เพื่อน (พวก)กู…

 

ปฏิบัติการความสนุกของแก็งค์ถั่วงอกที่มีมาได้เป็นระลอกๆนั้น ที่สุดแล้วมันมักจะจบลงตรงการได้สร้างความน่าปวดหัวให้กับเหล่าครูบาอาจารย์ หรืออาจจะเป็นนักเรียนคนใดก็ตามที่ดันเกิดคิดรักดีมาร่ำมาเรียนหนังสือเอาในช่วงเวลาที่แก็งค์ถั่วงอกกำลังเบิกบานสะพรั่งนั้นอยู่เสมอ ซึ่งมันก็ได้แต่สงสารในชะตากรรมของคนเหล่านั้นอยู่บ้างพอสมควร หากจะมองไปที่พฤติกรรมป่วนทั้งหลายแหล่ในวันที่ผ่านมา ซึ่งก็คงเป็นได้แค่อารมณ์บางเสี้ยวเท่านั้น เพราะไอ้ความสงสารที่ว่านี้ บังเอิญว่ามันคงจะไม่เพียงพอที่จะชะลอความมันส์ในแต่ละวันของพวกเขากันได้ ซึ่งไอ้การก่อกวนป่วนโรงเรียนที่มันสร้างความหงุดหงิดหัวใจให้กับคนเป็นใหญ่เป็นโตของโรงเรียนและนักเรียนรักดีนั้น มันดันไม่ได้มีเฉพาะความกวนตีนที่มาเพียวๆเพียงอย่างเดียวนะสิครับ เพราะในบางครั้งนอกจากที่แก็งค์กวนจะพาเรื่องราวอันน่าปวดหัวมาให้สังคมความเป็นอยู่ทวีธาแล้ว พวกเขาแก็งค์ถั่วงอกยังมีอีกภาพลักษณ์หนึ่งที่ควบคู่มากับพลังกวนตีนไม่รู้จบอันนั้นอีกด้วย ซึ่งไอ้คาแรกเตอร์ที่ว่านี่ มันก็เป็นเสมือนอีกแรงขับหนึ่งที่ส่งเสริมดีกรีความน่าหมั่นไส้ให้เพิ่มขึ้นมาอีกหลายระดับด้วยนะสิครับ

 

ที่บอกมาทั้งหมดนั้น ต้องการจะบอกว่า ถั่วงอกนี้นอกจากที่จะโดดเด่นมากในเรื่องของ แก็งค์ป่วนกวนตีนแล้ว

 

พื้นฐานฐานันดรของพวกเขา ก็ไม่เคยแพ้พวกใคร ห้องไหนเลย

 

กลุ่มแก็งค์กวนถั่วงอกนอกจากอุปนิสัยพื้นเพที่เป็นมหาชนคนรักความสนุกมาแต่กำเนิดแล้วนั้น หากจะเพ่งมองไปที่รายละเอียดโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละตัวบุคคลกัน มันก็พอจะบอกได้ว่า แบ๊กกราวด์ของพวกนี้มันมาจากคนมีอันจะกินกันทั้งนั้น ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ การเป็นเด็กฝากหน้าตาดีเข้ามาเรียนกันเกือบครึ่งห้อง น่าจะพอการันตีเครื่องหมายของความพอมีฐานะกันอยู่บ้างของพวกเขากัน

 

และยิ่งมาบวกกับปรากฎการณ์ ขับรถยนต์มาร่ำเรียนหนังสือในวัยมัธยมขาสั้นด้วยแล้ว ใครเลยจะคิดว่า วัยรุ่นคนสองสองจะเป็นแค่จิ๊กโก๋กิ๊กก๊อกกันละ

 

โก๋เหม่งกับมิตซู แลนเซอร์ โก๋ต๊องกับกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ หรือแม้ โก๋เชษฐ์กับมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า โนว่า ที่ภายหลังปรับเปลี่ยนมาเป็น ฮอนด้า เหมือนกัน หากแต่เป็นเก๋งซีวิค แต่ถ้าจะให้เติมความพิเศษสำหรับตอนนี้ในเรื่องของความโอ่อ่าอู้ฟู้ของแก็งค์สองสองแล้วละก็ เพื่อนรักคนนี้ครับ กับภาพลักษณ์คนมีฐานะแห่งห้องสองสอง

 

โก๋กวงกับบีเอ็มดับเบิ้ลยู ส้มแป้นคันหรูคันนั้น

 

ในขณะที่อาจารย์ทองปาน หัวหน้าฝ่ายปกครองโรงเรียนยังมีพาหนะเป็นเพียงแค่รถยนต์เปอโยต์โบราณปีต้นๆ80ที่ขับขี่มาทำหน้าที่สอนหนังสือนักเรียน แต่ขณะเวลาเดียวกันนั้น โก๋กวงควบบีเอ็ม 316i สีส้ม มาเรียนหนังสือพร้อมๆควบคู่ไปกับอาจารย์คนนั้นได้ในทุกๆวัน

 

ครับ…เพียงเท่านี้แค่นี้ก็เห็นความเหลื่อมชั้นกันแล้ว

 

ดังนั้นเลยปรากฎการณ์กวนตีนใดๆในโรงเรียนที่มาจากพวกเขา ดั่งเช่นการขับขี่พาหนะเคลื่อนที่มาพร้อมเสียงเพลงดังโครมครามเหมือนอย่างที่โก๋เหม่งมักกระทำอยู่เนืองๆ ก็เลยมักจะต้องเติมเรื่องความหมั่นไส้แบบใส่ไข่พิเศษจากคนรอบข้างลงไปด้วย โทษฐานที่ทำตัวร่ำรวยเอิกเกริกกันซะขนาดนั้น

 

ซึ่งตอนนี้ ไหนๆก็พูดถึง คาแรกเตอร์ของความมีอันจะกินแล้ว เพื่อนผม โก๋กวง มนุษย์สองสองคนนี้ กับ บีเอ็มส้มแป้นคันนั้น จึงน่าจะเป็นการตอกย้ำคาแรกเตอร์มั่งมีที่ว่านี้ได้ดีที่สุด

 

โก๋กวง เป็นเด็กชายชาวไทยที่มีส่วนผสมเชื้อสายชาวจีนมาแต่กำเนิด แรกเริ่มในวงการแก็งค์ถั่วงอกที่รู้จักกันนั้น ร่างกายทางกายภาพจะของโก๋กวงไม่ได้ดูสูงเพียงอย่างเดียว หากแต่มันได้ปรากฏชั้นเนื้อ ที่ดูออกแนวอวบๆ อิ่มๆ อยู่ตลอดระยะเวลาสามปีที่ร่ำเรียนในห้องสองสองด้วยกัน ซึ่งรูปพรรณสันฐานส่วนใหญ่นั้นบ่งบอกลักษณะพันธุกรรมสปีชีย์ของผู้มีอันจะกินทั้งสิ้น

 

ซึ่งหากจะเอ่ยเรื่องราวของเขา เรามาเริ่มกันที่ บีเอ็ม ส้มแป้นก่อนดีกว่า เหตุที่เรียกส้มแป้นนั่นเป็นเพราะ สีส้มคือสีของตัวถังมัน และการเติมคำว่าแป้นเข้าไปนั้น เพียงเพื่อสร้างความรู้สึกถึงความน่ารักแบบแอ๊บแบ๊วตามความเหมาะสมกับวัยใสอย่างพวกเราในเวลานั้นกันมากกว่า ซึ่งหากใครทุกคนที่ร่ำเรียนสองสองมาด้วยกัน มักรู้กันดีว่า หากเห็นส้มแป้นคันนั้นจอดอยู่ที่ว่างตรงไหนสักแห่งในหมู่บ้านศิวาลัยที่อยู่ใกล้โรงเรียนทวีธาแล้วละก็ นั่นหมายความว่า วันนั้น โก๋กวงมาเรียนหนังสือกับเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งประวัติโดยสังเขปของส้มแป้นก็คือ การเป็นพาหนะประจำทางให้คนสองสองได้เดินทางไปช๊อปปิ้งยังสยามเซนเตอร์ ศูนย์รวมแหล่งแฟชั่นตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันของเมืองไทย ในทุกๆวันศุกร์หลังเลิกเรียนกันเสมอ

 

หากการร่ำรวยหรือการหามาได้ซึ่งเงินทองจากวงปั่นแปะในวันสุดสัปดาห์ มียอดสรุปผลเป็นบวกสำหรับใครสักคนหนึ่งในแก็งค์แล้ว คำขอร้องสำหรับการจับจ่ายใช้เงินเพื่อเสื้อผ้าวัยรุ่นจะถูกส่งต่อไปยังโก๋กวงทันที ซึ่งก็นั่นแหละครับ ที่ผมไม่เห็นจะมีครั้งไหนที่ว่า โก๋กวงจะอิดออดปฏิเสธการควบส้มแป้นไปให้เพื่อนๆได้ช๊อปปิ้งกันสักครั้ง

 

ซึ่งก็ไม่เฉพาะช๊อปปิ้งหรอกครับ บ้านเพื่อนถั่วงอก โต๊ะสนุ๊กพบสุข สถาบันกวดวิชา ผับบาร์ในบางโอกาส หรือแหล่งชุมนุมของวัยรุ่น

 

ส้มแป้นพาพวกเราไปมาหมด

 

ดังนั้นแล้ว รถยนต์ส้มแป้นจึงเป็นเสมือนพาหนะหน้าตาหลักของคนถั่วงอกในทุกๆงานหรือทุกๆโอกาส

 

แต่ถ้าจะให้นึกมากกว่าความเป็นพาหนะพาไปเที่ยวเล่นช๊อปปิ้ง ครั้งหนึ่งครับ ครั้งหนึ่งเราเคยมีการแข่งขันขับรถกันเล่นๆ เลียนแบบ รายการใหญ่ระดับโลก แรลลี่ ปารีสดักการ์ อันเป็นการแข่งขันขับรถยนต์อันโหดที่สุดของโลก เพราะต้องขับฝ่าทะเลทรายซาฮาร่าที่สุดแสนจะว่างเปล่าและอันตราย จนได้ชื่อว่านี่คือที่สุดแห่งการแข่งขันทางรถยนต์อันสมบุกสมบันแห่งโลกมนุษย์ แต่กับครั้งนั้น ถั่วงอกซิ่งกับรถยนต์ธรรมดา จำนวน 3 คัน ได้อุตริและอุปโลกการแข่งระดับโลกมาใช้ภายใต้ชื่อใหม่ของการแข่งขันครั้งนั้นว่าแรลลี่ ศิวาลัยสยาม

 

กล่าวคือ หมู่บ้านศิวาลัย คือ จุดสตาร์ทออกตัว ในขณะที่สยามเซ็นเตอร์คือ จุดแตะเส้นชัย

 

โดยมีรถยนต์ที่ส่งเข้าประกวดตามนี้ครับ โตโยต้า โคโรล่า 16 วาล์ว เปลี่ยนแม๊ก เครื่องเสียงดังของโก๋เหม่ง ที่มีสามกษัตริย์ เหม่ง นา โน นั่งกันอยู่เต็มคันรถ ในฐานะ หนึ่งคนขับ และสองกองเชียร์ ที่จุดสตาร์ทปล่อยตัวเป็นตัวแทนของรถเข้าร่วมแข่งขันคันที่หนึ่ง

 

คันต่อมาเป็น โก๋เชษฐ์ ที่ควบ ฮอนด้าซีวิค ซึ่งขณะนั้น สภาพใหม่เอี่ยมอ่อง แกะกล่องป้ายแดง ลงทำการแข่งขัน และก็มี โก๋เมศร์ และ โก๋ตุ๊ก สองคนรวมกันเป็นอีกหนึ่งทีมซ่า

 

ในขณะที่อีกคันเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ส้มแป้นคันนั้น กับโก๋กวงทำหน้าที่ผู้ขับขี่ ซึ่งก็มีผม และโก๋ทิน เป็นกองเชียร์และเนวิเกเตอร์ อยู่รวมกันเป็นทีมสุดท้าย

 

คือการแค่ขับรถไปเดินซื้อเครื่องแต่งกายกันเล่นๆที่สยามเซ็นเตอร์ หากแต่การไปของแก็งค์ถั่วงอกในวันที่ดันมีรถเก๋งพร้อมหน้าพร้อมตากันสามคัน บวกกับภาพข่าวกีฬาการซิ่งระดับโลกในคืนที่ผ่านมาอันติดตา ณ ขณะเวลานั้น มันทำให้เราต้องขอประลองความเร็วกันบ้างบนท้องถนนกรุงเทพมหานครในแบบฉบับของวัยรุ่นคึกคะนอง

 

ครับแน่นอนว่า นาทีนั้น เต็งหนึ่งอย่าง โก๋เหม่ง คือ รถที่พุ่งนำออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เพราะด้วยความคึกคะนองของเสียงเพลงดัง อีกทั้งแรงยุส่งของกองเชียร์นาโน ทำให้จากศิวาลัยจนถึงสาทร โก๋เหม่งนำโด่งครับ จะมีตีคู่มาก็คงเป็นแค่ ซีวิค ของโก๋เชษฐ์ ที่เครื่องยนต์ยังใหม่ แต่ยังไม่กล้าเหยียบมิดเท่าไหร่เพราะไมล์รันอินยังไม่พ้น ที่สามารถเร่งสปีดเครื่องยนต์ขึ้นมาวัดกับโก๋เหม่งได้ในทางตรงยาวบนช่วงถนนสาทร ขณะที่ส้มแป้น อาจเป็นเพราะอายุเครื่องยนต์ที่ออกจะชราภาพไปซะหน่อยถ้าเทียบกับสองคันข้างต้น ทำให้เส้นทางสาธร ก่อนขึ้นสะพานข้ามเจ้าพระยา ณ เวลานั้น ส้มแป้นน่าจะเป็นอะไรที่ล้าหลังคนอื่นที่สุดจนผมต้องหันไปถามโก๋กวง คนขับว่า

 

เฮ้ย นี่แม่งไปกันหมดแล้ว มึงเหยียบหน่อยดิวะ

 

โก๋กวงตอบกลับมา

 

นี่ก็มิดคันเร่งแล้ววะ

 

ครับ ส้มแป้นกับทางตรง ยังไม่น่าจะเป็นของควบคู่กันได้ เพราะพลังของเครื่องยนต์ยังจัดว่าเป็นรองสองคันนั้นอยู่ แต่เมื่อมาถึงการจราจรอันติดขัด ยามเส้นทางเริ่มเข้าใกล้ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

 

สมรรถภาพของส้มแป้นและฝีมือของโก๋กวงก็เริ่มทำงานครับ

 

มุดซ้าย ป่ายขวา ปาดหน้า ไม่สนใจคันหลัง เหยียบใส่เต็มๆ ไม่มียั้ง ใครด่าพ่อล้อแม่ตามหลัง ไม่มีสนใจฟัง จนท้ายที่สุด เมื่อไม่ได้วัดกันที่เครื่องยนต์หากแต่เป็นความชำนาญในการบังคับรถเพียวๆแล้ว เส้นชัยอันได้แก่ ลานจอดรถสยามเซ็นเตอร์ ก็เป็นส้มแป้นกับโก๋กวงและทีมงานครับ ที่เป็นรถยนต์คันแรกของการแข่งขันครั้งนั้นที่ได้มาถึงก่อนใครเพื่อน ในขณะที่ม้าตีนต้นอย่างโก๋เหม่ง หรือโก๋เชษฐ์กับกองเชียร์ ทำได้ก็ได้แต่แค่ การกระดื๊บรถคู่ใจของพวกเขาค่อยๆแหวกการจราจรอันติดขัดตามก้นมาทีหลังกัน

 

ครับ…นั่นคือเกียรติประวัติอย่างหนึ่งของรถยนต์ส้มแป้น กับแชมป์แรลลี่ ศิวาลัยสยาม และฝีมือขับขี่เสี่ยงนรกของโก๋กวงครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: