่มั่นใจเหลือเกินว่า ไอ้เหม่งไม่มีปฎิเสธ

กูมีหวี วะ

หวีที่แม้แต่ผมเองยังรังเกียจที่จะถือ แต่ก็จำยอมและจนใจเพื่อความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็เลยเลือกเอาด้านที่พอมองเห็นไว้ก่อนแล้วว่า ไอ้เชษฐ์ไม่ได้รดน้ำมนต์ที่ด้านนี้ไว้มาถือ

แม้จะดูสกปรกและไม่น่าเชื่อถือใดๆเลยบนความหวังดีจากคนถั่วงอก แต่นาทีนั้น นาทีที่โก๋เหม่งต้องการกลับสู่การเป็นคนหล่อทรงผมแสกกลาง ความระแวงไม่พึงระวัง จึงไม่บังเกิดใดๆเลยกับน้ำใจจากผม รวมถึงความหน้ามืดตามัวที่มองข้ามความสกปรกจากรอยดำจางๆที่แปดเปื้อนมากับหวีอันนั้นด้วย

ครับ….แต่นั่นคงยังไม่เท่ากับสารปนเปื้อนที่เคลือบไว้

แคว๊ก…. แคว๊ก

แคว๊ก…. แคว๊ก

เสียงหวีสับกระทบเส้นผมและหนังหัวของโก๋เหม่งทันทีที่มันแย่งไปจากมือของผมได้

เวลาที่ผ่านไปทำให้ เหม่งได้กลับมาแสกกลางอีกครั้ง หลังจากที่จัดทรงอยู่เป็นนานสองนาน เหม่งหน้าตาหล่อเหลาเหมือนเดิมท่ามกลางเสียงหัวเราะท้องคัดท้องแข็งจากผมและไอ้เชษฐ์ที่ปล่อยมามาอย่างเรียกความสงสัยจากคนถั่วงอกอีกหลายคนที่ไม่รู้

แค่เล่นขยี้หัวไอ้เหม่งให้ยุ่ง ไม่น่าจะตลกอะไรขนาดนั้น

กว่าความจะมาเฉลย บ่ายนั้น เหม่งก็หัวเรียบแปล้ กับเจลใส่ผมที่ผลิตมาจากสารยูเรียปนเปื้อนของพิเชษฐ์ไปซะแล้ว

…………………………………………………………………………………………

และด้วยความที่เหม่งดันมีนิสัยบ้ายอ และบ้าบอชอบทึกทักตัวเองว่าสามารถเป็นอย่างโง้นอย่างงี้ได้

การเล่นบอลระหว่างบางพลัด บางกระดี่ โดยการมีโก๋เหม่งเป็นดาราตัวเอ้ที่ชอบโชว์เปิ่นเป๋อ จึงไม่มีอะไรให้ใครในห้องถั่วงอกจดจำได้มากไปกว่า การเป็นตัวตลกในสนามฟุตบอล

ในยามเล่นกันเองทุกพักกลางวันหรือตอนเย็น ภาพเด็กชายหัวโตขาโก่งตูดใหญ่ ที่อุปมานตนว่าเป็น อันเดรส เบรเหม่ง ยอดแบ็กซ้ายแชมป์โลกในเวลานั้น เตะบอลเข้าประตูตัวเอง หรือวันไหนของเกิดขึ้น คิดอยากเป็นผู้รักษาประตู ก็โชว์ฮาโชว์เปิ่น แค่ก้มรับบอลไหลมาง่ายๆ ก็กลับปล่อยให้ลอดดากไหลเข้าประตูไปซะงั้น  ความโก๊ะในสนามบอลของเด็กหัวโต ตาหวาน ขาโก่ง คือภาพที่ชินตาเหลือเกินในการเล่นศึกน้ำเงินเดือดสองสอง

แค่นี้คงไม่ต้องบอกหรอกนะครับว่า โก๋เหม่งมีฝีมือระดับไหนในการเล่นฟุตบอล

เพื่อนถั่วงอกทุกคนรู้ถึงระดับของโก๋เหม่งกัน แต่โก๋เหม่งบอกแต่เพียงว่า เขาอาจไม่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กซ้าย หรือผู้รักษาประตู เพราะสิ่งที่เขาพึ่งจะค้นพบในยามนั้นก็คือ เขาคิดว่าเขาสามารถเล่นในบทบาทปีกซ้ายได้อย่างดีกว่า เพราะวันนั้นเขาทดลองทำเกมบุกทางกราบซ้ายแล้วปรากฎว่า มันก็พอไปได้

ครับ….แต่กับวันนั้น วันนั้นที่โก๋เหม่งทำเกมบุกเข้าใส่บางพลัดแล้วบอกว่าพอไปได้ ก็เป็นเพราะ คู่ต่อสู้ที่รับมือกับโก๋เหม่งทางกราบซ้ายในวันนั้นก็หาใช่ใครอื่น เฮฟวี่ตุ๊กคือคนที่รับผิดชอบหน้าที่ฝั่งเดียวกันกับที่ต้องเจอโก๋เหม่งในวันที่ขาโก่งของมันเกิดผีเข้า มันจึงไม่แปลกอะไรเลย ถ้าวันนั้นปีกซ้ายและโก๋เหม่งจะเข้ากันได้ดีทุกครั้งในยามเผชิญหน้ากับโก๋ตุ๊กที่ยังคงเป็นได้แค่ผู้วิ่งตามบอลที่ดี

กูรู้แล้วละว่ากูถนัดปีกซ้าย เพราะกูใช้เท้าซ้ายได้ดี ทั้งเลี้ยงและก็ยิง

ครับโก๋เหม่งลำพองว่าไป เพราะครั้งนั้นเขาสามารถพลิ้วหลบโก๋ตุ๊กและสร้างความหวาดเสียวในการยิงประตูได้เหมือนกัน

แต่ขอสาบานเถอะครับว่า ขาโก่งข้างซ้ายของโก๋เหม่งในสายตาผม ไม่มีประโยชน์ใดๆเลย นอกจากไว้ยืนรองรับตูดใหญ่ๆของมัน

เมื่อโก๋เหม่งกล้าคุย เพื่อนซี้ถั่วงอกก็กล้าชงกันต่อ

เหม่งแม่งเล่นดีวะ

ไอ้เหม่งอย่างมึงเนี่ย ฝีเท้าติดทีมกีฬาสีได้เลยนะเนี่ย

โก๋นาร้องบอก ในขณะที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากมุมปากของโก๋โนที่ยืนอยู่ข้างๆแพลมโผล่ออกมาด้วย

เดี๋ยวกูจะช่วยบอกไอ้เมศร์ ไอ้เอก ให้เอามึงลงแข่ง กีฬาสีให้ ไอ้โนพูดสมทบ

เชื่อกู มึงเล่นได้ โก๋นาสนับสนุนในทันที

แคว๊ก…. แคว๊ก เสียงเอามือเสยผม ส่งยิ้มตาหวาน บ่งบอกถึงประกายความหวังในการเป็นนักกีฬาฟุตบอลสีน้ำเงินของห้องสองสองมีให้เห็นได้จากโก๋เหม่งเวลานั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: