ตำนาน เจ้าชายตะวันตก: JIMMY AUI

ประกาศอิสรภาพความเกรียงไกร

  JIMMY AUI ”

 จากไอ้ยุ่น  เด็กขี้แย  สู่การเป็นนายซีอุย  ผู้รอบรู้  มันยังไม่ได้แสดงออกถึงอัจฉริยภาพใด ๆ  เลย  ของความเป็นเจ้าชายตะวันตก  มันเป็นเพียงบทเริ่มต้นของมหากาพย์อันยิ่งใหญ่เท่านั้น 

 มาเถิดครับ  ผมจะเล่าให้ฟัง ….

ทุกครั้งที่โก๋อุยมีความสนใจในเรื่องใดก็ตาม  ก็มักจะนำมาสู่การแสวงหาคำตอบอย่างจริงจัง และ ด้วยพื้นฐานของครอบครัวในฐานะผู้มีอันจะกินในย่านท่าเรือ  แห่งกาญจนบุรี  พ่อแม่ของโก๋อุย จึงยินดี   และพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ตามความสนใจอย่างเต็มศักยภาพของมนุษย์ช่างสงสัยเช่นเขา  แต่อย่างว่าล่ะครับ  ยอดคนย่อมไม่อยู่นิ่ง  เมื่อเขาได้รับความกระจ่างในเรื่องใดแล้วก็ตาม  เขาก็จะคลายความสนใจในเรื่องนั้นทันที  พร้อมกับเบนความอยากรู้อยากเห็นไปสู่เรื่องอื่น  เฉกเช่น  ความสนใจในเรื่องวิทยุสื่อสาร  จนสามารถสอบใบอนุญาตได้  แต่ซักพักวิทยุสื่อสารก็กลายเป็นที่ทับกระดาษ  นำมาสู่ความเรื่องต่อมานั่นก็คือ  มอเตอร์ไซด์ 4  สูบ  จะด้วยอิทธิพลจากเฮียหลิวพระเอกฮ่องกงคนดังในยุคนั้น  หรืออะไรก็ตาม  โก๋อุยถอยรถฮอนด้า  NSR  250  CC  มือสองมา  1  คัน  ไปนั่งขลุกกับช่างซ่อมทั้งวัน  จนเวลาผ่านไปช่างคนนั้นก็มีหน้าที่เพียงยืนส่ายหน้าสูบบุหรี่ดูโก๋อุยลงมือซ่อมอย่างอวดเก่งด้วยตัวเอง  และความสนใจอีกอย่างในขณะนั้นของโก๋อุยก็คือ  สนุ๊กเกอร์  มันจะใช้เวลาภาคกลางคืนสาละวนอยู่กับโต๊ะสนุ๊กย่านพรานนก        คืนแล้วคืนเล่าที่กินนอนในที่แห่งนี้  ส่งผลให้ฝีมือการสอยคิวของโก๋อุยพัฒนาจนเป็นที่ครั่นคร้ามของเหล่าถั่วงอกทุกคน  ต๋อง  ศิษย์ฉ่อย  หรือ  JAMES  WATTANA  เป็นยอดฮีโร่คิวทองของคนไทยในยุคนั้น  แน่นอนครับโก๋อุยก็ต้องมีฉายาในวงการให้เข้ากับยุคสมัย  จึงเป็นที่มาของชื่อที่ทุกคนต้องจดจำ  และกล่าวถึงไปตลอดกาล 

 เขาคือ… JIMMY AUI 

 (ในทีแรกชาวถั่วงอกทุกคนเข้าใจว่าเขานำเอาชื่อของ  JIMMY  WHITE  ยอดนักสนุ๊กอีซ้ายชื่อดังมาเป็นฉายาของเขา  แต่ภายหลังโก๋อุยเฉลยว่า  นามนี้..เป็นชื่อผู้กำกับหนังโป๊ซึ่งมันเช่ามาดูแล้วเกิดความประทับใจ  และเห็นชื่อนั้นคล้องจองกับชื่อตนเอง  จึงนำมาใช้เป็นฉายาในวงการคิวทอง)

หลังจากจบจากรั้วเขียวขาวแล้ว  ชีวิตเด็กมหาลัย  ของจิมมี่  ย่อมไม่ธรรมดา  พรสวรรค์ในเชิงสอยคิวของเขาส่งผลให้ยอดคนไม่เคยไปนั่งฟังเลคเชอร์ในห้องเรียนเลยสักวัน  แรก ๆ  ก็ยังพอไปสอบบ้าง     หลัง    สอบก็ไม่เว้น  เสียงฮอนด้าคำรามสนั่นซอยหอการค้า  ทำให้สาวต้องหันนามองจิมมี่กันทุกคนในยามมาถึงมหาลัย  พร้อมเสียงสาปแช่งนานัปการ  ครับ….  จิมมี่มาเรียนเกือบทุกวัน  แต่โต๊ะสนุ๊กซึ่งห่างจากรั้วมหาลัยเพียง  35  ก้าวครึ่ง  ทำให้เขาแทบไม่เคยเห็นหน้าแม้กระทั่งเพื่อนร่วมห้อง  หรืออาจารย์ผู้สอน  เขาเห็นแต่บัวลอย  7  สี  เรียงรายอยู่บนผืนสักหลาดเขียวสด  พร้อมกับเสียงหัวเราะและความเจ๊าะแจ๊ะ  สลับกับความรำคาญของเพื่อนร่วมโต๊ะในยามที่มันมีชัยในเกมพนัน

ในปีแรกของอุดมศึกษา  การเรียนของยอดบุรุษก็ถึงคราวตีบตัน  จิมมี่ยักไหล่พร้อมบอกเพื่อนทุกคนว่า  อย่าคิดมาก….  อย่าทำให้ยากสิวะ  ทำให้มันง่าย…    คำตอบของมันก็คือการเดินไปลงทะเบียนเป็นนักศึกษาปี  1  อีกครั้งที่มหาลัยเดิม  อย่างไม่แยแสกับชะตาชีวิต  จิมมี่ไม่ได้โง่  และเขาก็ไม่เคยใกล้เคียงกับคำนั้น  แต่เขาต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับสถานที่ไม่กี่แห่งซึ่งไม่ใช่ มหาลัย  เช่น  บ้าน  โต๊ะสนุ๊ก  และที่สำคัญก็คือโรงพยาบาล….  ซึ่งจะเป็นด้วยคำแช่งจากสาว    หรือด้วยกรรมเก่า  เขากับฮอนด้าคันเก่งจึงมักจะลงมานอนวัดพื้นอยู่เสมอ  จิมมี่จึงมีรพ.ธนบุรีเป็นเสมือนโรงแรมตากอากาศ  เขาจึงเกิดความเบื่อหน่ายในมอเตอร์ไซด์คันเก่งและนำมาสู่ความสนใจในสิ่งอื่นต่อไป

การเรียนในปี  1  ครั้งที่  2   ของจิมมี่   ก็ยังไม่ทำให้เขามีความสนใจในการศึกษาเท่าใดนัก  จนกระทั่งเขาหมดความสนใจกับโต๊ะสนุ๊ก  และด้วยผลจากการไปเที่ยวกินเหล้ากับโก๋เมศร์  ซึ่งเริ่มต้นปี  1  ครั้งที่  2     วิทยาลัยครูสวนสุนันทาเหมือนกัน  การไปเยือนของจิมมี่ทำให้เขาประทับใจและตั้งความหวังว่าจะต้องมาเรียนที่แห่งนี้ให้ได้  ด้วยเหตุผลที่ว่า  สุดยอดว่ะไอ้เมศร์  มีสระน้ำอยู่กลางมหาลัยด้วย  ต้นไม้ก็เยอะ  โครตร่มรื่นเลย….  จิมมี่จึงเริ่มต้นปี  1  ครั้งที่  3    สถาบันการศึกษาแห่งนี้ด้วยความทุลักทุเล        เริ่มจากจิมมี่  ไม่สามารถสอบติดได้ด้วยตนเองในวันประกาศผลสอบ  ทำให้โก๋เมศร์เจ้าของพื้นที่ต้องใช้ความเก๋าบวกความหน้าด้านเข้ามาเป็นตัวช่วย 

มึงเห็นแถวยาว    นี่หรือเปล่า  โก๋เมศร์ถามพร้อมกับชี้นิ้วให้ดู

 เออ  จิมมี่  พยักหน้ารับพร้อมกับดูแถวยาวด้วยความสงสัย

 แถวนั้นแหล่ะ  เป็นพวกที่เข้ามาติดต่ออธิการ  โดยใช้โควตาของอาจารย์ในวิทยาลัย  โก๋เมศร์มองหน้าอย่างมีเลศนัยแล้วเอ่ยต่อ

 มึงไปเข้าแถวเดี๋ยวนี้เลย

เฮ้ย  ก็กูไม่รู้จักใครเลย  จิมมี่  อุยร้องเสียงหลง  ก่อนที่โก๋เมศร์จะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

มึงอ้างกับอธิการไปเลย  ว่าอาจารย์พิมลศักดิ์  แล้วเดี๋ยวกูไปบอกอาจารย์เขาเอง…เร็ว  ไปเข้าแถวก่อนจะได้ไม่เสียเวลา  โก๋เมศร์วิ่งหายไปในทันที  พร้อมกับการเดินไปต่อแถวอย่างง    ของจิมมี่

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง  โก๋อุยเดินมาหาโก๋เมศร์ที่กินเบียร์รออย่างสบายใจเพราะเขาได้ไปขอร้องอาจารย์แกมบังคับเรียบร้อยแล้ว 

เฮ้ย   เขาต้องเอาผู้ปกครองมาเซ็นต์ชื่อด้วยว่ะ

อ้าว…  โก๋เมศร์ทำหน้างงก่อนเอ่ยขึ้น  โตเป็นควายแล้วเอาผู้ปกครองมาทำเหี้ยอะไรอีกวะ  พ่อกับป้ากูยังไม่เคยมาสวนนันเลย  จิมมี่ทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยากพร้อมกับส่ายหน้าช้า 

พี่มึงไง   โทรไปตามสิ  แล้วก็อ้างกับอธิการว่าพ่อแม่มึงไปต่างประเทศก็ได้  เอาเถอะวะ…ดีกว่าไม่ได้เรียน

พักใหญ่  เจ๊จิผู้น่ารักก็ปรากฏกายด้วยความงุนงง  พร้อมกับการเป็นผู้ปกครองที่อายุน้อย  และน่ารักที่สุดที่เข้าพบกับอธิการในเวลาหัวค่ำ  พร้อมกับรอยยิ้มแรกของจิมมี่  และในงานฉลองว่าที่นักศึกษาใหม่ในร้านเหล้าแห่งหนึ่งจิมมี่ก็เอ่ยถามโก๋เมศร์ว่าพูดกับอ.พิมลศักดิ์  ซึ่งเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ทวีธาอย่างไร 

อาจารย์แกก็งง ๆ  แล้วบอกกูว่าพวกที่ต่อแถวต้องส่งรายชื่อมาให้กับอธิการก่อน

อ้าว……แล้วกูได้ส่งรายชื่อด้วยเหรอ  จิมมี่ทำหน้าสงสัยซึ่งเกิดขึ้นมาตลอดทั้งวัน

กูก็เลยบอกแกว่า  ไม่รู้แหล่ะ..ผมอ้างอาจารย์ก่อนก็แล้วกัน  ได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง  อาจารย์แกก็เลยบอกกูว่า  เอ้า…เอาก็เอา  ลองดูก็แล้วกัน  กูก็เลยให้มึงมึน    กับอธิการไปก่อน  โก๋เมศร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มของคนทั้งคู่

และนี่คือการประกาศอิสรภาพที่ยิ่งใหญ่สุดที่ใครจะคาดเดา……….จิมมี่  อุยเริ่มต้นปี  1  เป็นครั้งที่  3          และตำนานของเขากำลังจะเริ่มต้นนับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป………..

การสั่งสมบารมี  …….นักเลง  นักประดิษฐ์  นักดนตรี  ศิลปิน  …….. 

จิมมี่  อุย   หรือโก๋อุย  หรือไอ้ยุ่น  ในอดีต  ได้เริ่มต้นเป็น  Freshy  ครั้งที่  3  ด้วยความมั่นคง  เขาคลายความสนใจจากสนุ๊กเกอร์ลง  และเริ่มเข้าสู่ยุทธจักรสุราอย่างเต็มตัว  ในอาณาจักรสวนนัน  โก๋เมศร์สหายรักของเขาในฐานะรุ่นพี่ปี  2  ของสถาบัน  ถือได้ว่าเป็นจอมยุทธ์ระดับต้น    ในยุทธจักรสุราแห่งนี้  การเข้าสู่วงการของจิมมี่  จึงได้รับการยอมรับจากจอมยุทธ์ทั้งหลายในฐานะมือกระบี่ที่ไม่ธรรมดา  การเข้าสู่ยุทธภพของเขาแม้จะสั้นแต่ก็โด่งดังพอสมควร  แทบจะไม่มีน้องใหม่คนใด  หรืออาจจะพูดได้ว่า  ไม่มีปี  1  คนใดที่จะเรียกรุ่นพี่ปี  4  ว่าไอ้…หรือไอ้เหี้ย…ได้อย่างเต็มปาก  หรือเล่นหัวกับระดับซีเนียร์ถึงขั้นตบกะโหลกได้อย่างสนิทใจได้เท่าโก๋อุยอีกแล้ว  แถมปี  4  ที่โก๋อุยสนิทสนมด้วยก็มีดีกรีระดับยอดฝีมือใน    ยุทธภพ  ที่เต็มไปด้วยมิตรสหายที่เป็นขุนกระบี่ชั้นเซียนมากมาย  จากการแนะนำของโก๋เมศร์  เพียงแค่นี้  เชาว์วุฒิ  ผู้น่ารัก  หรือไอ้ยุ่นผู้ขี้แย  ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นนักเลงในยุทธจักรสุราอย่างสมบูรณ์  พร้อมกับการยอมรับนับถือจากเพื่อน ๆ  ปี  1  ของมันโดยดุษฎี

ยอดคน  ย่อมมีสิ่งพิเศษในตัวอยู่เสมอ  ในวงสุราจิมมี่  อุย  มักมีพลังบางอย่างซึ่งเปล่งรัศมีออกมาโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่อาจจะรู้สึกได้  นั่นก็คือ  หน้าตา  ประกอบกับอากัปกิริยาของมันผู้นี้ดึงดูดอวัยวะเบื้องล่างของผู้พบเห็นนอกวงเหล้าได้อย่างน่าอัศจรรย์  ตั้งแต่วันแรกตอนปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่  ที่เขาไปร่ำสุรากับโก๋เมศร์ที่ซอยสวนอ้อย  จนทำให้ต้องเคลียร์กันพักนึงกับจอมยุทธ์ปี  2  แห่งเอกการพิมพ์  ในขณะที่เรื่องกำลังสงบ  โดยโก๋เมศร์ประสานรอยร้าวของคนทั้งคู่ด้วยการยกแก้วชนกันในความหมายว่าหมดแก้ว  หลังจากน้ำอำพันไหลลื่นลงสู่ลำคอของคนทั้งหมด  โก๋อุยวางแก้วลงพร้อมกับเอ่ยขึ้น

ผมน่ะไม่มีอะไรอยู่แล้ว  แต่พี่มองหน้าผมอย่างนั้นน่ะ….หมายความว่ายังไง  คู่กรณีอารมณ์ขึ้นอีกครั้ง      แต่โก๋เมศร์ส่ายหน้าด้วยความเซ็ง  จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อหลายครั้งที่โก๋อุยร่ำสุราจึงมีเรื่องที่คาดไม่ถึง  เช่น  การเข้าตะลุมบอนกับคน  10  คน  กับโก๋เมศร์ตามลำพังที่ริมทางรถไฟย่านอนุสาวรีย์ชัย ฯ  หรือการยกพวกเอกการจัดการ(ที่มันเรียนอยู่)  ร่วม  50  คน  เข้าไปตีกับเอกศิลปะกลางวิทยาลัย  จนกระทั่งเข้าสู่ปี  2  (ย้ำ…..ปี  2……ไม่ใช่ปี  1)  ครั้งแรกในชีวิต  ความแก่กล้าในยุทธภพก็มากขึ้น  ประกอบกับพรรคพวก                   ในเอกการจัดการก็ชอบหาเรื่องอยู่แล้วเป็นทุนเดิม  ทำให้โก๋อุยเข้าสู่วงการนักเลงอย่างเต็มตัว  ทิ้งคราบเด็ก   ขี้แยได้โดยสมบูรณ์  จนทำให้วันที่จอมยุทธ์หน้าตี๋ก็ถึงคราวพลาดพลั้ง

จิมมี่  อุย  ละทิ้งวงสุราจากเพื่อน    และขอตัวไปโทรศัพท์ที่ตู้สาธารณะตรงทางเข้าท่าวาสุกรี  ขณะกำลังคุยอย่างได้อรรถรสผสมกับอาการกรึ่ม    มีเสียงเปิดประตูโทรศัพท์ดังขึ้น  พร้อมกับการประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าสู่ใบหน้าและทุกส่วนของร่างกายของจิมมี่  กลุ่มคนไม่น้อยกว่า  4  คน  ยำตีนจอมยุทธ์อย่างสนุกเท้า  ก่อนที่เหตุการณ์จะรุนแรงมากกว่านั้น  เพราะจิมมี่ในอาการเมาบอกกล่าวว่าหนึ่งในอันธพาลงัดมีดแหลมขึ้นมาอย่างมีเจตนาร้าย  ทำให้จอมยุทธ์หน้าตี๋รวบรวมลมปราณคั้งสุดท้ายฝ่าดงตีนวิ่งหนีออกมาจากตู้โทรศัพท์ด้วยสภาพบอบช้ำอย่างไม่คิดชีวิต  กระดุมเสื้อสีขาวที่เต็มไปด้วยรอยตีนไม่เหลือสักเม็ดเดียว  โก๋อุยต้องไปนั่งเมาให้การกับตำรวจอีกพักใหญ่จึงจะได้กลับบ้านด้วยความยับเยิน  แค้นนี้ต้องชำระ…….จิมมี่  รำพึงในใจ

และแล้ววันล้างอายก็มาถึง  ในขณะที่โก๋อุย  กำลังร่ำสุรากับไอ้เสือ  เพื่อนซี้โก๋เมศร์ในสถานะปี  5  แห่งยุทธภพ  สายตาก็เหลือบไปเห็นหนึ่งในอันธพาลที่รุมยอดคนอย่างเขา  นั่งดื่มอย่างสบายใจอยู่อีกโต๊ะ  พรรคพวกในวงสุราวันนั้นส่วนใหญ่เป็นเด็กจากรั้วอื่น  โก๋อุยค่อย ๆ  กระซิบไอ้เสือก่อนส่งสัญญาณไปสู่จอมยุทธ์จากต่างถิ่นอย่างเงียบ    อันธพาลหนุ่มผู้น่าสงสารคงจะมาเรียนไม่ได้อีกหลายเพลา  นับจากวันนั้น  ด้วยสารพัดความโหดถาโถมเข้าใส่ผู้โชคร้ายอย่างน่ารันทดใจ    อีก  2  เดือนต่อมา  ชายหนุ่มผู้โชคร้ายพร้อมสหายเดินตามหาคนที่กระทำเขาอย่างป่าเถื่อนทั่วทั้งสวนนัน  จิมมี่  อุย  นั่งโขกหมากรุกสบายใจอยู่ที่ศาลาริมน้ำพร้อมกับแสยะยิ้มในใจ  มึงคงหาเจอหรอก…..ไอ้ควาย 

ชิง  ชิง  ชิง  ชิง  ฉับ  ชิง  ชิง  ชิง  ฉับ  ชิง  ชิง  ชิง  ฉับ   โก๋อุยส่งเสียง  พร้อมหัวเราะดังลั่น  เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นเดินจากไป

พ่อและแม่ของโก๋อุย  ได้ซื้อบ้านหลังใหม่ในย่านบางขุนศรีเพื่อให้เป็นที่พำนักในระหว่างเรียนของ   ลูก    ในกรุงเทพ  การออกแบบเกือบทั้งหมดในบ้านมาจากความคิดอันชาญฉลาดของเขา  ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้สักบิ๊วอินราคาแพงสำหรับวางทีวีที่ห่างจากที่นั่งดูประมาณ  2  ฟุต  สวนหน้าบ้านที่ไม่ค่อยได้ถูกน้ำเพราะเจ้าของบ้านมัวแต่เมา  หรือที่วางสบู่และอุปกรณ์อาบน้ำเล่นระดับซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์ในห้องน้ำ  ทำให้ค่าตกแต่งบ้านเป็นราคาเกือบครึ่งนึงของราคาบ้าน  การประดิษฐ์สิ่งตกแต่งบ้านเป็นสิ่งที่เขาสนใจมากในช่วงนั้น  เขานำเอาของเก่า    ที่คนอื่นเห็นว่าไม่มีประโยชน์มาจัดแต่งได้อย่างลงตัว  เช่น  กีตาร์สภาพพังยับเยิน  หม้อเก่า    ถ้วยรามชามไห ป้ายโฆษณาสินค้าย้อนยุค  (อันนี้เข้าท่าที่สุด)  นี่คือจุดเริ่มต้นความเป็นยอดนักประดิษฐ์ของเขาที่จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป  ที่สำคัญจิมมี่คือนักซ่อมแซมที่หาตัวจับยากที่สุดเท่าที่เคยพบมา  วัสดุ  หรือวัตถุหลายอย่าง  ถูกจิมมี่นำมารื้อค้นแล้วประกอบกับคืนด้วยความสนใจ  มีครั้งหนึ่งที่เขาเมาแล้วลืมเอาเพจเจอร์ยี่ห้อฮัชชิสัน  รุ่นทูอินช์  ออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วนำไปซักในเรื่องซักผ้า  เมื่อรู้ตัวเขาก็นำเอาฮัชชิสันในสภาพที่น้ำท่วมเครื่องออกมาจัดการซ่อมทันที  ปากก็พร่ำบอกว่า  ไม่มีปัญหา  ก็แค่น้ำเข้า  จิมมีค่อย    แยกชิ้นส่วนอุปกรณ์นั้นดุจช่างชำนาญการจากบริษัท  นำไดร์เป่าผมมาเป่าชิ้นส่วนต่าง    จนแห้ง   แล้วนำมาประกอบให้กับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง  ในขณะนั้น       โก๋เมศร์ก็หยิบชิ้นส่วนหนึ่งขึ้นมาดูพร้อมกับเอ่ยถาม

ไอ้อุย  แล้วนี่อะไรวะ  มึงใส่ไม่ครบนี่หว่า  โก๋อุยคว้าชิ้นส่วนนั้นไปดูพร้อมกับเพ่งพินิจที่ฮัชชิสันในมือของตัวเองอีกครั้งก่อนเอ่ยขึ้น

กูใส่ครบแล้ว  นี่โรงงานมันทำมาเกิน  ว่าแล้วโก๋อุยก็เขวี้ยงอุปกรณ์ชิ้นเล็กนั้นลงถังขยะอย่างไม่แยแส

อีกวันต่อมาโก๋เมศร์ถามเพจเจอร์เครื่องนั้นก็ได้คำตอบว่า

กูไม่ใช้แล้ว  แม่งเพจมาแล้วก็ต้องโทรกลับ  ใช้มือถือดีกว่า

กูบอกแล้ว  ส่งช่างซ่อมดีกว่า

เฮ้ย  ไม่ได้เสีย  แต่กูไม่อยากใช้….มึงจะเอาหรือเปล่าล่ะกูให้ใช้  แต่มึงมีแล้วนี่ไม่ต้องใช้หรอก  จิมมี่สรุป  ดื้อ  ๆ ตามสไตล์ของมัน

ความสนใจอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกแทรกขึ้นมาในห้วงเวลานั้นของยอดบุรุษก็คือ ดนตรี โก๋อุย  มีความคิดว่าตนเองควรจะเล่นดนตรีให้ได้สักชิ้นหนึ่ง และเขาคิดว่าสิ่งที่เหมาะกับเขามากที่สุดน่าจะเป็นกลอง โก๋อุยลงทุนดั้นด้นไปสมัครเรียนตีกลองกับสถานบันทางดนตรีชื่อดังแห่งหนึ่ง (ซึ่งมันไม่รู้หรอกว่าดัง)   มังกร คืออาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่มัน ผลสุดท้ายของการเรียนก็คือ อาจารย์มังกรจะมาสอนตีกลองในห้องที่ว่างเปล่าทุกครั้งที่โก๋อุยต้องเข้าเรียน ด้วยเหตุที่ว่าลูกศิษย์ตัวดีมัวแต่ไปตีกับนักเลงในวงเหล้า ทราบภายหลังจากอิน  บูโดกันว่า อาจารย์มังกร คือสุดยอดของอาจารย์ในศาสตร์เครื่องตี ที่น้อยคนมากจะมีโอกาสได้เรียนกับแก พอโก๋อุยรู้เรื่องนั้น ก็เอ่ยขึ้นด้วยความภูมิใจ

เป็นไง  หัวเราะชื่ออาจารย์กูดีนัก  เป็นไงกูศิษย์มีครูนะโว้ย 

ปรากฎการณ์ทางดนตรีในครั้งนี้จบลงตรงที่ว่า ทุกวันนี้ โก๋อุย ก็ไม่มีความสามารถทางดนตรีใด ๆ เลย หากใครไปถามอาจารย์มังกรว่ารู้จักลูกศิษย์คนเก่งหรือไม่ ก็จะได้รับคำตอบว่า

ไอ้ตี๋ที่ไม่เคยมาเรียนนั่นน่ะหรือ  แม่งเรียนครั้งเดียวก็นึกว่าตัวเองออกคอนเสิร์ตได้แล้ว

วันดีคืนดี โก๋อุย ก็จะรู้สึกถึงอารมณ์ศิลปินราวกับตัวเองเป็นวินเซนต์  แวนโก๊ะ  จิมมี่  ดาวินชี่  จึงหยิบพู่กันขึ้นมาร่ายรำสีบนผืนกำแพงห้องนอนในขณะเมาเป็นรูปปีศาจแดงตัวใหญ่  และหลังจากนั้นจิตรกรรมฝาผนังอันยิ่งใหญ่ก็อุบัติขึ้นในห้องนอนของมัน โก๋อุย ใช้เวลาว่างในขณะที่ตัวเองโดนพักการเรียนส่วนหนึ่งให้เป็นประโยชน์ (หลังจากซ่าพาปีหนึ่งไปรับน้อง นอกสถานที่บวกกับพฤติกรรมอันธพาลที่ผ่านมา) โดยการวาดรูปเพื่อกล่อมเกลาจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน สลับกับการกินเหล้าจนกระทั่งมารในจิตใจก็พ่ายแพ้วิญญาณฝ่ายดี จิมมี่ อุย  ได้เดินทางเข้าสู่ร่มกาสาวพัสต์อันนำมาสู่ความปลาบปลื้มใจแก่วงศาคณาญาติเป็นอย่างมาก  แต่ทุกคนในขณะนั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่า  นี่คือการสั่งสมบารมีในภาคสุดท้ายที่สำคัญ  หลังจากประกาศความเกรียงไกรจนเป็นที่ประจักษ์ต่อญาติสนิทมิตรสหาย  อันนำมาสู่การแซ่ซ้องสรรเสริญของชาวถั่วงอกที่มีความเห็นตรงกันว่า  บุรุษผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่   แต่ควรเป็นคนที่ยกย่องไปตราบนานเท่านาน

 

วิลเลี่ยม    บางกระดี่

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: