ป่วนกันเองกับคนโดนต้ม

 

เรื่องใดในต่อไปจากนี้ที่อาจกวนอารมณ์ของท่านให้รู้สึกเจ็บปวดได้

 

เส้นขนมจีนน้ำยาดีดเข้าใส่ดวงตาในขณะกำลังใช้ส้อมตักเส้นขึ้นมาเข้าปาก

 

ปวดท้องอึขณะรถติดบนทางด่วน

 

รูดซิปหนีบอวัยวะสำคัญของตัวเองหลังเสร็จจากการยืนทำธุระเบา

 

หรือ ถุงบรรจุม้วนรูปภาพวีดีโอโป๊เกิดแตกกระจายกลางตลาด

 

ฯลฯ

 

ครับ นั่นอาจเป็นเหตุการณ์ที่เราท่านอาจได้เคยประสบพบเจอกันมาบ้างสักครั้งในชีวิต สถานการณ์เล็กน้อยไม่คาดฝันบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยอาจไม่ได้เจตนา หากแต่มันสามารถสร้างความขุ่นเคืองให้พออึดอัดหัวใจได้อยู่ ซึ่งถ้าหากจะค้นถึงเนื้อแท้ต้นตอที่เกิดขึ้นของมันแล้ว โดยมากมันก็มักจะมาจากความเลินเล่อส่วนตัวกันทั้งนั้น ดังนั้นความเจ็บปวดใดๆทางอารมณ์ที่ก่อเกิดขึ้นจึงโทษใครไปไม่ได้เลยนอกจากตัวเราเองที่เป็นปฐมเหตุของเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ็บใจได้แค่ไหน สุดท้ายคำว่าอภัยยังคงมีให้กับตัวเองเสมอ

 

แต่ถ้ากับการระวังภัย บวกด้วยความไม่ตั้งมั่นบนความประมาทแล้ว ยังปรากฎผลลัพธ์ออกมา เป็นที่น่าเจ็บปวดหัวใจแวะเวียนเข้ามาทักทายอีกละก็

 

อันนั้น เขาเรียกว่า…ซวย

 

แต่จะซวยและซวยขนาดไหน ความบีบคั้นของหัวจิตหัวใจคงไม่เท่ากันกับ การถูกหยิบยื่นหรือถูกยัดเยียดความเจ็บช้ำน้ำใจมาให้จากคนที่ไม่ใช่ตัวของเราเอง หากแต่เป็น……

 

….ไอ้เพื่อนตัวแสบที่เราเรียกมันว่า คนกันเองนี่แหละ

 

ซึ่งคำว่าแก็งค์ถั่วงอก สามารถอธิบายประโยคข้างต้นได้อย่างชัดเจน

 

พวกเราชาวทวีธาภิเศก นักเรียนแก็งค์ถั่วงอกนั้น เดินทางมาร่ำมาเรียนหนังสือในห้วงเวลาพอ ศอ 2533ถึงพอ ศอ2535 เจตนาหลักที่พอจะนึกเท้าความได้ ก็คงหนีไม่พ้น มาเพื่อเล่นฟุตบอล มาเพื่อเล่นปั่นแปะ และมาเพื่อใช้ความบันเทิงในชีวิตกัน

 

ซึ่งหากว่าไม่พบพวกเขาอยู่ในกิจกรรมกีฬา หรือการพนันแล้ว ชาวถั่วงอกมักหนีไม่พ้นการสร้างสรรกิจกรรมกวนตีนกันเองใหม่ๆมานำเสนอต่อที่สาธารณะอยู่ออกบ่อยครั้ง

 

ครับ… คำว่า..กวนตีนกันเอง สำหรับใครที่ไม่เข้าใจ ขอเชิญได้ที่บรรทัดต่อจากนี้….

 

มันคือ ยามที่แววตาและรอยยิ้มจากเพื่อนสู่เพื่อนถูกเผยแสยะยิ้มออกมาอย่างไม่ปกติบริสุทธิ์ ช่วงเวลาที่รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเจ้าเล่ห์เพทุบายที่กำลังกล้ำกลายและคลืบคลานมาจากคนรอบข้างที่ได้ชื่อว่า นักเรียนสองสอง นั่นแหละเพียงพอแล้วที่จะเป็นสัญญาณแรกเพื่อบ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องดูแลตัวเองให้จงหนัก และ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อจากนี้ สติที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน และ ตนนั่นแหละที่เป็นที่พึ่งแห่งตน สองพุทธภาษิตเบื้องต้นที่ต้องท่องจำไว้ให้จงดี ในยามที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันไม่ปกติจากกลุ่มซนสองสอง เพราะบางที ไอ้คนที่เจอกับมันอยู่ทุกวันจนเรียกได้เต็มปากว่าคือเพื่อนสนิท ที่บังเอิญนั่งหรือยืนอยู่ข้างๆเรานี่แหละ บางครั้งโฉมหน้าที่แท้จริงของมันยามอารมณ์ไม่เข้าใครออกใครของสังคมถั่วงอก ที่สุดแล้วมันก็คือ วายร้ายเพื่อนเลวที่เชื่อใจไม่ได้อย่างที่สุด

 

ถุงคอมพ์พิศวง, อักษรตัวR ในวันสอบ, การขึ้นลิฟต์ตำแหน่งตรงกลาง,และการขออนุญาติปวดขี้ คือ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นมาอันนั้นได้เป็นอย่างดี

 

และยังรวมถึงกับครั้งนี้อีก ครับ

 

ในการเล่นสนุกกันในแต่ละครั้ง ถ้าจะให้เมามันนอกเหนือจากมุขแกล้งกันกวนๆด้วยแล้วละก็ การเติมความเลอะเทอะปนเปื้อนเข้าไปในการละเล่น มักมีผลลัพธ์ที่เรียกเสียงฮาแบบฮาแตกฮาแตนได้อยู่เสมอ และเพื่อเติมอรรถรสในรูปแบบสกปรกแบบที่ว่านั้น การควานหาสิ่งปฎิกูลเพื่อต่อยอดความมันส์ในการหยอกล้อเล่นกับเพื่อนร่วมวงสองสองนั้น ไม่ต้องมองหาไปไหนไกลถึงห้องส้วม หรือถังขยะหลังห้องหรอกครับ….

 

เพียงแค่ควานหาเอาในรูจมูก ก็สุดจะเพียงพอแล้ว

 

ครับ…ก้อนเขียวปนเปื้อน อันนั้นแหละครับที่เป็นชนวนความสุขของเพื่อนกลุ่มกวนที่ต้องการแกล้งเพื่อนกันเองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการดีดใส่กันในซึ่งหน้า หรือจะมาในรูปแบบแอบแฝงแปะไว้ตามส่วนของร่างกายเพื่อนในยามทีเผลอ ซึ่งไอ้ก้อนเขียวที่ว่านี่แหละครับ สร้างความครื้นเครงในการเล่นกับสิ่งปฏิกูลจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งมานักต่อนักแล้ว

 

ซึ่งการดีดขี้มูกใส่กันตรงๆ แบบที่ทุกคนเข้าใจอยู่นี้ โดยส่วนตัวของผมเอง ยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าไหร่ พึงรังเกียจเล็กน้อย แล้วค่อยเอาคืนกลับ มันก็ยังพอไหว เพราะถ้าหากต้องการแก้แค้นให้กับการได้รับก้อนเปียกสีเขียวที่ไม่พึงปรารถนา มันก็เพียงแค่มีนิ้วชี้กับโพรงจมูกของตัวเองเท่านั้น เราก็สามารถทำในสิ่งเหมือนกันตอบโต้กลับไปได้ในทันที

 

มันดีดมา เราดีดไป

 

แบบนั้น ไม่เท่าไร

 

แต่หากเกิดว่า มันมาในรูปแบบแอบแฝงละ

 

อันนี้แหละ… ที่สุดจะเจ็บปวดครับ

 

เคยมั้ยครับที่ อยู่ดีดี ท่านก็โดนเหล่าเพื่อนทั้งหมดในห้อง ตั้งแง่พากันพึงรังเกียจ โดยทั้งหลายทั้งหมดไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ตัวของเรา ทั้งๆที่เนื้อตัวเราก็ยังสะอาดสะอ้านปราศจากคราบมอมแมมใดๆ การตีกรอบล้อมวงถอยห่างโดยเพื่อนๆทั้งหมด มันไม่ต่างอะไรจากสภาพการณ์แห่งความว้าเหว่ไร้ที่พึ่งคอยยึดเหนี่ยว สถานการณ์โดดเดี่ยวที่มาพร้อมกับรอยยิ้มขบขันจากพวกมันทั้งหมด ที่พร้อมใจกันทำให้เราเป็นดั่งตัวประหลาดกลางห้องด้วยสายตาอันเจ้าเหล่และเสียงร้องยี้!!!  พร้อมเพรียงกันที่เรา ณ จุดเดียว

 

อี๊……….!!!!!

 

ครับ…เข้าใจได้เลยว่า วินาทีนั้น ก้อนเขียวปนเปื้อนของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง ได้เข้ามาอยู่ปะปนเป็นส่วนหนึ่งกับร่างกายของท่านแล้ว

 

หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือ มีขี้มูกติดอยู่ที่ตัวมึงเรียบร้อยแล้วโว๊ย !!

 

ซึ่งมันโคตรจะสนุกในสายตาเพื่อนๆก็ตรง ตอนที่คุณได้เป็นตัวตลกในการหันหน้าหันหลังควานหาก้อนปฏิกูลอันนั้นเพียงเดียวดายขาดคนเห็นใจนั่นแหละ

 

คิดดูสิครับว่า ความสกปรกที่ไม่ใช่ของตัวเองหากมันยังคงติดตัวและหลอกหลอนเราอยู่อย่างนั้น มันชวนให้น่าสะอิดสะเอียนสักขนาดไหนเมื่อเวลายิ่งผ่านไปและผ่านไป  จนแม้จะถึงช่วงเวลาที่ค้นเจอ การสลัดมันให้หลุดจากร่างกายเรานั้น ยังต้องใช้ความใจถึงอีกเพียงไหน ถ้าเผื่อว่าสิ่งที่เราจะเห็น กลับปรากฎภาพก้อนเขียวมันเยิ้มและใหญ่เกินกว่าที่เราคิดไว้

 

โอ้ พระเจ้า

 

ยิ่งกับบางครั้งในตำแหน่งที่คุณไม่สามารถขจัดมันได้ด้วยตัวเอง เป็นต้นว่า ขี้มูกติดอยู่ที่กลางหลัง การร้องขอ หาน้ำใจจากเพื่อนพึงพายามยากในสังคมห้องสองสองนั้น คิดเหรอ ว่ามันคงจะมีง่ายอีกซะเมื่อไหร่กัน

 

ฉะนั้น เป็นไปได้ กรุณาอย่าทำตัวน่าหมั่นไส้จนต้องตกเป็นเป้าความสนใจจากคนห้องนี้ จะเป็นดีที่สุด

 

มิฉะนั้น ขี้มูกจะติดอยู่ตามร่างกายคุณโดยที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้จะรู้สึกตัว

 

นั่นคือในกรณี คนโดนของ ที่อาจมองว่า ทุเรศแห่งการละเล่นในสิ่งปฏิกูลแล้ว ไม่ครับ ความทุเรศอันน่าสะอิดสะเอียนที่แท้จริง มันมาจากไอ้ตัวควักก้อนเขียวปนเปื้อนเปียกบ้างแห้งบ้างอันนั้นต่างหากครับ

 

สาบานได้ว่าครั้งหนึ่ง ผมเคยเห็น โก๋โนเอ่ยปากขอยืมขี้มูกจากโนบิ เพื่อเอามาทำเป็นอาวุธสำรองในการหาโอกาสดีดแปะใส่เพื่อน ซึ่งภาพที่ผมเห็นในเวลาต่อมาก็คือ การที่โนบิควานหาของที่ว่าในโพรงจมูก ก่อนหยิบยื่นสิ่งที่มันค้นพบส่งมอบต่อให้กับโก๋โน และก็เป็นโก๋โนในอารมณ์เบิกบาน ที่รับมันมาไว้อย่างทนุถนอมก่อนนำมันมาติดไว้เป็นกระสุนสำรองแกล้งเพื่อนอันต่อไปตรงตำแหน่งหัวเข็มขัดนักเรียนของมัน ซึ่งก็มีขี้มูกของมันเองที่ควักมาก่อนหน้านั้นจนหมดรูจมูกแล้วแปะไว้จำนวนนับทั้งสิ้นอีกสองก้อน

 

ครับ…เป็นภาพที่ทุเรศสายตาอย่างแรงสูง เมื่อเห็นการแบ่งปันขี้มูกกันต่อหน้าต่อตา

 

นั่นคือส่วนของการเล่นแกล้งกันในเรื่องความสกปรก ที่มักเป็นโก๋โนนี่แหละที่ชอบนักชอบหนากับการเห็นเพื่อนเป็นตัวตลกติดขี้มูกด้วยฝีมือของมัน

 

แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นเรื่องการแกล้งกันโดยมีความเสียหายในทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยละก็ เรื่องนี้ครับ

 

การแต่งกายในวันที่มีชั่วโมงกีฬาของโรงเรียนทวีธานั้น เสื้อโปโลสีเขียวตราสัญลักษณ์ทวีธาภิเศกคือ เครื่องแบบที่ถูกกำหนดให้นักเรียนสวมใส่มาเรียนได้หากตารางสอนวันนั้นมีคาบเรียนวิชาพละศึกษา ใครที่เคยร่ำเรียนทั้งโรงเรียนเอกชนหรือรัฐบาลคงนึกคุ้นกันออกถึงเสื้อสีสัญลักษณ์โรงเรียน ที่เป็นแบบโปโลสวมใส่ลงมาจากทางคอโดยตรงเลย หาใช่ในแบบปกติที่เป็นเสื้อติดกระดุมจากบนลงล่าง

 

ครับ… และไอ้เสื้อแบบโปโลที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องนำชายเสื้อเข้าใส่ในกางเกงเหมือนเสื้อนักเรียนมาตรฐานทั่วไป ดังนั้นมันจึงสามารถมองเห็นรอยแยกตะเข็บต่อรูปตัววีคว่ำตรงตำแหน่งด้านข้างของชายเสื้อชนิดนี้ได้อย่างชัดเจน

 

ซึ่งไอ้รอยแยกตะเข็บด้านข้างนั่นแหละครับ ที่มันเป็นเสมือนรอยแยกนำทางให้ชาวสองสองก่อเหตุพิเรนท์ในทรัพย์สินกัน

 

ครับ…เมื่อมันว่างกันจนไม่มีอะไรจะทำ ความสนุกในความเสียหายจากเครื่องนุ่มห่มเพื่อนจึงบังเกิด

 

แคว๊ก..กก

 

และถ้ายังไม่รู้ตัว เสียงลากแคว๊ก..กก แบบยาวๆ ก็จะตามมาอีก

 

มันคือการเล่นฉีกเสื้อเพื่อนกันครับ

 

ใครได้รับความสนใจมากน้อยอย่างไรในห้องสองสอง ก็ให้ดูได้จากรอยขาดของตะเข็บด้านข้างกันไป ยิ่งมีรอยขาดสูงเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงการมีเพื่อนรุมรัก ซึ่งแม้จะไม่ปรารถนาให้ใครมารักมาชอบโดยการไม่ยินยอมให้ใครเข้าใกล้ประชิดตัวเลยก็ตาม แต่เดี๋ยวสักพักในยามเผลอ ถั่วงอกที่ตะเข็บขาดแล้วกับความพยายามของมันจะทำให้เสียงแคว๊กดังขึ้นมาอย่างแน่นอนสำหรับถั่วงอกที่ยังไม่เคยไร้ตะเข็บ

 

และเพื่อความสมดุล เสียงแคว๊กขาดจะต้องได้ยินอย่างน้อย สองครั้งต่อหนึ่งบุคคล

 

กล่าวคือ ถ้าตะเข็บทางซ้ายมีเสียงแคว๊ก อีกสักประเดี๋ยว ฝั่งขวาก็ต้องมีเพื่อนตัวแสบย่องมาฉีกตะเข็บชายเสื้อกัน

 

เวลานั้น นักเรียนถั่วงอก จึงหมดปัญหาเรื่องเสื้อผ้าอับ อันเกิดจากความเปียกชื้นระหว่างวันไปได้เลย เพราะการเล่นขยายตะเข็บเป็นทางยาวจนถึงรักแร้นั้น ทำให้การระบายของอากาศสามารถไหลผ่านพวกเราไปได้อย่างสบายแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการสวมใส่เสื้อโปโลแบบนี้

 

ยิ่งกับบางคนที่โดนเพื่อนแคว๊กแล้วแคว๊กอีกทั้งสองข้างนั้น เขายิ่งแลดูได้รับความสบายไร้กังวลทันทีที่ลมพัดโชยผ่านเข้ามา

 

ผมเคยเห็นเจ้าพ่อคาสิโน โก๋โน โหนรถเมล์สาย 56กลับบ้าน ในขณะที่สายลมโชยจากหน้าต่างรถหอบพัดเอาเสื้อไร้ตะเข็บข้างของเขาลอยขึ้นมาคลุมหัวตัวเองและโบกปลิวไสวโชว์ขนรักแร้ทั้งสองข้างอยู่เป็นนานสองนาน เพราะมันดันยืนหลับอยู่ ท่ามกลางประชาชนที่มองดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อผ้าอันขาดลุ่ยของหนุ่มคนนี้

 

เสื้อเขียวทวีธา จึงเป็นความทรงจำอันหนึ่งที่บอกเล่าถึงการละเล่นอันละเมิดในตัวทรัพย์สินได้เป็นอย่างดี

 

และใช่ว่า การแกล้งอำเล่นกันแรงๆอย่างนี้จะมีเรื่องราวเฉพาะ คนถั่วงอกกับคนถั่วงอก หากแต่มันก็มีอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งละที่คนถั่วงอกทั้งกลุ่มโดนประชาชนคนธรรมดานี่แหละหลอกต้มจนเสียฟอร์มแก๊งค์กวนกันมาแล้ว

 

เหตุการณ์ต่อเนื่องไม่กี่วันจากการเกิดพฤษภาทมิฬ ควันหลงของการเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความรักในประชาธิปไตยของเราคนถั่วงอก มีออกมาทันทีในวันแรกที่โรงเรียนทำการเปิดการเรียนการสอน

 

การคาดแขนเสื้อสีดำไว้ทุกข์ให้กับวีรชนคนกล้า จนถึงไม่ยอมขึ้นห้องเรียนหลังจากได้เวลาสัญญาณบอกชั่วโมงเรียนคาบแรก โดยการตั้งแถวอยู่กลางสนามเพียงห้องเรียนเดียว เจตนาเพียงเพื่อต้องการแสดงพลังของคนรักประชาธิปไตยด้วยการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยกลางสนามให้กับการจากไปของเหล่าผู้คนที่เราเรียกพวกเขาว่า วีรชนคนกล้า ซึ่งสิ่งที่ถั่วงอกแสดงออกในวันนั้น ก็บังเอิญว่าอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่าครูบาอาจารย์และนักเรียนห้องอื่นๆที่พากันจ้องมองพร้อมส่งความสงสัยมายังแถวไว้อาลัยของคนถั่วงอกโดยพร้อมเพรียงกันว่า

 

ห้องบ้านี่อีกแล้ว….สงสัยพวกมันคงเป็นเอามาก

 

เราเป็นประชาชน รักประชาธิปไตย เข่นฆ่าเราทำไม ใครฆ่าประชาชน

 

เพลงแห่งการแสดงออกของคาราบาว ที่ถั่วงอกนำมาใช้ร้องทุกครั้งที่อารมณ์มันมาถึงจุดที่เลือดรักชาติมันขึ้นหน้า

 

อารมณ์นั้นมันถึงขนาดว่า หากธงชาติไทยต้องการสีแดงเพื่อชาติ เราทั้งหมดแก็งค์ถั่วงอกก็พร้อมที่จะถลกแขนเสื้อ กรีดเลือด สละโลหิต เพียงเพื่อให้ธงชาติไทยยังคงมีสีแดงแต่งแต้มอยู่ต่อไป

 

ขนาดนั้นเลยครับ สำหรับกระแสถั่วงอกผู้รักอุดมการณ์ประชาธิปไตย

 

ดังนั้นเลย ในเย็นวันนั้น เรากลุ่มแกนนำรักชาติทั้งหมด จึงตัดสินใจเลือกถนนราชดำเนินเป็นจุดหมายปลายทางแทนที่การไปเดินเล่นที่สยามเซ็นเตอร์เหมือนอย่างที่ปฎิบัติแบบเคยๆในยามว่างหลังเลิกเรียน

 

และก็ไม่เพียงแค่การไปเดินซึมซับบรรยากาศควันหลงของถนนนองเลือดสายนี้ หากแต่ความตั้งใจหลัก คือการไปเพื่อคารวะแด่ดวงวิญญาณของผู้เสียสละในเหตุการพฤษภาทมิฬ ด้วยการมอบพวงหรีดแห่งหัวใจรักชาติภายใต้ลายมือชื่อ

 

แด่วีรชนคนกล้า ทวีธา 622   

 

ซึ่งถั่วงอกทั้งหมดก็พร้อมเพรียงกันที่จะนำมันไปวางไว้ยังวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยการจัดตั้งพวงหรีดให้ดูโดดเด่นเหนือกว่าพวงหรีดของใครๆหรือสถาบันไหนๆ เพียงเพื่อประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า พลังนักศึกษาหัวเกรียนรั้วเขียวขาวนะ รักบ้านเมืองเพียงใด และเพื่อการกู่ก้องให้เกรียงไกรในครั้งนั้น เราจึงจำเป็นต้องยกมันขึ้นบังพวงหรีดจากกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบมันซะงั้น โทษฐานที่พวงหรีดของสถาบันนี้ดันตั้งอยู่บนตำแหน่งที่เด่นสุด และดูแล้วไม่เป็นที่สบอารมณ์ชอบใจของพวกเราซักเท่าไหร่

 

ซึ่งเราก็ร่วมซึมซับกับบรรยากาศสองข้างทางของถนนราชดำเนิน ที่มีทั้งเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของวีรชน เศษกระจกกระจัดกระจายที่ยังคงทำความสะอาดไม่หมดไม่สิ้น รวมถึงร่องรอยความเสียหายต่างๆและรูปภาพเหตุการณ์บางส่วนที่สามารถหาออกมาตีพิมพ์ได้ทันกับความอยากรู้ของประชาชนทั้งหลายในวันนั้น จนสมควรแก่เวลาที่ต้องเลิกรา แต่แล้วในระหว่างทางที่จะเดินกลับนี้เอง เลือดรักชาติเป็นอันต้องเดือดปุดๆขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังทะลุขึ้มมาท่ามกลางความจอแจของสองข้างทางฟุตปาธและคนบนถนนราชดำเนิน  ซึ่งนั่นแหละที่มันป็นเสมือนเสียงสัญญาณแห่งการเติมเชื้อไฟในความอยากรู้เรื่องราวของชาติให้พุ่งปะทุมากยิ่งขึ้น

 

พ่อ แม่พี่น้องครับ …เชิญชมภาพ เหตุการณ์นองเลือดได้เลยที่นี่ครับ ทุกอย่างอยู่ในม้วนนี้แล้ว

 

สี่ร้อยห้าสิบบาทครับ มีอยู่ในนี้เท่านั้นครับ

 

หมดแล้วหมดเลยนะครับ

 

ไม่มีรีรอเลยครับจากคนถั่วงอก กับการคนละไม้ละมือในการควานหาเศษธนบัตร เพื่อม้วนวีดีโอประวัติศาสตร์ม้วนนั้นกัน

 

และเมื่อหลังเสร็จสิ้นการจ่ายสะตุ้งสะตังค์ไป พี่คนขายหันกลับมาบอกตอกย้ำอีกว่า

 

รับรองเลยไอ้น้อง ดูแล้ว โกรธแทบอยากทุบทีวีทิ้งเลย พี่ยังทุบไปแล้วเครื่องนึงเลย

 

ครับ จากน้ำเสียงและความหมายของพี่แกก็คือ เราจะได้เห็นภาพความทารุณของพวกเผด็จการที่มีต่อประชาชนสองมือเปล่า ความเลือดเย็นจากปากกระบอกปืนที่เห็นคนบริสุทธิ์ผู้รักประชาธิปไตยเป็นเพียงผักปลาและเป้านิ่ง

 

โอ้โห..ได้ยินดังนั้น คนรักชาติสองสองไม่มีรีรอที่จะกวักมือเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งยังที่หมายที่ได้ตกลงกัน ด้วยเจตนาจะนำเอาม้วนวีดีโอม้วนนั้น เปิดรับชมร่วมกันภายใต้ความรู้สึกอันพลุ่งพล่านภายในหัวใจของแก็งค์เด็กชายผู้รักอธิปไตย

 

ดังนั้น บ้านโก๋อ้วนคือเคหะสถานอันลงตัวที่สุด จากแผนที่ราชดำเนินไปยังที่พำนักของใครก็ได้ในพวกเราที่ใกล้ที่สุด

 

แม้จะมีอิดออดบ้างจากโก๋อ้วน แต่ด้วยความอยากรู้เรื่องชาติบ้านเมือง โก๋อ้วนซึ่งปกติไม่นิยมให้ถั่วงอกมาเยี่ยมเยียนที่บ้านซักเท่าไหร่ ก็ตอบตกลง

 

ดูวีดีโออย่างเดียวนะ อย่างอื่นไม่ได้นะ น้องกูจะกลับมาแล้วด้วย

 

โก๋อ้วน ว่าไป ในขณะที่พวกอุดมการณ์ได้แต่พยักหน้า

 

จนเมื่อม้วนวีดีโอถูกยัดลงไป ณ เครื่องเล่น ท่ามกลางวงล้อมของถั่วงอกหัวใจวีรชนที่บ้านโก๋อ้วน

.

…………………………….

 

เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วโมง กับอีกไม่กี่นาทีเท่าไหร่หรอกที่ม้วนวีดีโออันนั้นได้แสดงออกมาจนถึงจุดสิ้นสุดของมัน

 

……………………………….

 

……………………………….

 

……………………………….

 

เย็ดเข้ กูโคตรอยากจะทุ่มทีวีทิ้งเลย สาด

 

เป็นเสียงที่ พวกเราแทบจะพร้อมเพรียงกันเปล่งออกมา ภายหลังจากการรับชมภาพอันแสนสับสนอลหม่าน ที่มีแต่ คนวิ่งกันไป วิ่งกันมา แทบปะติดปะต่อให้เห็นเป็นเรื่องราวอันทารุณกรรมใดๆจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬไม่ได้เลยอยู่นานร่วมชั่วโมงครึ่ง

 

“สาด โดนต้ม

 

"แต่ ช่างเถอะ มีคนถูกต้มยิ่งกว่า"

 

แล้วเรื่องราวของแก็งค์รักชาติในวันนั้น ก็จบลงตรงที่การล้อมวงเล่นไพ่กันอย่างดื้อๆ ท่ามกลางความเสียรู้ของโก๋อ้วน ที่ไม่ได้สะกิดใจเลยว่า แผนเลือดขึ้นหน้ารักชาติ อยากดูวีดีโอ นั่นนะ มันเหตุผลหลักรองลงมาจาก การหาที่ลงเล่นไพ่

 

เมื่ออุดมการณ์รักชาติถูกต้มจนสุก การระบายออกด้วยอุดมการณ์รักการเสี่ยงทายของแก็งค์ถั่วงอกจึงแสดงออกมาทันที อย่างไม่มีปกปิดรีรอ

 

กูละเซ็งพวกมึง ฉิบหาย

 

ไม่ให้เล่น แม่งก็จะยกทีวีกูไปซ่อน

 

อ้วนเปรยออกมา หลังจาก ค่าต๋งก็ไม่ได้ แถมตานั้นยังโดนเก้าเด้งเข้าไปอีก

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

24 กรกฎาคม 2550

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: