ตำนานร็อก ดอกกุหลาบดำ

 

หากไม่นับเรื่องราวมีสาระในเชิงวิชาการตำราเรียนที่มันควรพึงมีตามประสาของเด็กนักเรียนเอาดีเฉกเช่นทั่วไปแล้ว เวลานั้นแก็งค์ถั่วงอกในช่วงเวลานอกเหนือจากห้องเรียนหนังสือ ถ้าจะลองนับนิ้วค้นหาสันทนาการเพิ่มเติมก็อาจเป็นได้แค่เพียง ฟุตบอล กับ ปั่นแปะ กัน

 

เพียงเท่านั้น

 

หรือ ถ้าจะลองนึกให้นานอีกหน่อย โดยขออนุญาตไม่นับ กิจกรรมพบสุขสนุกเกอร์ ที่เป็นเพียงฟีเวอร์หนึ่งที่มาแล้วก็จางหายไป

 

มันก็น่าคิดอยู่นะว่า ยังพอจะมีอีกมั๊ย

 

นึก ลองนึกดู

……………..

…………….

…………….

 

ครับ…ยังมีครับ ยังมีให้ได้คิดอีกหนึ่งกิจกรรมสำราญของแก็งค์ถั่วงอก เพียงแต่มันอาจจะเป็นแค่ความทรงจำวูบหนึ่งของใครในไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าจะบอกว่า ห้องเรียนสองสอง จะมีความภาคภูมิใจในเรื่องราวศิลปะในมุมวงเล็บของแขนงตัวโน๊ตอยู่บ้าง เมื่อถั่วงอกหนุ่ม 4 คนรวมตัวกันจนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวแห่งท่วงทำนองบรรเลง ก่อนจะกลายเป็นวงดนตรีเพียงหนึ่งเดียวแห่งห้วงเวลาสามปีของห้องเรียน ที่กล้าเสนอหน้าอวดฝีมือบรรเลงสู่สายตาชาวโลกจนสามารถพูดแบบพอยืดอกได้ว่า พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ในวันสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมปลายปีที่ 6 พอ ศอ 2536

 

สองสองแบนด์ มนต์เพลงร็อก วงนั้น

 

ความที่บางครั้งบางครา เวลาว่างหลังเลิกเรียนมันไม่สามารถปรากฏผู้คนชาวแก็งค์ถั่วงอกที่มีจำนวนมากพอจะแบ่งข้างเล่นทีม บางพลัด บางกระดี่ได้ ทำให้กิจกรรมอันดับหนึ่งอย่างฟุตบอลไม่สามารถดำเนินการให้มันเป็นไป ก็ด้วยเพราะถั่วงอกบางคนก็มีธุระปะปังจำเป็นอันรีบด่วน หรือบางส่วนก็เกิดสำนึกรักดีไปเรียนพิเศษในวาระใกล้เอนทรานซ์ หรือแม้แต่กระทั่งบางคนก็รีบทำที ชิ่ง หลบหลี้ หนีหน้า เพื่อเผ่นกลับบ้านในเจตนาดูหนังโป๊เพียงลำพัง ซึ่งจากสาเหตุเหล่านั้น มันจึงทำให้สมาชิกเล่นกีฬาฟุตบอลดันมีจำนวนที่ไม่มากเพียงพอถ้าจะเดินลงสนามทรายแล้วไปวิ่งไล่เตะกันให้สนุก หรือไอ้ครั้นจะล้อมวงแลกเปลี่ยนเงินตราในความหมายของการพนันนั้น มันก็ไม่อาจรวมขาให้เป็นวงลุ้นไพ่ได้อย่างสมใจนึก เพราะถ้าลองนับนิ้วออกไปในเวลานั้น มันมีจำนวนชีวิตไม่เกินสี่มนุษย์หรอกที่อยู่ ณ เบื้องหน้า

 

แต่หากเมื่อมองหน้ากันและกันในจำนวนคนที่เหลืออยู่

 

บวกกับความสามารถและทักษะในเชิงตัวโน๊ตดนตรีของแต่ละคนเข้าไปแล้ว มันจึงเป็นเหตุให้เสียงนี้ได้เกิดโพร่งดังออกมาในวันเบื่อเหงาวันนั้น

 

กูรู้จัก ห้องซ้อมดีๆ ไม่ไกลแถวนี้ ไปมั๊ยวะโก๋ตุ๊ก ร้องเอ่ยเมื่อเวลาแห่งการโชว์ออฟเฮฟวี่เมทัลอาจมาถึงแล้วก็ได้อย่างที่ใจมันคิด

 

ในขณะที่คนที่เหลือบนความไม่เหลืออะไร ต่างพยักหน้าเออออห่อหมกตามไปด้วย เพราะยังไงก็ยังดีกว่าเดินเล่นเบื่อๆไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่ในโรงเรียน

 

ดังนั้น ถั่วงอกทั้งสี่ ตุ๊ก เมศร์ กวง และทิน จึงมุ่งหน้าด้วยรถยนต์ส้มแป้น เข้าไปเปิดประตูห้องซ้อมดนตรีอีกครั้งหลังจากที่เคยทำมันแล้ว ก่อนที่จะเล่นๆ เลิกๆจนห่างหายไปเมื่อยุคสมัยตอน ม.4 ณ สถานซ้อมดนตรีที่มีชื่อเรียกสั้นๆว่า ตาตั้ม

 

ตาตั้มแฝงตัวอยู่ในหลืบซอยถนนอิสรภาพที่ไม่ไกลมากนักหากจะนับจากโรงเรียนทวีธา สถานที่ซ้อมดนตรีที่ถูกใครหลายคนยอมรับในระดับหนึ่งว่า คุณภาพของเครื่องดนตรีไม่ใช่ขี้หมาที่มือดนตรีกะโหลกกะลาที่ไหนจะมาซี้ซั้วเล่นได้ ซึ่งก็รวมไปถึงการจัดการและการบริหารที่จัดได้ว่าน่าชื่นชม เพราะตาตั้มมีการลงทะเบียนและจัดลำดับวงดนตรีที่มาซ้อมดนตรีที่นี่เอาไว้ด้วย

 

ที่ว่าจัดลำดับนั้น มีอยู่สองอย่าง นั่นก็คือ

 

หนึ่ง…วงดนตรียอดเยี่ยม และ สอง…

 

วงดนตรีโฉ่งฉ่าง หรือในอีกความหมายก็คือ ยอดแย่ นั่นเอง

 

ตุงแนวว… ตุงแนวว หากมันเปรียบได้กับการตั้งสาย เทียบคีย์ ที่ยังเพี้ยนอยู่ วงดนตรีของสี่คนในวันแรกแห่งห้องซ้อมตาตั้ม ณ.วันนั้น ก็คงเป็นดังเช่นสี่ตัวโน๊ตที่ยังคงไม่รวมกันเป็นคอร์ดใดๆเลยสักคอร์ด เพราะต่างคนต่างเล่นกันไปในทิศทางของแต่ละคนกัน ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจอะไรมากนักหรอก เพราะถ้าสี่ถั่วงอกจะออกตัวมาว่า ก็มันห่างหายกันไปซะนาน

 

และกับการหันมาหาเครื่องดนตรีของพวกเขาทั้งสี่อีกครั้งนี้นั้น ครานี้ตำแหน่งในการจับอุปกรณ์ดนตรีมีอันต้องเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเฮฟวี่ตุ๊กไม่อาจจะทนเล่นกีต้าร์เบสอีกต่อไป ก็เนื่องด้วยฝีมือลีดเส้นลวดที่พอเข้าขั้นอรหันต์และหัวใจที่ร่ำร้องในลูกเล่นของกีต้าร์โซโล่ ทำให้การกลับมาห้องซ้อมคราวนี้ โก๋ตุ๊กขอเลยที่จะไม่เล่นเบสอีกต่อไป เดือดร้อนถึงคนที่เหลืออยู่ทั้งสามที่ต้องหาคนมาลงตำแหน่งที่ต้องว่างไป หลังจากถกเครียดกันอยู่ซะนาน ก็ทำให้หวยกีตาร์เบส เครื่องดนตรีที่น้อยคนไคร่อยากจะเล่น ได้ตกมาอยู่กับโก๋เมศร์ บนโทษฐานที่ว่าดันพอมีเบสิคกีต้าร์เบสหลงเหลืออยู่เพียงคนเดียวจากคนที่เหลือทั้งหมด

 

จากนั้น เมื่อเริ่มหาวันเวลาที่พอจะถี่ขึ้นในการจับคอร์ดกีตาร์ และกระถืบกระเดื่องกลองจนสามารถนับได้ว่านี่ก็นานวันแล้ว ทำให้คำว่า ห่างหายกันไปซะนาน ไม่อาจอนุญาตให้มีไว้ให้พูดแก้ต่างได้อีกสำหรับสี่โก๋หัวใจโซโล่ดนตรี และด้วยระยะเวลาในการซ้อมที่เพิ่มจำนวนรอบที่มากขึ้น มากขึ้น ทำให้ใครหลายคนในห้องถั่วงอกที่เหลืออยู่ น่าจะพอคาดเดาได้ว่า ยามนั้นหากจะลองหลงเข้าไปสัมผัสกับเสียงเพลงของพวกเขาดูกัน อย่างน้อยขี้หมูขี้หมา มันต้องมีสักหนึ่งเพลงเอกละ ที่ต้องฟังปุ๊ปแล้วรู้เรื่องปั๊บว่า อ้อ นี่คือเพลง….

 

ครับ…แล้วก็ถึงวันหนึ่งวันนั้น วันที่เราหลายคนที่ไม่ใช่โก๋ดนตรี เกิดอาการว่างจัดจนต้องเฮโลกันไปเพื่อเป็นเกียรติสักครั้งในการร่วมรับฟังการซ้อมดนตรีของถั่วงอกทั้งสี่

 

โดยก่อนหน้าการเดินเข้าสู่ห้องซ้อมของพวกเราในวันนั้น ปรากฎสายตาของทุกคู่จำเป็นต้องสะดุดให้กับป้ายการจัดลำดับวงดนตรียอดเยี่ยมและยอดแย่อันโดดเด่นของสถานซ้อมตาตั้ม

 

วงดนตรียอดเยี่ยมประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ Silly Fools

 

วงดนตรีโฉ่งฉ่างประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ Black Rose

 

วงเหี้ยอะไรวะ แบล๊กโรส สงสัยแม่งเล่นหมาไม่แดก เขาเลยต้องประจานไว้

 

โก๋เหม่งว่าไป ในขณะที่ตัวเองและเพื่อนๆกำลังเดินตามสี่หนุ่มถั่วงอกเพื่อเตรียมรับชม การซ้อมดนตรีโชว์ของพวกเขา

 

แล้วคำตอบที่ว่า วงเหี้ยอะไรวะ แม่งเล่นหมาไม่แดก ก็กระจ่างขึ้นมาในใจของโก๋เหม่ง ซึ่งก็ไม่เฉพาะโก๋เหม่งคนเดียวหรอกที่รู้สึกอย่างนั้น หากสอบถามไปยังรูหูของพวกเราที่เหลือที่ถึงแม้จะไม่ประสีประสาอะไรในเรื่องของตัวโน๊ตและทำนองก็เถอะ ประโยคคำถามที่โปรยตามมาเหมือนกันหมดจากสมองของทุกคน หลังจากทนฟังสิ่งที่คิดและอาจจะเรียกได้ว่า นี่คือเพลงจากฝีมือบรรเลงของถั่วงอกทั้งสี่แล้ว

 

อย่าบอกนะว่า พวกมึงคือ Black Rose”

 

มีเพียงโก๋ตุ๊กเท่านั้นที่พยักหน้า ใช่ พวกเราคือ Black Rose”

 

จากนั้น วงดนตรีแบล๊กโรส สำหรับคนสองสองส่วนใหญ่ ก็เป็นอะไรที่ไม่น่าจดจำรวมถึงเทความใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะสังเกตได้จากการที่สี่โก๋ดนตรีก็ยังคงหน้าด้านซ้อมดนตรีไป ในขณะที่ถั่วงอกคนที่เหลือที่ตามมา ก็ขอเพียงแค่การยืมใช้สถานที่ภายในห้องซ้อมเพื่อประโยชน์สุขในการล้อมวงเล่นไพ่กันตามสันดานประชาชนแห่งห้องสองสอง แม้เสียงโฉ่งฉ่างที่มาจากตู้ลำโพงมาร์แชลจะดังหนวกหูสักขนาดไหน มันก็ยังดีกว่าการไม่มีที่ให้ตั้งวงเล่นไพ่ป๊อกเด้งกันในวันที่โก๋แก่ไม่อนุญาตให้เข้าห้องพัก 206

 

แต่แล้ววันเวลาแห่งความโฉ่งฉ่างก็เลยมาถึงจุดเปลี่ยนก่อนเกิดตำนานร๊อก

 

เมื่อสมาชิก Black Rose  มือกีต้าร์ โก๋ทิน เริ่มงอแง ไม่สามารถมาซ้อมได้อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้การพัฒนาชั้นเชิงดนตรีภายในวงเป็นอันต้องหยุดชะงักไป ทำให้เวลานั้นทิศทางความเป็นไปของวง จึงเป็นอะไรที่ดูไม่ค่อยแน่นอนสักเท่าไหร่ แต่ก็ดูเหมือนว่า Black Rose  จะหยุดอยู่กับที่ได้ไม่นาน เพราะจู่ๆชะตาฟ้าก็มีคำสั่งมาให้ Black Rose จำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป เมื่อเอกสิทธิ์ ถั่วงอกหนุ่มผู้เคยร่ำเรียนวิชาอีเลคโทนมาจากโรงเรียนสยามกลการ สมัยย้อนกลับไปเมื่อตอนป.4 เกิดไปถูกใจอีท่าไหนกับโก๋ตุ๊กหัวหน้าวงเข้า

 

เฮ้ย มึงพอเล่นดนตรีได้นี่ เอก

 

นอกจากเป่าขลุ่ยให้วงดุริยางค์ โรงเรียนพิมลวิทย์ในวันกีฬาสีแล้ว อิเลคโทนที่เรียนมานี่ กูก็จบเพียงแค่เล่มสอง

 

อ้อ แต่ตอนนี้กูกำลังหัดเล่นกีต้าร์อยู่นะ

 

โก๋เอกพูดจบ พร้อมๆกับหน้าของโก๋ตุ๊ก ที่หันไปหาโก๋เมศร์

 

ลองดูวะ

 

ในทีแรกหลังจาก โก๋ตุ๊ก ล่วงรู้มาว่า โก๋เอกสามารถเล่น อิเลคโทนได้ ก็หวังใจว่า ในวง Black Rose จะมีมือคีย์บอร์ด มาเล่นเพื่อเพิ่มมิติหลากหลายให้กับซาวด์ดนตรี แต่หลังจากออดิชั่นระดับความสามารถของโก๋เอกในการเล่นเครื่องดนตรีประเภทแป้นคีย์แล้ว การต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นจากราคาห้องซ้อมปกติ 90 บาทในการที่จะขอเปิดคีย์บอร์ดเล่นด้วยนั้น จึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ

 

ให้แม่งเล่นกีต้าร์แทนไอ้ทินไป โก๋เมศร์เปรยออกมาปนความละเหี่ยใจ

 

ทำให้นาทีนั้น Black Rose กับสมาชิกใหม่ในฝีมือดีดเส้นลวด งูๆ ปลาๆ จำเป็นต้องรับบทมือกีตาร์ริทึ่มประจำวงโฉ่งฉ่างไป

 

แต่แล้วความจริงจังในการซ้อมครั้งต่อๆมาจะไม่เกิดขึ้นได้เลย หากว่าไม่มีงานปัจฉิมนิเทศ กิจกรรมใหญ่ประจำปีสำหรับชาวทวีธาที่จะส่งท้ายปลายปีกันด้วยการกินเลี้ยงโต๊ะจีน พร้อมกับการแสดงบนเวทีในความหมายของวงดนตรีของนักเรียนที่มีความสามารถขึ้นไปโชว์กัน

 

และด้วยคำว่า วงดนตรีขึ้นโชว์ นี่แหละ ที่ทำเอาประกายตาของหัวหน้าวง Black Rose  เปล่งปลั่งขึ้นมา

 

ว่าแล้วโก๋ตุ๊ก ในอารมณ์คึกคักกับการแสดงสดสักครั้ง ก็ไปลงชื่อสมัครเป็นวงร่วมโชว์ร่วมแจมของงานในวันนั้น โดยไม่ได้ปรึกษาลูกวงคนใดเลย

 

เดือดร้อนถึง พวกเราในวงที่ต้องขมีขมันในการจัดวันซ้อมดนตรี บนตารางโปรแกรมเล่นบอลและเล่นไพ่อันแน่นเอี๊ยด เพียงเพื่อทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้ขึ้นไปอายบนเวทีนั้น

 

จากวันลงสมัครผ่านไป 4 หนุ่มวงโฉ่งฉ่างก็เก็บตัวฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่ในห้องซ้อมตาตั้ม หรือแม้บางครั้งกับห้องซ้อมดนตรีห่วยแตกที่มีแมลงสาบเดินยั้วเยี้ยผ่านไปผ่านมากันเป็นฝูง จนเป็นที่มาของชื่อห้องซ้อมแมลงสาบในซอยแคบๆข้างวัดนาคกลางด้านหลังโรงเรียนทวีธา ในความตั้งใจที่ว่า…

 

…เราคือ Black Rose  และเราต้องการจะโชว์ต่อสายตาชาวโลก

 

แล้ววันเวลาก็พามาถึงวันโชว์ บนความไม่แน่ใจว่า ตกลงแล้ว Black Rose พร้อมที่สุดแล้วหรือยัง กับ 5 เพลงที่ซุ้มฝึกซ้อมกันมาอย่างขะมักขะเม้นและกระท่อนกระแท่น

 

ในงานปัจฉิมนิเทศ การเริ่มทยอยมาของเหล่านักเรียนปีสุดท้าย ซึ่งก็หมายรวมไปถึงบรรดาครูบาอาจารย์ระดับ ม.ปลายที่วันนั้นคนทั้งหมดมาในชุดลำลองสวยหล่อกันทั้งนั้น โดยคนสายเลือดทวีธาทั้งหลายที่ทยอยกันมา เริ่มนั่งกินนั่งดื่มกันประจำโต๊ะจีนที่ได้ถูกตระเตรียมมาให้ตั้งกระจายกันไปรายล้อมอยู่บนสนามทรายใจกลางโรงเรียน โดยมีเวทีหน้าตึกเอนกประสงค์เป็นจุดศูนย์รวมของทุกสายตาในการดึงความสนใจไปที่การโชว์วงดนตรีจากกลุ่มนักเรียนที่ลงทะเบียนสมัครไว้

 

ครับ นาทีนั้น 5 หนุ่ม Black Rose กำลังรอเวลาของพวกเขากันครับ และที่บอกว่าห้าหนุ่ม ก็เป็นเพราะ นอกจาก ตุ๊ก กวง เมศร์ และเอก ที่มาในยูนิฟอร์มเหมือนกันหมด คือ เสื้อยืดยี่ห้อดังแขนยาว กางเกงยีนส์ลีวาย์ พร้อมหมวกแก๊ปใส่เท่คนละใบ กับรองเท้าด๊อกเตอร์มาร์ตินแล้ว ในวันนั้น สมาชิก  Black Rose คนที่ห้า โก๋เหม่ง แร๊พเปอร์หนุ่มจะขึ้นเวทีพร้อมตำแหน่งร้องนำให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ของวงดอกกุหลาบดำอีกด้วย

 

ซึ่งก็เหมือนว่าชะตาฟ้าจะหยิบยื่นโอกาสในการเป็นวงพระเอกของงานมาให้กับพวกเขากัน เพราะจากการจัดลำดับการแสดง Black Rose คือ วงสุดท้ายที่จะได้เล่นปิดงานในคืนนั้น

 

เมื่อเวลาที่ผ่านไปบวกกับการแสดงอันเปี่ยมไปด้วยฝีมือวงแล้ววงเล่า ทำให้ความคาดหวังทั้งหลายตกมาอยู่กับวงสุดท้ายในความเข้าใจที่ว่าของดีที่สุดอาจอยู่สุดท้าย และยิ่งบวกกับข่าวสารที่ว่า มนุษย์สองสองที่ชื่อ เมศร์ กวง เอก ที่เห็นเล่นฟุตบอลกันเป็นบ้าเป็นหลังในทุกพักกลางวัน หรือตอนเย็นหลังเลิกเรียนนั้น กำลังจะเดินขึ้นเวทีเพื่อโชว์ศักยภาพในอีกบทบาทหนึ่งด้วยแล้วละก็ ทำให้คนอื่นๆในความหมายของเพื่อนต่างห้องพากันประหลาดใจว่า พวกนี้เล่นดนตรีกันเป็นด้วยหรือ

 

จนถึงวินาทีนั้น เมื่อสายแจ๊กกีต้าร์ถูกเสียบลงไปในตู้ลำโพง หลังการก้าวขึ้นมาถึงของ คณะ Black Rose  บนเวที

 

จนถึงเสร็จสิ้นซาวด์เช็ค Black Rose ก็อยู่ในสภาพความพร้อมสุดขีดที่จะกรีดกรายเส้นเสียงผ่านสายกีต้าร์และกระเดื่องกลอง จนนาทีสำคัญในการประกาศตนต่อชาวทวีธาว่า เราคือ Black Rose ก็เมื่อท่อนเพลงอินโทร Live and Let Die พร้อมเสียงร้องของโก๋ตุ๊กดังขึ้นมา

 

เสียงเฮดังๆตามมาจากคนทั่วสารทิศทวีธาในความแปลกใจที่เห็น คนสองสองในภาพลักษณ์ห้องเรียนกวนตีน บ้าเล่นแต่ฟุตบอลกับการพนัน ปรากฏตัวพร้อมเครื่องดนตรีบรรเลงและบทเพลงร็อก

 

เมื่อเพลงเปิดตัวผ่านไป จากนั้น เพลงเอกประจำวงของพวกเขาที่เปรียบเสมือน เพลงสัญลักษณ์ของ Black Rose  ก็ดังกระหึ่ม

 

….Talk to me softly There’s something in your eyes Don’t hang your head in sorrow And please don’t cry…..

 

แม้จะไม่เลิศเลอเพอร์เฟ็คเหมือนตอนที่ซ้อมครั้งสุดท้ายที่ตาตั้ม เพราะด้วยปัญหาทางเทคนิคจากปลั๊กเสียบกีตาร์ของโก๋ตุ๊ก และ ด้วยความตื่นประหม่ากับการแสดงสดคนดูเยอะอย่างนั้น แต่ Black Rose  กับ Don’t Cry ก็จบลงไปด้วยดีท่ามกลางของสายฝนที่เริ่มโปรยปรายเข้ามา

 

จึงเข้าทางเลยสำหรับการที่เราจะต่อกันด้วยเพลงหวานบัลลาดร็อกอันโด่งดัง ในบรรยากาศโรแมนติกอันเป็นใจ  กับWonderful Tonight ของ Eric Clapton

 

ซึ่งก็เรียกอารมณ์ร่วมของเพลงด้วยการที่มีคู่นักเรียนหนึ่งชายแท้กับหนึ่งชายเทียมออกมาโชว์สโลว์ซบกันให้ได้ฮือฮาปนขยะขะแหยงหน้าเวที

 

แล้วเสียงเรียงร้องของผู้ชมทั้งหลายก็บอกให้ Black Rose  ขยับจังหวะไปที่เพลงสนุกๆกันบ้าง ซึ่งก็นั่นแหละที่ทำให้พวกเขาต้องปล่อยทีเด็ดที่เฝ้าซุ่มซ้อมกันมากับบทเพลงฮ็อต ที่ ณ ขณะเวลานั้น วัยรุ่นทั่วฟ้าเมืองไทยจะมีใครบ้างละที่ไม่รู้จักเพลงนี้กัน

 

เมื่อเสียงเรียกร้องขอมันส์มีเข้ามา  เพลงที่สี่ จึงถูกปล่อยออกไปโดย การขึ้นกระเดื่องกลองของโก๋กวง  ตึง โป๊ะ ตึง ตึง โป๊ะ ๆๆๆๆ จนมาถึงท่อนอินโทรโซโล่จากปลายนิ้วกีต้าร์ตุ๊ก …แต้ แน แน แน๊ะ แต แต้ แน แน แน๊ะ…… เรื่อยมาถึงท่อนส่ง ให้โก๋เมศร์ และโก๋เอก ลงลายเบส และกีต้าร์ประสาน แล้วก็เป็นโก๋เหม่ง ที่ได้เป็นแมนออฟเดอะเยียร์ในค่ำคืนวันนั้นจากการโหวตให้ของวัยรุ่นทั่วทวีธา ได้ปรากฎตัวเซอร์ไพส์แบบไม่มีใครรู้มาก่อนบนเวทีในชุดแร๊พเปอร์เสื้อเบสบอลสีแดง พร้อมหมวกไหมพรมสีเดียวกันเสื้อกับเสียงร้องนำในท่อนแรกของเพลง

 

แพ้ตลอด ของ มอส ปฏิภาณ เรียกวัยรุ่นทวีธาทั้งหลายออกมาเต้นแร๊พไก่กันหน้าเวทีอย่างครึกครื้นโดยไม่กลัวสายฝนที่กำลังเทกระหน่ำลงมา และความเมามันส์เช่นนั้นไม่ว่าวงไหนๆในตอนต้นก็ไม่อาจทำได้ แม้ในตอนแรกกว่าที่จะตกลงเลือกเพลงนี้มาเล่นกันนั้น Black Rose ก็เกือบที่จะต้องแตกคอกันเพราะ คนหัวใจร๊อกเกอร์อย่างโก๋เมศร์ประกาศก้อง ไม่มีวันยอมก้มหัวให้กับเพลงหน่อมแน้มแร๊พโย่ของพี่มอส โดยกว่าที่จะเกลี้ยกล่อมด้วยวิธีชักแม่น้ำมาว่า สำเนียงของแพ้ตลอดก็มีกลิ่นร็อกอยู่บ้าง ก็เล่นเอาน้ำเกือบแห้งเจ้าพระยา

 

จนถึงวันที่เล่นสดต่อหน้าคนทวีธา ก็ไม่วายที่ Black Rose จะต้องมีปัญหากับเพลงนี้อีก เมื่อโก๋เหม่งที่อ้าปากส่งเสียงร้องใส่ไมค์โครโฟนในประโยคแรกของแพ้ตลอดนี้นั้น ดันขึ้นต้นเพลงแบบเพี้ยนคีย์ไปซะอีก

 

แต่เมื่อทุกอย่างปรับแต่งจนเข้าที่ได้ แพ้ตลอดก็พาให้ชาวทวีธาจดจำวงดนตรี Black Rose ไปในความทรงจำที่ว่า พวกเขาและเพลงพี่มอสได้ปลุกความมันส์ในหัวใจวัยรุ่นให้ออกมาเต้นแร้งเต้นไก่กันได้สุดเหวี่ยงไม่มีกั๊กเป็นที่สุดของค่ำคืนวันนั้น

 

จนเมื่อจบความมันส์ของแพ้ตลอด ก็ดูเหมือนว่าโลกใบนี้ไม่อาจฉุดความสนุกให้หยุดอยู่กับที่ได้อีกต่อไป เมื่อถั่วงอกแบล๊กโรสกำลังจะไปต่อในเพลงสุดท้ายที่พวกเขาเก็บเอาไว้เป็นไม้ตายที่เด็ดที่จะทำให้คนทวีธาต้องอยู่ภายใต้อาการตกตะลึงในผลงานเพลงสุดยอดสุดท้ายของพวกเขา

 

แต่ความเมามันส์ในดนตรีมิอาจต้องต่อเนื่องออกไปได้อีก เมื่ออาจารย์ทองปานที่แกพยามยามส่งสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้าเพลงแพ้ตลอดแล้วว่านั่นคือเพลงสุดท้ายเพราะล่วงเลยเวลาที่งานเลี้ยงจำเป็นจะต้องเลิกราไปนานมากแล้ว ได้ขึ้นมาบนเวทีมาเพื่อหยุดยั้งการแสดงสดของ Black Rose  ที่กำลังหนักหน่วงให้กับท่วงทำนอง

 

แม้ว่าอินโทรเพลงสุดยอดเพลงสุดท้ายจะขึ้นมาแล้วก็ตาม หากแต่ครานั้นอาจารย์ทองปานไม่ยอมอีกแล้วให้กับเหล่าวัยรุ่นเต้นแร้งเต้นกาและคณะวงดนตรี Black Rose  โดยแกตรงเข้าไปปิดไมค์ที่โก๋เมศร์กำลังร้อง พร้อมกับเดินหันหลังกลับไปที่โก๋กวงเพื่อยึดเอาไม้กลองที่กำลังลงจังหวะอย่างเมามัน

 

นาทีนั้นแม้ว่าเสียงร้องออกไมค์ไม่สามารถดังออกมาได้ แต่เสียงที่มาจากเครื่องดนตรียังมีอยู่ ว่าแล้วโก๋กวงที่ถูกยึดไม้กลองไป ก็ควักเอาไม้กลองสำรองขึ้นมาสร้างจังหวะต่อให้บทเพลงสุดท้ายเพลงนั้นยังดำเนินต่อไป

 

จนเป็นอาจารย์ทองปานที่แกได้เกิดฟิลฉุนขาด ที่ไม่อาจหยุดยั้งความยิ่งใหญ่ผิดเวลาของ Black Rose ไปได้ ว่าแล้วแกก็ออกคำสั่งด้วยอารมณ์สุดท้ายที่แปลและเข้าใจได้ว่า นั่นคือความโกรธ บอกให้วงดนตรีบ้าคลั่งวงนี้หยุดซะ ไม่งั้นอาจมีการเชิญผู้ปกครองอีกครั้ง แม้ว่าวินาทีนั้น พวกเราจะเรียนสำเร็จหลักสูตร ม.ปลายไปแล้วก็ตาม

 

แล้วความชุลมุนก็ยุติลงตรงที่ Black Rose ยอมเลิกรา นั่นทำให้โรงเรียนทวีธาและชาวโลก ได้มีโอกาสฟังสุดยอดเพลงเพียงแค่ท่อนอินโทรขึ้นต้นอันค้างคาเท่านั้น เพราะเวลานั้น อาจารย์ทองปานได้ยึดและควบคุมสถานการณ์บนเวทีไว้ได้ทั้งหมด พร้อมประกาศให้งานเลี้ยงจบลงและให้นักเรียนทั้งหลายแยกย้ายกันกลับบ้านได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: