.

เมื่อถึงวันแข่ง กับรายชื่อทีมสีน้ำเงินที่ปรากฎชื่อนายสาธิต ติดเข้ามาเป็นลำดับสุดท้ายจากการร้องขอจากเจ้าพ่อคาสิโน และบ่างช่างยุ นั่นก็ทำให้โก๋เหม่งต้องเตรียมตัวเอาชุดกีฬามาเปลี่ยนให้เหมือนกับนักฟุตบอลสีน้ำเงินคนอื่นๆที่ข้างสนามด้วย

แต่เมื่อเกมการแข่งขันยังไม่เป็นใจให้กับการปล่อยตัว อันเดรส เบรเหม่ง ลงมาทำป่วน เพราะนาทีนั้น ความเข้มข้นดุเดือดระหว่างเกมการแข่งของสีน้ำเงินและสีชมพูยังหยุดอยู่ที่ศูนย์ประตูต่อศูนย์ ความเครียดไม่อยากจะแพ้เกมการแข่งของห้องสองสองได้ก่อตัวขึ้นบนนาทีที่กำลังจะหมดไป และหมดไป

แต่ไม่ใช่กับโก๋โนและโก๋นา

เข็มนาทีเดินมาถึงเวลาสุดท้าย สัญญาณจากไลน์แมนก็ถูกส่งออกมาพร้อมบอกกับทุกคนในสนามว่า สีน้ำเงินสองสองต้องการขอเปลี่ยนตัว

ใครวะ

นาทีนั้น ในใจผม ไม่มีเพื่อนผู้เล่นคนไหนเลยที่สมควรจะได้ลงสนามในนาทีชี้เป็นชี้ตายขนาดนั้นแล้ว

จนเมื่อสายตาเหวี่ยงไปเห็น เพื่อนหน้าหวาน ตูดใหญ่วิ่งลงสนาม หน้าตาของโก๋โน และโก๋นา ก็ลอยขึ้นมาในสมองผมทันที

อ๋อ นี่เองที่พวกมันขะยั้นขะยอ ขอให้เขียนชื่อไอ้เหม่งลงไป

ครับ เจตนาต้องการให้โก๋เหม่งโชว์เปิ่นล้วนๆ ท่ามกลางคนดูทั้งโรงเรียนคือแผนการณ์ที่วางไว้แล้วของคิงส์โพดำกับแหม่มข้าวหลาม

หากแต่วันนั้น ผลการแข่งที่ยังไม่สามารถสรุปได้ จึงทำให้เวลาสุดท้ายแล้วที่เหลือเท่านั้นที่โก๋โนและโก๋นาต้องตัดสินใจให้เป็นเป็นเวลาโชว์ของจำอวดโก๋เหม่ง

ครับนักกีฬาสองสองทุกคนในเวลานั้นไม่สนุกด้วยเลยกับการเล่นสนุกของแก็งค์สามกษัตริย์ ภาพการเตะบอลเข้าประตูตัวเองแล้วยืนเอียงคอ ยิ้มตาหวาน เอามือเสยผม ยังติดตรึงอยู่ในใจผมตลอดเวลา ดังนั้นแล้วการที่โก๋เหม่งปรากฎตัวมันคือการเติมองศาความเครียดให้นักฟุตบอลสีน้ำเงินซะมากกว่าในวันที่อยากเดินออกจากสนามในฐานะผู้ชนะ ในขณะที่คนสองกษัตริย์ไม่สนใจใดๆ และเมื่อบวกกับนาทีที่ต้องการลดความเครียดจากเกมการแข่งขัน เพื่อนถั่วงอกกองเชียร์สองสองทั้งหมดที่กำลังตามลุ้นผลฟุตบอลอยู่ข้างสนามก็แปรเปลี่ยนจากความกังวลมาเป็นเสียงเฮดังๆออกมากันทันทีที่เห็นตูดใหญ่ๆของเบรเหม่งวิ่งลงสู่สนาม

เหม่งสู้ สู้ เหม่งสู้ตาย…….. โก๋เหม่งหันมายิ้มหวานบนความเข้าใจว่าเขาคือฮีโร่ที่ลงมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์

ครับ…แล้ววันนั้น คนที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นฮีโร่ ขาโก่งๆทั้งสองข้างของมันไม่ได้มีโอกาสแตะสัมผัสบอลเลยแม้แต่ซักครั้งเดียว เพราะทันทีที่มันลงสนามมา อีกเพียงไม่กี่อึดใจ นกหวีดก็ดังออกจากปากของอาจารย์ผู้ตัดสินเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าหมดเวลาทำการแข่งขัน

ครับ….แล้วเปลี่ยนตัวทำไมครับ

ไอ้เหม่ง มึงลงไปทำอะไรวะ!!”

ไอ้โนกับไอ้นาหัวเราะชอบใจที่ได้เห็นไอ้เหม่งลงไปวิ่งเปิ่นๆและไม่ได้มีส่วนใดๆกับเกมเลย  ซึ่งนั่นน่าจะตรงกับจุดมุ่งหมายของพวกมันสองคนกันแล้วที่อยากทำให้ไอ้เหม่งขายหน้าท่ามกลางคนหมู่มาก

ตอนเปลี่ยนลงไป เสียงดังจนคนต้องจับตาดู แต่เวลาต่อมาเพียงแค่กระพริบตา เบรเหม่ง ก็ไม่ต้องเล่นต่อแล้ว

แล้วลงไปทำไมครับ

แต่เกมการแข่งยังไม่จบ เพราะสกอร์ยังคงอยู่ที่ศูนย์ ศูนย์

ความเครียดจากการต้องตัดสินกันที่การยิงจุดโทษ ยังคงต้องเป็นไป จุดโทษเนี่ย คนเล่นฟุตบอลน่าจะรู้ดี มีเบสิกสักหน่อยบวกกับความใจถึงเท่านั้นครับ ที่จะสมควรรับหน้าที่นี้

แล้วนาทีอ่อนล้าทางร่างกายบวกความกดดันทางจิตใจอย่างนั้น ใครละจะเสนอตัว

แมงวันอาสา กวงอาสา เหลืออีกหนึ่งที่ เมื่อจุดโทษทวีธา เอาคนแม่นเป้าเพียงแค่สาม

ผมใจไม่ถึงเลยปฎิเสธ เมศร์ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว ในขณะที่กัปตันปิ๋วก็แสดงท่าทีอิดออด นาทีแห่งความเป็นความตายสามารถสัมผัสอยู่ได้ ณ เวลานั้น ความกังวลจนก่อเกิดความเครียดทำให้นาทีนั้น ทีมสีน้ำเงินนอกจากจะไม่มองหน้ากันแล้ว ยังมีเพียงความเงียบที่ต้องการหาทางออกเข้าครอบคลุมพวกเขาอีกที่วงกลมกลางสนาม

ภาพคนใส่เสื้อทีมสีน้ำเงินเกือบสิบคน ยืนนิ่งกัดเล็บ เหม่อมองไปยังดินแดนไกลโพ้น คือสิ่งที่เห็นได้จากกองเชียร์เมื่อมองเข้ามาในสนาม

………………………..

………………………..

เอาไงดีวะ ผมพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

แคว๊ก…. แคว๊ก เสียงเอามือเสยผม พร้อมใบหน้าเอียงคอ นัยย์ตาหวานโผล่เข้ามา

เอ่อ เอ่อ … กูยิงให้ก็ได้นะ (แคว๊ก…. แคว๊ก)

นั่นอาจคือสปิริตที่แรงกล้า หรือความไม่รู้จักตนหรือไม่รู้จักประเมินสถานการณ์ของโก๋เหม่งก็ไม่รู้ที่โพล่งอาสาขอเป็นคนยิงตัดสินพาทีมไปชิงเหรียญทองในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตรึงเครียด แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่โก๋เหม่งทั้งนั้นในการยิงจุดโทษตัดสิน เพราะเสียงนักกีฬาฟุตบอลส่วนใหญ่ชี้ไปที่ไอ้ปิ๋ว สำหรับการโยนให้เป็นมือสังหารคนสุดท้าย

และนั่นก็คือบทสุดท้ายของฟุตบอลกีฬาสีในปี ม.ห้า

โธ่เอ่ย!! ถ้ารู้ว่าไอ้ปิ๋วยิงพลาด สู้ให้ไอ้เหม่งยิงจะดีกว่า

นั่นคือเสียงเสียดาย ที่โก๋ถั่วงอกสองกษัตริย์ โนและนา บ่นออกมาหลังจากไม่ได้เห็นเบรเหม่งเพื่อนเลิฟของพวกเขา ออกมาโชว์เปิ่นยิงจุดโทษ เพราะคนทั้งสองคิดว่าถ้าแพ้ด้วยน้ำมือโก๋เหม่ง พรุ่งนี้คงมีอะไรให้ได้คุยอำกันได้อีกเยอะ

จากความตั้งใจที่จะทำให้โก๋เหม่งเป็นจุดขาย (หมายถึงขายหน้า)ของโก๋โนและโก๋นา เห็นแล้วหรือยังครับว่า โก๋เหม่งอยู่ในสถานะไหนของแก็งค์สามกษัตริย์

เพราะถ้า มีหัวหน้าคิงส์โพดำแล้ว มีมือขวาช่างยุ อย่างแหม่มข้าวหลามตัดแล้ว

แจ็คดอกจิก อย่างโก๋เหม่ง จึงมีที่ว่างเพียงแค่ กำลังเสริมเติมเต็มที่หูเบาและมักจะถูกยุยงจากคนทั้งสองอยู่เสมอ

แม้สภาพจะเป็นแค่ส่วนเติมเต็มของกลุ่มสามกษัตริย์ แต่ถ้ากับส่วนที่เรียกว่าถั่วงอกทั้งหมด ก็อย่างที่บอกแล้วในข้างต้นว่า เขาคือ ตำแหน่งสูงสุดของแก็งค์ถั่วงอก

เพราะอะไรนะเหรอครับ

ใครได้เคยมีเพื่อนที่สามารถทำให้คนหมั่นไส้และมีพฤติกรรมที่กวนตีนที่สุดในโรงเรียนได้มั๊งครับ

ครับ…หนึ่งในยุทธภพเท่านั้น

แต่คุณสมบัติที่ว่านี้ อัดแน่นอยู่ในตัวโก๋เหม่งจนแทบทะลักล้น

จากรถกระบะแฟมิเลียยันถึงแลนเซอร์สีขาว ชื่อของโก๋เหม่งในการเป็นมนุษย์หลังพวงมาลัยรถ ที่ขับขี่มาเรียนยังทวีธาภิเศก ได้สร้างอัตราความน่าถีบในทุกครั้งที่โก๋เหม่งปรากฎตัว เสียงเพลงแล้วแต่ในตอนนั้นว่าโก๋เหม่งจะเอียงไปหาเพลงแนวไหน จะถูกขับกล่อมเต็มกำลังผ่านออกมาทางเครื่องเสียงติดรถยนต์เรือนแสนในทุกเช้าก่อนเรียนหนังสือ และก็ในทุกครั้งเมื่อขับรถกลับบ้าน ดังนั้นแล้วรถยนต์โหลดเตี้ยแต่งรอบคันของโก๋เหม่ง ไม่ว่าจะขับขี่ไปที่ไหนในแต่ละวัน แน่นอนละครับ ต้องมีเสียงคนสรรเสริญอวยพรให้ในความสะเหล่อไม่ดูเวล่ำเวลาตามหลังกันไปอย่างแน่นอน

หรือไหนจะชอบทำตัวเป็นศูนย์รวมแห่งความฮาของเพื่อนๆในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ในโรงเรียนหรือจะเป็นการออกไปเที่ยวหรือไปกินในที่ไหนๆ โก๋เหม่งมักทำตัวเป็นจุดขาย(หน้า)ให้กับเพื่อนๆได้อยู่เสมอ

ก็เพราะด้วยความสนุกสนานที่ได้รับจากการกวนตีนของโก๋เหม่ง จนทำให้เพื่อนๆมักใช้นิสัยบ้ายอของมันในการแกล้งมันกลับกัน

ไม่ว่าจะเป็นการยกมือสนับสนุนท่วมห้องเพื่อให้ไอ้เหม่งได้เป็นหัวหน้าห้อง แค่เพียงบอกว่าเหม่งเหมาะแล้วกับการเป็นผู้นำ เหม่งก็พร้อมตอบตกลงในการเป็นหนึ่งในตัวเลือกชิงตำแหน่งหัวหน้าห้อง เจตนาของคนถั่วงอกทั้งห้องก็เพียงเพื่อต้องการโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้ไอ้เหม่งได้แบกรับ ในยามที่แก็งค์สองสองกวนตีนทวีธา อาจารย์ทองปานจะได้เรียกตัวหัวหน้าห้องเพื่อไปตักเตือน ซึ่งก็จะได้ทำให้ไอ้เหม่งหนีไม่พ้นอาจารย์ทองปาน  หรือจะเป็น การยุให้มันลงสมัครรับเลือกตั้งการเป็นประธานสีน้ำเงินในขวบเวลาปีสุดท้าย อันนั้นทำไปเพราะกะกวนตีนให้โก๋เหม่งได้เด่นได้ดังกัน ถึงขนาดว่าเดินสายช่วยมันหาเสียงกับรุ่นน้องๆในยามใกล้ถึงวันยกมือลงคะแนน

แต่อย่าถามเลยครับว่าครั้งนั้น โก๋เหม่ง ได้เป็นประธานสีน้ำเงินหรือเปล่า เอาเป็นว่าคนที่สร้างความหมั่นไส้ให้กับคนทุกเพศทุกวัยในโรงเรียนจะสามารถได้รับเสียงยกมือจากน้องๆสีน้ำเงินสักกี่มือกันเชียว

แต่อย่างไรซะก็มีสิ่งที่โก๋เหม่งฝากไว้ให้ระลึกถึงกับวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนทวีธาในงานปัจฉิมนิเทศน์

วันนั้น เด็กชายตาหวาน ตูดใหญ่ ที่ห่อหุ้มกายในแฟชั่นแรปเปอร์ กับหมวกไหมพรมสีแดง ถูกเพื่อนๆยุยง ด้วยคำเยินยอว่าเหม่งเหมาะแล้วที่จะขึ้นชิงตำแหน่ง แมนออฟเดอะเยียร์ แห่งทวีธาภิเศก ปี 2536

การตัดสินกำหนดให้ว่าใครได้กุหลาบจากคนในงานเยอะที่สุด คนนั้นก็จะเป็น แมนออฟเดอะเยียร์ แห่งทวีธาภิเศก ปี 2536 ไป

กุหลาบถูกจัดจำหน่ายดอกละไม่กี่บาทที่โต๊ะข้างๆการจัดการประกวด รักใครชอบใครก็ซื้อกันเข้า

แล้วมีเหรอที่คนทั้งโรงเรียนจะสู้พลังเงินจากเด็กฝากห้องสองสองได้ กุหลาบแทบทุกดอกถูกกวาดต้อนมาใส่มือโก๋เหม่งทั้งหมด ทำให้วันนั้น โก๋เหม่งของเรา นอกจากจะได้เป็น เจ้ากรมถั่วงอกของห้องสองสอง จากการยกเทใจให้ของคนแก็งค์ถั่วงอกแล้ว โก๋เหม่งยังพ่วงตำแหน่ง แมนออฟเดอะเยียร์ แห่งทวีธาภิเศก ปี 2536 ไปครองด้วยอีกหนึ่งตำแหน่งให้คนสองสองได้จดจำกัน

ทุกวันนี้หันกลับไปนึกถึง วีรกรรมใดๆที่เคยซ่าในโรงเรียน ภาพเด็กชายตาหวาน เสยผม จะต้องอยู่ในห้วงความทรงจำนั้นด้วยเสมอ ยิ่งเมื่อกลับไปรื้อเจอเอาเสื้อนักเรียนที่มีข้อความลายเซ็นของโก๋เหม่งที่เซ็นไว้ให้ ยิ่งรับรู้ถึงความประทับใจในส่วนที่ไม่มีใครทำได้เหมือนโก๋เหม่ง

รักเรามั่นคงเหมือนเสาทางด่วน

เวลาในขวดแก้ว

มีดกรีดใจ ไม่เจ็บเท่าใครมากรีดเธอ

ขาดรถกูเดินได้ ขาดเพื่อนตายกูเดินไม่ไหว

ข้อความแหวะๆ ชวนอ๊วกที่มักได้ยินเสมอจากปากของโก๋เหม่ง เป็นดั่งสิ่งที่บอกไว้ว่า ถ้าทุกวันนี้เหม่งยังอยู่ วลีฮิตจีบสาวแบบเสี่ยวๆที่กำลังนิยมอยู่อย่างวันนี้ ไม่มีใครกินเหม่งลงได้

ต้นตำรับของแท้ ที่เริ่มมุกเสี่ยวมาตั้งแต่สิบห้าปีที่แล้ว

ครับ…แต่อย่างที่บอกไว้ จะไม่มีใครกินเขาลง ถ้าเหม่งยังอยู่……

…………………………….

ครับ ….ถ้าเหม่งยังอยู่…..

โรคปอดบวม ได้พรากเจ้ากรมถั่วงอกของห้องสองสองไปอย่างไม่มีวันกลับ ในช่วงเวลา 4-5ปีที่แล้ว

ภาพ หนุ่มตาหวาน ยืนเสยผม โชว์ตูดใหญ่ พูดจากวนๆ ทำท่าทางฮาๆให้เพื่อนๆได้หัวเราะกัน จึงเป็นได้แค่เพียงการคิดนึกถึงเท่านั้นในเวลานี้

เสื้อนักเรียนที่ผมเจอเข้าในตู้เสื้อผ้า โดยลายมือโก๋เหม่งเซ็นให้จึงเป็นเสมือนการย้อนกลับมาแห่งความทรงจำในอดีตกาลที่มีต่อเพื่อนเหม่งอีกครั้ง

และมันเหมือนจะยิ่งตอกย้ำความคิดถึงไปพร้อมกับสำนวนคลาสลิกที่คนถั่วงอกทั้งหมดรู้สึกตรงกันกับเจ้ากรมคนแรกของพวกเรา

เป็นหวัดขี้มูกไหล แต่ในใจคิดถึงเธอ

ชัดเจนในความหมายอยู่แล้วครับ

 

เจ้ากรมถั่วงอก สาธิต อัศวรุ่งฤกษ์ นักเรียนคนที่  32 ห้อง 22 ทวีธา’97

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

6 มกราคม 2550

ปล. นายสาธิต นักเรียนสายศิลป์คำนวน สมัครสอบเอนทรานซ์คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า โจ้เป็นคนรักสัตว์ โก๋เหม่งสมัครสอบลงไปโดยไม่รู้เลยว่า คณะนี้เขารับเฉพาะคนจบมาจากสายวิทย์คณิตเท่านั้น รู้ตัวอีกทีก็ตอนยืนทำตาหวาน เสยผมต่อหน้าคณะกรรมการรับสมัครที่ยื่นใบสมัครที่กรอกรายละเอียดและติดรูปนักเรียนเหม่งหวีผมแสกกลางเรียบร้อยแล้วคืนกลับ พร้อมบอกให้ไปลงสมัครสอบคณะอื่นซะเถอะในวันสุดท้ายแห่งการรับสมัครสอบเอนทรานซ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: