ก็ในเมื่อ พวกเราเล่นบอลกันซะเหงื่อซกขนาดนั้น ดังนั้นวงแขนของวัยรุ่นชายไทยยามเสร็จภารกิจทางกีฬากลางแจ้ง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยกับการที่จะต้องมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเต่าออกมาเดินเล่นเพ่นพ่านกันบ้าง แต่ทำไมเต่าของทุกคนกลับไม่ถูกจดจำเท่ากับเต่าของมนุษย์คลาสลิกโก๋อ้วน ที่ถึงขนาดว่าเวลานั้น ชื่ออัลบั้ม ใต้ปีกฝัน ของโอ๋ ไอศูรย์ และเพลง ฉันจะบิน ถูกนำมาใช้ล้อเลียนอานุภาพใต้ปีกฝัน ของโก๋อ้วนกันอยู่บ่อยๆ

 

เวลานั้น เพลงฉันจะบิน บินไป ไกลแสนไกลไม่หวั่น หรือแม้แต่ เสียงเรียกพี่โอ๋ พี่โอ๋ในความหมายคือโก๋อ้วน ก็ถูกคนสองสองเอามาล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน

 

หรือนี่อาจจะเป็นเหตุหนึ่งกระมัง ที่โก๋อ้วนไม่ยอมร่วมเล่นฟุตบอลกับพวกเราในตอนแรกๆ แหม…ก็ หอมๆ คลาสลิกอยู่ดีๆ จะให้เสียฟอร์มลูกทุ่งกลิ่นโชยได้อย่างไร

 

และก็ยังมีอีกครับ สำหรับชื่อฉายาเรียกของโก๋อ้วนในเวลานั้น ใครก็ตามที่มีโอกาสได้ดูการ์ตูนยอดฮิตตอนเย็นก่อนข่าวทางช่อง9 อสมท.ในทุกวัน ก็จะได้เห็นภาพตัวการ์ตูนฝรั่งเป็นคนแคระสีน้ำเงิน ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านพร้อมกับเรื่องราวความวุ่นวายอันเป็นที่มาของความบันเทิง

 

โก๋อ้วน ไม่ได้มีส่วนเหมือนในเรื่องของความวุ่นวายบันเทิงอะไรหรอกครับ หากแต่ว่ามนุษย์หนุ่มคลาสลิกคนนี้มีส่วนคล้ายกับเจ้าตัวเล็กสีน้ำเงินพวกนั้นในเรื่องของส่วนสูงต่างหาก และด้วยวัยวุฒิของโก๋อ้วนที่เมื่อมองจากปีเกิดเปรียบเทียบกับทุกผู้ทุกคนในแก็งค์ถั่วงอกแล้ว พวกเราทั้งห้องสองสอง จึงพร้อมใจกันเรียกโก๋อ้วนว่า ปาป้า สเมิร์ฟ กันอีกชื่อหนึ่ง

 

และจากการที่เล่ามา ใครก็ตามที่ถูกเพื่อนฝูงให้ความสำคัญในเรื่องของชื่อฉายาและที่มาความสนุกต่างๆ แน่นอนแหละว่าเขาผู้นั้นย่อมเป็นที่รักของทุกคนในห้องกัน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เพื่อนผู้เป็นที่รักของห้องสองสองคนนี้เกิดมีความรักขึ้นมาตามประสาวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่มบ้างละ ใครเล่าในห้องสองสองจะไม่สนใจ

 

ความเป็นนักรักของโก๋อ้วน เริ่มต้นด้วยการตื่นแต่เช้าไปยืนดักรอสาวสวยโรงเรียนชิโนรส โรงเรียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทวีธาภิเศก ในทุกวัน ณ สถานที่ที่เรียกกันว่า สถานีรถไฟบางขุนนท์

 

อ้อย คือชื่อของผู้หญิงสวยคนที่ว่า ที่มักเดินลงมายังชานชลาในช่วงเวลาเร่งรีบ ก่อนขึ้นรถเมล์อีกทอดต่อไปยังโรงเรียนชิโรรส ซึ่งไอ้การพบเจอกับสาวในฝันทุกเช้า ก็ทำให้โก๋อ้วนก่อเกิดความเคลิ้มฝันหลงเพ้อถึงขนาดทำให้เพลงเพื่อชีวิตที่เคยร้องยี้อย่าง ไม่เคย จากวงคาราบาว กลายเป็นเพลงแอบรักประจำตัวของโก๋อ้วนในเวลานั้นได้เหมือนกัน

 

แอบเอาไปฝัน แอบเอาไปเพ้อ เพ้อเพ้อเพ้อ ในดวงใจ……

 

เมื่อเพ้อกันถึงขนาดนั้น  แล้วมีหรือที่เพื่อนพระเอกอย่างแก็งค์ถั่วงอกจะอยู่เฉย ดังนั้นเมื่อทุกอย่างต้องเพื่อเพื่อนและเพื่อเธอ พวกเราก็จำเป็นต้องขอเสล่อออกมาดักซุ่มดูตัวสาวน้อย อ้อย อิ่มใจ กับยอดนักรักประจำห้องสองสองกันในช่วงเวลาที่คนถั่วงอกยอมแหกขี้ตาตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อไปเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพ่อยอดชายนายอ้วน

 

และเมื่อเราทั้งหมดเกือบสิบกว่าชีวิตมาซุ่มประจำการกันอย่างพร้อมเพรียงยังสถานที่พบรัก ก็ถึงเวลาที่คู่พระนางต้องปรากฏตัว ไอ้ตัวพระนะเห็นแล้วครับ เดินตัวเตี้ยๆ ตะคุ่มตะคุ่มมาจากทางลัดเข้าซอยบ้านมัน ก็เหลือแต่ขบวนรถไฟรักที่จะพาตัวสาวเจ้ามาปรากฏโฉมว่าอนงค์นางจะงามซะขนาดไหน พระเอกนักรักของเราถึงได้หลงเพ้อซะขนาดนั้น ไม่ช้าเกินรอครับเวลาที่พระเอก นางเอก ได้เจอกันก็มาถึง เมื่อรถไฟเทียบท่าชานชลา ท่ามกลางการชะเง้อมองหาของพระเอกหนุ่มตัวสั้น และการลุ้นสุดตัวของเพื่อนพระเอกสิบคน

 

นาทีนั้น กลุ่มกองเชียร์เพื่อนอ้วน ลุ้นกันสนุกสนานแล้วละครับว่า ภาพที่เห็นต่อจากนี้ คือพระเอกตัวสั้นหามุกหมาเน่ามาแกล้งทักนางเอก(ที่เราก็เห็นกันแล้วว่า งามระดับดาวโรงเรียนเลยทีเดียว) และแอบตีสนิทเข้าทำความรู้จัก จากนั้นก็ใช้ความสม่ำเสมอในการพบกันทุกเช้านำทางไปสู่แผนลิ้มรสหวานของน้ำอ้อย

 

ครับ บทรักควรจะโรแมนติคจนถึงขั้นร้อนแรงมากกว่านี้แน่ๆในอนาคตถ้าเขาทั้งสองได้มีโอกาสรู้จักกัน หากแต่วันนั้นขาก้าวสั้นๆของโก๋อ้วน ก้าวไปยังไม่ทันจะถึงตัวของน้องอ้อย ก็เป็นเธอที่โบกมือยิ้มทักให้กับใครสักคนหนึ่ง ใครคนที่ซึ่งกำลังขี่มอเตอร์ไซค์มาเทียบเคียงกับจุดที่เธอนัดหมายให้มาเจอ

 

การแสดงความสนิทสนมจนถึงขั้นขึ้นนั่งเกาะเอวซ้อนท้าย ก่อนที่ภาพสวีตหวานบนหลังเบาะมอเตอร์ไซค์จะค่อยๆหายไปต่อหน้าต่อตาโก๋อ้วนนั้น เป็นสิ่งที่ที่บ่งบอกได้เพียงอย่างเดียวว่า โก๋อ้วนได้กินแห้ว แทนที่จะได้กินอ้อย

 

เพราะ ขนาดเพื่อนพระเอกอย่างเราๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็พอจะรู้ได้ทันทีว่า สองคนนั้น เขาน่าจะเป็นแฟนกัน มาสักพักนึงแล้ว และวันนี้ฝ่ายชายคงเพิ่งจะมีพาหนะเป็นของตัวเองมาคอยรับส่งสาวเจ้าได้ ซึ่งต่อจากนี้เขาและเธอก็คงมีความสุขกระหนุงกระหนิงกันบนเบาะมอเตอร์ไซค์ต่อไปและต่อไปตราบนานเท่านาน ดังนั้น การตัดใจจากภาพปวดร้าวข้างทางรถไฟในวันนั้นจึงเป็นทางเลือกของพระเอกนักรักห้องสองสอง แทนที่จะดื้อดึงตื่นเช้ามายืนยิ้มกรุ้มกริ้มให้กับรถไฟสายกรุงเทพ นครปฐมดั่งเช่ยเคยๆเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

 

…กลางวันฉันเหงา กลางคืนฉันโหยหา คิดถึงทุกเวลาห้านาที เป็นคนขี้เหงา เข้าใจบ้างสิ มีใครบ้างเป็นห่วงเป็นไย….

 

และถ้าจะพูดต่อถึงโก๋อ้วนในอีกสักเรื่องละก็ เชื่อเถิดครับว่า ต่อไปนี้คือวีรกรรมสร้างชื่อเสียงระดับตำนานเล่าสู่ยันลูกหลานของโก๋อ้วนเลย

 

ความเดิมจากการผูกใจเจ็บเจ้าหนุ่มสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ตัดหน้ามาแย่งสาวคนรักนั้น นำมาสู่ความอยากจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นกับเขาบ้าง และในเมื่อเวลานั้น โก๋เชษฐ์ เพิ่งจะถอย ฮอนด้า โนว่า มาเป็นพาหนะขับขี่ทั้งในยามมาเรียนและกลับบ้านด้วยแล้ว มีหรือที่เพื่อนซี้อย่าง โก๋อ้วน จะไม่ขอลองหัดซิ่งกับเขาดู

 

ครับ…วันนั้น หลังเลิกเรียน เป็นเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ๋ในรั้วทวีธา กำลังทยอยกันเดินทางกลับบ้าน รวมไปถึงคนในจำนวนอีกส่วนมากก็กำลังวิ่งเล่นกีฬาฟุตบอลอยู่ใจกลางสนามของโรงเรียน ซึ่งก็รวมไปถึงแก็งค์ถั่วงอกบางพลัดบางกระดี่ด้วย

 

เรากำลังเล่นฟุตบอลกันอย่างเมามัน แต่ไม่ใช่กับเขาครับ แบ็คขวาบางพลัด โธมัส เฮสเลอร์

 

เกมดำเนินเล่นกันไป จนผมเริ่มประหลาดใจอยู่สักพักหนึ่งว่าเอะทำไมวันนี้ ฝั่งขวาบางพลัดเราอะไรมันขาดๆ แหว่งๆ หายไปไหน คำตอบนั้นมาเฉลยเอาที่ ผู้เล่นแบ็กคลาสลิกคนนั้นกำลังจะเอาดีทางด้านการขับขี่ซิ่งมอเตอร์ไซค์แทน โดยภาพที่เห็นนั้นก็คือ โก๋อ้วนกำลังซ้อมออกตัวแบบเท่ห์ๆกับฮอนด้า โนว่าคันนั้นอยู่ข้างๆสนามบอลที่เราเล่นกันอยู่

 

จนเมื่อศึกบางพลัด บางกระดี่ ผ่านพ้น และเราเข้ามานั่งพักหายเหนื่อยเติมความสดชื่นยังที่นั่งประจำริมสนาม ก็เป็นโก๋อ้วนที่ตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเราบนความมั่นใจในอะไรบางอย่างที่แสดงออกมาด้วยรอยยิ้มว่า กูมีของดีจะโชว์ให้พวกมึงดู

 

ว่าแล้ว ก็หันไปทางมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนซี้  พร้อมกับขึ้นคร่อมไปนั่งยังตำแหน่งคนขับ จากนั้นก็สตาร์ทเครื่องและไม่ลืมที่จะหยักคิ้วลิ่วตาในมาดของโก๋อ้วนที่เราคุ้นเคย

 

ครับ…เราทั้งหมดนะพอจะรู้อยู่แล้วละครับว่า โก๋อ้วนจะทำอะไร เพราะในเวลานั้น วัยรุ่นไทยคนใครก็ตามที่ได้มีโอกาสเล่นกับสองล้อมอเตอร์ไซค์แล้ว ก็มักจะหาโอกาสออกตัวเสียงเอี๊ยดดังเพื่อความเท่ห์กันทั้งนั้น หากแต่เวลานั้น มันถึงคราวของโก๋อ้วนที่ต้องการโชว์หลังจากสละเวลาเตะบอลเพื่อมาฝึกปรือการยกล้อออกเอี๊ยดกับเขาบ้าง

 

แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้ ทำให้ไอ้ฉิ เพื่อนนักเรียนต่างห้อง หกสามหนึ่ง ที่บังเอิญสนิทกับแก็งค์ถั่วงอกเราผ่านมาเห็นเข้าและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกเท่ห์ในครั้งนั้นด้วย

 

ในระหว่างที่โก๋อ้วนเบิ้ลเครื่องเพื่อเร่งรอบเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์ ไอ้ฉิก็โผเข้าซ้อนท้ายยังตำแหน่งเบาะหลังของโก๋อ้วน เวลานั้น ทุกสายตาของแก็งค์ถั่วงอกและรวมไปถึงในทุกสายตาของเหล่านักเรียน ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ นักการ แม่ค้าพ่อขาย หรืออาจพูดได้ว่าแทบจะทั้งหมดของโรงเรียนหันมามองยังต้นเสียงเจ้าของความดังแผดคำรามก้องโรงเรียนจากการเบิ้ลเครื่องยนต์มอเตอร์

 

แว๊น…นนน   แว๊น…นนนนนนนนนนนนนนนน

 

แล้วโก๋อ้วนก็ยิ้ม ยักคิ้วให้อีกทีใส่พวกเรา ก่อนเท้าจะตบเข้าไปที่เกียร์หนึ่ง พร้อมการปล่อยคลัชมืออย่างรวดเร็ว

 

แว๊น…นนนนนนนนนนนนนนนน………..โครม!!!!!!!

 

ครับ..ตอนซ้อมก่อนหน้านั้น ไม่มีไอ้ฉิ ที่น้ำหนักตัวของมันน่าจะตกอยู่ที่ราวๆ70กว่าๆ ซึ่งถือว่าอ้วนแล้วถ้าจะเทียบกับนักเรียนคนอื่นๆในสมัยนั้น มันจึงเป็นเหตุให้ช่วงท้ายของฮอนด้า โนว่าคันนั้น หนักเพิ่มขึ้น เมื่อบวกกับจังหวะเครื่องยนต์ทะยาน ล้อหน้ายกลอยสูง จากการเข้าเกียร์เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาคือโก๋อ้วน พามอเตอร์ไซค์ฮอนด้าคันนั้น ยกล้อตีลังกาหงายท้องโชว์คนทั้งโรงเรียนทวีธาภิเศก

 

หลังเหตุการณ์ ยกล้อลอยฟ้าผ่านไปได้ไม่กี่อึดใจ สิ่งที่ตามมาเท่าที่ผมได้สติหลังจากอ้าปากหวอให้กับความมหัศจรรย์บันเทิงที่เพิ่งจะเห็นผ่านพ้นไปนั้นก็คือ เสียงหัวเราะดังระงมจากทั่วทุกสารทิศ ไม่เว้นแม้แต่เด็กม.หนึ่ง กลุ่มหนึ่งที่ถือไอติมเดินผ่านมาในอารมณ์ขบขันปะปนสังเวชใจแทนรุ่นพี่ ต่อมาก็เป็นภาพซึ่งก็คงเหมือนกับทุกคนทั่วทวีธาภิเศกได้เห็น คือโก๋อ้วนนอนแอ้งแม้งกับพื้น ขาชี้โด่เด่ขึ้นฟ้า เปรียบสภาพ ณ เวลาขณะนั้นก็คงเหมือนกับ เต่าที่โดนจับหงายหลังโดยมีไอ้ฉิเป็นกระดองรองรับ

 

ส่วนมอเตอร์ไซค์ คันใหม่ของไอ้เชษฐ์คันนั้นนะเหรอครับ หน้ากากแตก คลัชหัก สีถลอก ซึ่งก็สร้างความเซ็งสุดขีดให้กับโก๋เชษฐ์ ที่ไม่รู้จะเอายังไงดีต่อกับชีวิต

 

ส่วนพระเอกของงาน หลังจากพวกเราช่วยกันพลิกกระดองให้กับเต่าผู้น่าสงสารในวันนั้นแล้ว โก๋อ้วนก็ทำได้แค่เพียงการขอโทษขอโพยโก๋เชษฐ์ พร้อมกับการจูงรถซิ่งคันนั้น ในสภาพเจ็บไม่เท่าอาย บากหน้าให้กับทุกสายตาขบขันไปหาอู่ซ่อมรถละแวกนั้นอย่างทุลักทุเล

 

เช้าวันใหม่…ลองนึกภาพเรื่องขำขันที่เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้เบื่อในสังคมถั่วงอกวันนั้นดูซิครับ ใครไม่ฮาบ้างกับซิ่งลอยฟ้าของโก๋อ้วน ซึ่งแน่นอนละครับว่า คนสองสอง รอคอยการปรากฏตัวของ หนุ่มซิ่งคนนั้น ในคาบแรกของเช้าวันนั้นยังห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ อย่างสุดระทึก ใจจดใจจ่อ

 

และเมื่อประตูถูกเปิดเข้ามา จากมือของพระเอกหน้าตาติดลูกครึ่งแต่ตัวสั้นคนนั้นแล้ว วันนั้น เสียงแรกที่พวกเราถั่วงอกตะโกนทัก ร้องเรียกชื่อใส่เขา

 

หาใช่…โธมัส เฮสเลอร์ แบ็กขวาจอมบุกไม่

และก็ไม่ใช่ ไอ้เต่า หรือ พี่โอ๋ ใต้ปีกฝันอีกต่อไป

หรือจะ ปา ป้า สเมิร์ฟ มนุษย์การ์ตูนแคระสีน้ำเงิน นั่นก็ไม่ใช่อีก

 

หากแต่เป็นเสียงเรียกอันพร้อมเพรียงดังๆว่า….

 

สวัสดี…..พี่จอห์น

 

ครับ…เขาได้เป็นพระเอกชื่อฝรั่งสมใจอยากซะที

 

พณ.ดร. ก่อศักดิ์ พิไลพันธุ์พฤกษ์ นักเรียนเลขที่ 40 ห้อง 22 ทวีธา’97

 

พริ้วไหวดั่งสายน้ำ

30 กันยายน 2551

 

ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายที่ทวีธาภิเศก โก๋อ้วนก็เรียนจบระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนบินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัย Macquarie University ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันเป็นหนุ่มนักรักพ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ ธนาคารกสิกรไทย

 

ปล.1 กาลครั้งหนึ่ง โก๋อ้วนเคยเอ่ยความในใจออกมาว่า เขาอยากมีชื่อเรียกฝรั่งที่ดูเหมาะสมกับหน้าตาเขาสักหน่อย จากชื่อจริง ก่อศักดิ์ พวกเราก็พยายามเรียก กอรี่ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ชอบใจ จนมาถึงเหตุการณ์ ซิ่งลอยฟ้า วันนั้นนั่นแหละ ที่พวกเราปิ๊งขึ้นมาเลยว่า อ้วน ต้องชื่อ จอห์น เท่านั้น เพราะเวลานั้น ใครไม่รู้จักนักขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผนชื่อดังของเมืองไทย ที่ชื่อ จอห์น อิสลัม ก็บ้าแล้วละครับ

 

ปล.2 เพื่อเพิ่มเติมความหรูหราและคลาสลิกให้กับโก๋อ้วน การต่อเติมคำนำหน้าอย่าง พณ.ท่าน และ ด๊อกเตอร์ ก่อนชื่อ ก่อศักดิ์ เป็นอะไรที่เหมาะสมแล้วด้วยประการทั้งปวง ทำให้พวกเราแก็งค์ถั่วงอกในปัจจุบัน มักเรียกขานโก๋อ้วนในอีกสมญาหนึ่งที่คุ้นปากว่า ด๊อกเตอร์ กัน

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: